SONGFABLE · 2011

Wicked Games

THE WEEKND · 2011 · TORONTO, CANADA

TL;DR: เพลงนี้ไม่ใช่เพลงเซ็กซี่อย่างที่ผิวหน้าทำให้เข้าใจ แต่เป็นเสียงร้องของคนที่ขอให้อีกฝ่ายช่วย "แสร้งทำเป็นรัก" เพราะเขาชาที่จะรู้สึกอะไรจริง ๆ ไม่ไหวแล้ว มันคือเพลงเกี่ยวกับความเหงาที่ปลอมตัวมาในชุดของราคะ
Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

เสียงคร่ำครวญที่คนฟังผิดมาตลอด

หลายคนเปิด "Wicked Games" ในคลับ ในรถตอนดึก หรือในเพลย์ลิสต์ชื่อประมาณ "late night vibes" แล้วเข้าใจว่านี่คือเพลงเซ็กซี่ธรรมดา ๆ ความจริงมันตรงข้าม ตัวละครในเพลงกำลังขอร้องให้ใครสักคนโกหกเขา ขอให้แสดงบทบาทของความรักออกมา ทั้งที่ทั้งสองฝ่ายรู้ดีว่าไม่มีอะไรจริง เสียงสูงบาง ๆ ที่ฟังดูเหมือนกำลังจะร้องไห้ของ Abel Tesfaye ไม่ได้พาเราไปหาความปรารถนา แต่พาเราไปยืนอยู่หน้าห้องที่ว่างเปล่า

นั่นคือกลไกที่ทำให้เพลงนี้ติดหูอย่างน่ากลัว มันให้ความรู้สึกดีในระดับผิว แต่ข้างใต้มีความสิ้นหวังที่ค่อย ๆ ซึมขึ้นมาทีละนาที ยิ่งฟังซ้ำ ยิ่งได้ยินชัด

เด็กหนุ่มไร้ชื่อจาก Scarborough

ปี 2011 ยังไม่มีใครรู้ว่า The Weeknd คือใคร มีเพียงเพลงหลายแทร็กที่ถูกอัปโหลดขึ้น YouTube แบบไร้หน้า ไร้ประวัติ ไร้บทสัมภาษณ์ Abel Tesfaye เป็นลูกของผู้อพยพชาวเอธิโอเปียที่เติบโตในย่าน Scarborough ชานเมืองโตรอนโต เขาออกจากบ้านตอนวัยรุ่นและใช้ชีวิตช่วงหนึ่งอย่างระหกระเหิน มิกซ์เทป House of Balloons จึงฟังเหมือนบันทึกจากอพาร์ตเมนต์ที่ปาร์ตี้ไม่เคยจบและไม่มีใครมีความสุขจริง

การไม่เปิดเผยตัวตนกลายเป็นกลยุทธ์โดยบังเอิญ Drake ซึ่งเป็นชาวโตรอนโตเหมือนกันช่วยแชร์เพลงออกไป และโลกอินเทอร์เน็ตก็ตามหาว่า "เสียงนี้เป็นของใคร" สำหรับคนฟังชาวไทย ปี 2011 คือช่วงที่วัฒนธรรม YouTube กับการแชร์ลิงก์ในทวิตเตอร์เพิ่งจะบูม เพลงแบบนี้จึงเดินทางมาถึงคนฟังไทยด้วยเส้นทางเดียวกับที่มันดังในตะวันตก คือปากต่อปากบนหน้าจอ ไม่ใช่วิทยุ ไม่ใช่ค่ายใหญ่ และหลายปีต่อมา R&B สายมืดแบบนี้ก็กลายเป็นรากของเพลงไทยอินดี้และแร็ปสายเศร้าจำนวนไม่น้อย

ถอดความหมาย: การขอร้องให้ถูกหลอก

แก่นของเพลงคือการต่อรองอย่างสิ้นหวัง ตัวละครไม่ได้ขอความรัก เขาขอ การแสดง ของความรัก เพราะยาเสพติด ความว่างเปล่า และการใช้ชีวิตแบบชั่วคืนได้ทำลายความสามารถในการรู้สึกของเขาไปแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่คือความรู้ว่าเคยมีบางอย่างที่เรียกว่าความอบอุ่น และความพยายามจะจำลองมันขึ้นมาใหม่ด้วยคนแปลกหน้า

