SONGFABLE · 2022

Gasoline

THE WEEKND · 2022

TL;DR: เพลงเปิดอัลบั้ม Dawn FM ที่ฟังเผินๆ เหมือนเพลงซินธ์ป็อปยามค่ำคืน แต่จริงๆ คือบทสนทนาของคนที่ขอให้คนรักจัดการร่างของตัวเองหลังตาย — เป็นภาพของศิลปินที่กำลังเผาตัวเองทิ้งเพื่อดูว่ามีใครยังอยู่ตรงนั้นไหม
Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

เพลงที่ร้องด้วยเสียงของ "อีกคน"

สิ่งแรกที่คนไทยหลายคนสังเกตตอนฟัง Gasoline ครั้งแรกคือ เสียงในท่อนเปิดไม่เหมือน The Weeknd ที่เราคุ้นเคยเลย มันต่ำ แหบ และมีสำเนียงอังกฤษปนอยู่ ไม่ใช่เสียงฟอลเซตโตหวานๆ แบบ Blinding Lights หรือ Save Your Tears

นั่นคือความตั้งใจ Abel Tesfaye ปรับเสียงตัวเองให้กลายเป็นตัวละครอีกคน — ชายวัยกลางคนที่เหนื่อยล้า เมามาย และหมดหวัง แล้วค่อยกลับมาใช้เสียงจริงของตัวเองในท่อนคอรัส เหมือนมีคนสองคนอยู่ในร่างเดียว คนหนึ่งกำลังจะดับ อีกคนกำลังตะโกนขอให้มีใครสักคนรั้งไว้ ความรู้สึกแตกเป็นสองซีกนี้แหละคือหัวใจของเพลง

Dawn FM: อัลบั้มที่เกิดในรถติดตอนตีสาม

Gasoline คือแทร็กแรกจริงๆ ของอัลบั้ม Dawn FM (มกราคม 2022) ซึ่ง The Weeknd อธิบายแนวคิดไว้ว่าเป็นเหมือนสถานีวิทยุที่คุณฟังอยู่ในรถ ขณะติดอยู่ในอุโมงค์ยาวๆ โดยที่ปลายอุโมงค์คือแสงสว่าง — เป็นภาพเปรียบของ "นรกภูมิ" หรือช่วงเวลาระหว่างความตายกับสิ่งที่มาหลังจากนั้น มี Jim Carrey มารับบทดีเจประจำสถานี และมี Oneohtrix Point Never (Daniel Lopatin) ร่วมโปรดิวซ์ ผสมกับ Max Martin และ Oscar Holter

ช่วงนั้นคือปลายยุคโรคระบาด โลกกำลังคลานออกจากช่วงล็อกดาวน์ และ Abel เองก็เพิ่งผ่านช่วงที่ชื่อเสียงพุ่งสูงสุดจาก After Hours จนถึงจุดที่เขาพูดหลายครั้งว่าตัวละคร "The Weeknd" ในเวอร์ชันเสพติดและทำลายตัวเอง เริ่มกลืนกินตัวจริงของเขา

สำหรับคนไทย มีจุดเชื่อมที่หลายคนอาจไม่รู้ — Abel มีเชื้อสายเอธิโอเปีย เติบโตในชุมชนผู้อพยพย่านสการ์โบโรในโตรอนโต พูดภาษาอัมฮาริกกับคุณย่าก่อนพูดอังกฤษ ความรู้สึกของการเป็นเด็กที่โตมาระหว่างสองวัฒนธรรม ต้องแปลตัวเองไปมาตลอดเวลา เป็นสิ่งที่เด็กไทยที่โตในต่างประเทศ หรือคนที่ทำงานข้ามวัฒนธรรม น่าจะเข้าใจได้ทันที และวง Dawn FM ทั้งอัลบั้มก็เต็มไปด้วยความรู้สึกของคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนกันแน่

