SONGFABLE · 2022

Out of Time

THE WEEKND · 2022

TL;DR: เพลงซินธ์ป็อปที่ฟังดูหวานอบอุ่นที่สุดใน Dawn FM กลับซ่อนคำสารภาพของคนที่รู้ตัวช้าเกินไป — และหัวใจของเพลงคือท่อนแซมเปิลจากซิตี้ป็อปญี่ปุ่นยุค 80 ที่ The Weeknd หยิบมาใช้เกือบทั้งโครง
Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

เพลงที่ยิ้มด้วยเสียง แต่ร้องไห้ด้วยเนื้อหา

ถ้าคุณเปิด "Out of Time" ในรถตอนเย็น คุณอาจเผลอโยกตามโดยไม่ทันสังเกตว่ากำลังฟังเรื่องของคนที่ทำพังไปแล้ว นี่คือกลลวงที่ The Weeknd ถนัดมาตลอด — ห่อความเจ็บด้วยเมโลดี้ที่นุ่มจนแทบละลาย เสียงเบสอุ่น ๆ คีย์บอร์ดเรืองแสงแบบยุค 80 และเสียงร้องที่เบาลงจนเหมือนกระซิบข้างหู

แต่สิ่งที่เขากระซิบไม่ใช่คำหวาน มันคือการยอมรับว่า ตัวเขาเองต่างหากที่ปล่อยให้ความรักดี ๆ หลุดมือไป และตอนที่กลับมาขอโอกาสอีกครั้ง อีกฝ่ายก็มีคนใหม่ที่ดีกว่าแล้ว ชื่อเพลง "Out of Time" จึงไม่ได้แปลว่า "หมดเวลา" เฉย ๆ แต่หมายถึงการมาถึงจุดที่สายเกินแก้ไขทุกอย่าง

เบื้องหลัง: อัลบั้มที่เป็นสถานีวิทยุในนรกชำระบาป

"Out of Time" อยู่ในอัลบั้ม Dawn FM ที่ปล่อยเดือนมกราคม 2022 คอนเซปต์ของอัลบั้มคือ สถานีวิทยุที่คุณฟังระหว่างติดอยู่ในอุโมงค์ — เปรียบเปรยถึงช่วงเวลาระหว่างความตายกับแสงสว่างปลายทาง โดยมี Jim Carrey มารับบทดีเจที่คอยพูดคั่นระหว่างเพลง ทั้งอัลบั้มจึงฟังดูเหมือนงานปาร์ตี้ที่จัดขึ้นในห้องรอ

Abel Tesfaye หรือ The Weeknd ทำอัลบั้มนี้ร่วมกับ Max Martin, Oscar Holter และ Daniel Lopatin (Oneohtrix Point Never) ในช่วงหลังความสำเร็จมหาศาลของ After Hours ว่ากันว่าเขาต้องการหนีจากภาพลักษณ์ "ชายในสูทแดงเลือด" ไปสู่บางอย่างที่สงบและยอมรับตัวเองมากขึ้น

จุดเชื่อมที่แฟนเพลงไทยน่าจะสะดุดหู: โครงเพลงนี้มาจากการแซมเปิลเพลง "Midnight Pretenders" (1983) ของ Tomoko Aran นักร้องญี่ปุ่นสาย city pop — แนวเพลงที่มีฐานแฟนเหนียวแน่นมากในไทย ตั้งแต่ยุคที่คลิป "Plastic Love" ระบาดในยูทูบ คนไทยจำนวนไม่น้อยรู้จัก city pop ก่อนรู้จักเพลงนี้เสียอีก และเมื่อ "Out of Time" ดัง ก็ทำให้เพลงต้นฉบับปี 1983 กลับมามียอดสตรีมพุ่งอีกครั้ง เป็นการส่งต่อความรู้สึกเมืองยามค่ำคืนข้ามสี่สิบปีและข้ามทวีป

ถอดความหมาย: คำขอโทษที่มาช้าไปหนึ่งจังหวะ

เนื้อหาของเพลงเดินเรื่องแบบคนที่กำลังโทรหาแฟนเก่ากลางดึก เขาเริ่มด้วยการชมว่าอีกฝ่ายดูมีความสุขดีกับชีวิตใหม่ ก่อนจะค่อย ๆ เผยว่าตัวเองยังคิดถึง และรู้ตัวแล้วว่าเคยปฏิบัติกับคนคนนั้นไม่ดีพอ

จุดที่แหลมคมคือ เขาไม่ได้อ้อนวอนแบบไร้เดียงสา เขา รู้ ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ขออะไรอีกแล้ว การขอโอกาสของเขาจึงกลายเป็นการสารภาพมากกว่าการทวงคืน — เหมือนคนที่ยกมือยอมแพ้ พร้อมกับพูดความจริงออกมาให้จบ ๆ ไป

ท่อนปิดของอัลบั้มยิ่งตอกย้ำธีมนี้: ในเวอร์ชันอัลบั้มจะมีเสียงดีเจของ Jim Carrey พูดต่อท้าย ทำให้ความเสียใจส่วนตัวของชายคนหนึ่งถูกวางลงในบริบทที่ใหญ่กว่า — ว่าทุกคนล้วนมีเวลาจำกัด และส่วนใหญ่ก็ใช้มันผิดพลาด

บริบททางวัฒนธรรม: ยุค 80 ที่ไม่ใช่แค่ของเก่า

ปี 2022 คือช่วงที่เสียงซินธ์ยุค 80 กลับมาครองชาร์ตอีกรอบ แต่สิ่งที่ทำให้ Dawn FM ต่างจากงานย้อนยุคทั่วไปคือ มันไม่ได้ใช้เสียงเก่าเพื่อความน่ารักคิดถึง แต่ใช้เพราะเสียงเหล่านั้นให้ความรู้สึก "ไม่จริง" — เหมือนความสุขที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นมากลบความว่างเปล่า

มิวสิกวิดีโอที่มี Jim Carrey และ Jenna Ortega ร่วมแสดง ยิ่งขยายบรรยากาศเหนือจริงนี้ และเพลงยังกลายเป็นหนึ่งในเพลงที่ถูกใช้ใน TikTok อย่างกว้างขวาง ทำให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงทั้งตัวเพลงและรากซิตี้ป็อปของมันไปพร้อมกัน

ทำไมยังฟังแล้วเจ็บอยู่ทุกวันนี้

เพราะทุกคนเคยมีคนที่เรารู้คุณค่าช้าไป "Out of Time" ไม่ได้เล่าเรื่องการเลิกรา แต่เล่าเรื่องช่องว่างระหว่าง "รู้ตัว" กับ "ทัน" — ช่องว่างที่กว้างขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุ

และในโลกที่ทุกอย่างเร็วขึ้นทุกปี ความรู้สึกว่าเราวิ่งตามเวลาไม่ทันก็ยิ่งคุ้นเคย เพลงนี้จึงทำงานได้ทั้งกับคนอกหักและคนที่แค่รู้สึกว่าชีวิตเดินเร็วกว่าตัวเอง


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 ดำดิ่งไปกับเสียงเพลง

📚 ตามรอยเรื่องราว

🌍 ไปเยือนสถานที่จริง

🎸 ลองสัมผัสด้วยตัวเอง


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 ถามต่อ
Tags
20s