คำว่า "wicked games" จึงไม่ได้หมายถึงเกมรักซุกซน แต่หมายถึงวงจรที่ทั้งสองฝ่ายเล่นด้วยกันทั้งที่รู้กติกาว่าจะเจ็บ เขายอมรับว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิด ยอมรับว่ากำลังใช้ประโยชน์จากอีกฝ่าย และในเวลาเดียวกันก็สารภาพว่าตัวเองก็แค่คนที่กลัวการอยู่คนเดียว การสารภาพซ้อนสองชั้นนี้คือเหตุผลที่เพลงฟังแล้วอึดอัดมากกว่าจะเร้าอารมณ์

ดนตรีเสริมเรื่องนี้อย่างชาญฉลาด กีตาร์ที่ก้องอยู่ไกล ๆ เบสที่หนักและช้า พื้นที่ว่างระหว่างโน้ตที่มากผิดปกติ ทั้งหมดสร้างความรู้สึกของห้องที่ใหญ่เกินไปสำหรับคนคนเดียว โปรดิวเซอร์อย่าง Doc McKinney และ Illangelo มีรายงานว่าตั้งใจให้เสียงฟังคล้ายภาพยนตร์มากกว่าเพลงป๊อป

มรดกที่เปลี่ยนหน้าตาของ R&B

ก่อนหน้านั้น R&B กระแสหลักมักขายความมั่นใจและความหรูหรา House of Balloons หันกล้องไปที่เช้าวันรุ่งขึ้น ที่ความเสียใจ ที่ความรู้สึกผิด และทำให้มันฟังดูสวยงามจนคนตามกันเป็นทศวรรษ ศิลปินรุ่นหลังจำนวนมากยืมโทนสีนี้ไปใช้ ทั้งการร้องแบบเปราะบาง การผลิตที่มืดและกว้าง และการเล่าเรื่องแบบตัวเอกที่ไม่น่าคบ

ต่อมามีการออกเวอร์ชันที่เรียกกันว่า "original version" ซึ่งเนื้อร้องดิบกว่าเวอร์ชันที่ปล่อยเป็นซิงเกิลอย่างเป็นทางการ แฟนเพลงจำนวนมากยังยืนยันว่าเวอร์ชันแรกคือของจริง เพราะมันไม่มีการขัดเกลาให้ฟังง่ายขึ้น เพลงนี้ยังกลายเป็นจุดอ้างอิงเวลาพูดถึงคำว่า "alternative R&B" หรือที่บางคนเรียกว่า PBR&B ซึ่งเป็นคำที่ตัว Tesfaye เองก็ไม่เคยชอบนัก

ทำไมยังโดนอยู่ในวันนี้

เพราะความเหงาแบบที่เพลงนี้พูดถึงกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว ยุคของแอปหาคู่ ยุคของการคุยกันตอนตีสองแล้วหายกันตอนเช้า ยุคที่คนแลกความใกล้ชิดชั่วคราวเพื่อไม่ต้องเผชิญหน้ากับความว่างเปล่า ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ Tesfaye บันทึกไว้ตั้งแต่ปี 2011 ก่อนที่คำว่า situationship จะเป็นศัพท์ที่ทุกคนใช้

และเพลงไม่ได้ตัดสินใคร มันแค่ยืนอยู่ตรงนั้นและบอกว่า ใช่ ฉันก็เป็นแบบนี้ นั่นคือความซื่อสัตย์ที่หายาก และเป็นเหตุผลที่คนยังกลับมาฟังตอนตีสามอยู่เสมอ


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 ดำดิ่งไปกับเสียง

📚 ตามรอยเรื่องราว

🌍 ไปเยือนสถานที่จริง

🎸 ลองสัมผัสด้วยตัวเอง


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 ถามต่อ
Tags
10s