ขอให้เผาฉัน แต่อย่าเพิ่งไป

แก่นของเนื้อเพลงคือคำขอที่ฟังแล้วสะดุ้ง ตัวละครกำลังบอกคนที่รักว่า ถ้าเขาตายไป ขอให้จัดการร่างของเขาด้วยไฟ ไม่ต้องพิธีรีตอง — ซึ่งอธิบายชื่อเพลงว่าทำไมต้องเป็น "Gasoline" น้ำมันเบนซินคือทั้งเชื้อเพลิงที่ขับเคลื่อนชีวิตกลางคืน และเป็นสิ่งที่ใช้เผาซากที่เหลือ

แต่ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ ทันทีที่ขอเสร็จ เขากลับพูดถึงการที่อีกฝ่ายไม่ยอมทิ้งเขา ไม่ยอมปล่อยให้เขาจมไปกับตัวเอง มันคือเพลงของคนที่ปากบอกว่าอยากหายไป แต่ใจกำลังทดสอบว่าจะมีใครยืนยันว่าเขาควรอยู่ต่อไหม พฤติกรรมทำลายตัวเอง — การดื่มจนสว่าง การไม่ยอมนอน การไล่คนออกไปก่อนที่เขาจะถูกทิ้ง — ถูกวางเรียงเป็นหลักฐานว่าเขารู้ตัวดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ และนั่นเจ็บกว่าการไม่รู้ตัว

อีกชั้นหนึ่งที่นักฟังหลายคนตีความ คือมันเป็นการพูดกับ "ตัวละคร The Weeknd" เอง เขากำลังขออนุญาตเผาภาพลักษณ์เก่าทิ้ง เพื่อให้ Abel ตัวจริงได้ออกมาหายใจ ซึ่งเข้ากับการที่อัลบั้มนี้เป็นจุดเปลี่ยนก่อนเขาจะปิดฉากชื่อ The Weeknd ในภายหลัง

เมื่อเพลงเศร้าใส่ชุดเต้นรำ

Gasoline อยู่บนซาวด์ซินธ์เวฟยุค 80 ที่แน่นและเย็น มีกลิ่นของ Depeche Mode กับ New Order ชัดเจน เป็นสูตรที่ The Weeknd ใช้ได้อย่างเชี่ยวชาญ — เอาเนื้อหาที่มืดที่สุดไปห่อด้วยดนตรีที่ทำให้คนเต้นได้ในคลับ

วิธีนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในประวัติศาสตร์เพลงป็อป แต่ Dawn FM ผลักมันไปไกลกว่าปกติ เพราะทั้งอัลบั้มถูกเรียงต่อกันแบบไม่มีช่องว่าง มีเสียงดีเจคั่น มีโฆษณาปลอม ทำให้ Gasoline ไม่ได้ทำงานเป็นซิงเกิลเดี่ยว แต่เป็นประตูบานแรกที่ผลักคุณเข้าไปในอุโมงค์ นักวิจารณ์จำนวนมากยกให้เป็นหนึ่งในแทร็กที่ดีที่สุดของอัลบั้ม แม้จะไม่ได้ถูกปล่อยเป็นซิงเกิลหลักก็ตาม

ทำไมยังฟังแล้วสะเทือนอยู่

เพราะคำถามที่เพลงถามยังไม่หมดอายุ — เราจะรู้ได้ยังไงว่ามีใครรักเราจริง ถ้าเราไม่เคยพังให้เขาเห็น

ในยุคที่ทุกคนโพสต์แต่ด้านที่สวยที่สุดของตัวเอง Gasoline พูดถึงความอยากถูกเห็นในสภาพที่แย่ที่สุดแล้วยังไม่ถูกทิ้ง มันเป็นความต้องการที่ดิบมาก และดิบพอที่จะข้ามภาษาได้ คนฟังในกรุงเทพฯ ที่นั่งรถกลับบ้านตอนตีสองหลังเลิกงาน กับคนขับรถบนทางด่วนในลอสแอนเจลิส กำลังฟังเรื่องเดียวกัน


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 ดำดิ่งไปกับเสียง

📚 ตามรอยเรื่องราว

🌍 ไปเยือนสถานที่จริง

🎸 ลองทำเองบ้าง


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 ถามต่อ
Tags
20s