SONGFABLE · 2010

S&M

RIHANNA · 2010

TL;DR: เพลงนี้ฟังเผินๆ เหมือนเพลงป็อปเซ็กซี่เร้าใจที่พูดถึงรสนิยมทางเพศแบบ BDSM แต่แก่นจริงๆ คือคำประกาศอิสรภาพของ Rihanna ที่บอกว่าเธอจะใช้ชีวิต รัก และเจ็บปวดตามเงื่อนไขของตัวเอง พร้อมเสียดสีสื่อที่ชอบเล่นงานเธอ
Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

ความจริงที่หลายคนคาดไม่ถึง

หลายคนได้ยินชื่อเพลง "S&M" แล้วก็คิดว่ามันเป็นแค่เพลงป็อปจังหวะมันส์ๆ ที่อยากจะยั่วยุให้ตกใจเล่นๆ แต่ถ้าฟังให้ลึกขึ้น เพลงนี้คือการที่ Rihanna หยิบเอาคำที่สังคมมองว่า "ต้องห้าม" มาเปลี่ยนเป็นพลัง เธอเล่นกับเส้นบางๆ ระหว่างความเจ็บปวดกับความสุข แล้วบอกอย่างไม่อายว่าเธอสนุกกับมัน ทั้งในความหมายตรงตัวเรื่องความสัมพันธ์ และในความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือความสัมพันธ์ที่เธอมีกับชื่อเสียง สื่อ และคำวิจารณ์

เบื้องหลังและยุคสมัย

"S&M" อยู่ในอัลบั้ม Loud ที่ออกปลายปี 2010 ซึ่งเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญในชีวิตของ Rihanna ก่อนหน้านี้อัลบั้ม Rated R ของเธอ (2009) ออกหลังเหตุการณ์รุนแรงในความสัมพันธ์ที่เป็นข่าวใหญ่ จนภาพลักษณ์ของเธอกลายเป็นมืดหม่นและเจ็บปวด พอมาถึง Loud เธอเหมือนตั้งใจจะกลับมาในเวอร์ชันที่สดใส มั่นใจ และเป็นเจ้าของร่างกายกับเรื่องราวของตัวเองอีกครั้ง

เพลงนี้เขียนและโปรดิวซ์โดยทีมเพลงป็อปสแกนดิเนเวียนชื่อดังอย่าง Stargate ร่วมกับ Sandy Vee และ Ester Dean ซึ่งเป็นสูตรของเพลงแดนซ์-ป็อปยุโรปที่ฟังแล้วต้องขยับ น่าสนใจว่าเสียงซินธ์สดใสจัดจ้านนั้นขัดกับเนื้อหาที่ดูล่อแหลมโดยตั้งใจ ทำให้เพลงฟังสนุกแม้พูดถึงเรื่องที่หลายคนเขินที่จะพูด สำหรับแฟนเพลงไทยที่โตมากับยุคที่ Loud และเพลงอย่าง "Only Girl (In the World)" ครองชาร์ตวิทยุและรายการเพลงช่วงต้นทศวรรษ 2010 เพลงนี้คือหนึ่งในเสียงที่นิยามความเป็นป็อปสากลของยุคนั้นเลยทีเดียว

ถอดความหมายที่ซ่อนอยู่

แม้ชื่อเพลงจะอ้างถึงรสนิยมแบบ sadomasochism ตรงๆ แต่ Rihanna ใช้มันเป็นภาษาเปรียบเทียบที่ทรงพลัง ท่อนสำคัญที่คนจำได้มากที่สุดพูดถึงการที่คำวิจารณ์และเสียงนินทาทำร้ายเธอ แต่กลับยิ่งทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้น เธอเปลี่ยนความเจ็บปวดที่สื่อหยิบยื่นให้เป็นเชื้อเพลิง นี่คือหัวใจของเพลงที่ลึกกว่าแค่เรื่องบนเตียง

ในอีกชั้นหนึ่ง เพลงนี้คือการประกาศความเป็นเจ้าของในความปรารถนาของตัวเอง Rihanna บอกว่าความสุขของเธอไม่จำเป็นต้องเป็นแบบที่สังคมยอมรับ และเธอไม่ขอโทษที่จะชอบในสิ่งที่เธอชอบ ว่ากันว่านี่เป็นการพลิกบทบาทจากผู้หญิงที่ถูกมองเป็นเหยื่อ มาเป็นผู้หญิงที่กุมอำนาจการเล่าเรื่องของตัวเองเอาไว้เต็มมือ ความเจ็บกับความสุขจึงไม่ใช่สิ่งตรงข้าม แต่เป็นของคู่กันที่เธอเลือกได้เอง

บริบททางวัฒนธรรมและมรดกของเพลง

"S&M" กลายเป็นเพลงอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard Hot 100 ลำดับที่ 10 ในอาชีพของ Rihanna ตอกย้ำว่าเธอเป็นหนึ่งในศิลปินที่ทำเพลงฮิตได้ถี่ที่สุดในประวัติศาสตร์ป็อป แต่เส้นทางของเพลงก็ไม่ราบรื่น มิวสิกวิดีโอที่กำกับโดย Melina Matsoukas เต็มไปด้วยภาพเสียดสีสื่อมวลชน โดยให้นักข่าวถูกมัด และมี Rihanna จูงนักข่าวด้วยสายจูง ผลคือวิดีโอถูกแบนหรือถูกจำกัดในหลายประเทศ และ YouTube จำกัดการเข้าถึงในบางพื้นที่

ที่เป็นข่าวใหญ่กว่านั้นคือ Rihanna ถูกช่างภาพชื่อ David LaChapelle ฟ้องว่ามิวสิกวิดีโอลอกเลียนสไตล์ภาพของเขา ซึ่งภายหลังว่ากันว่ามีการตกลงไกล่เกลี่ยกัน เรื่องราวเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำธีมของเพลงเองอย่างน่าขัน คือยิ่งถูกโจมตี เธอก็ยิ่งดังและยิ่งได้พื้นที่พูดในสิ่งที่อยากพูด

ทำไมเพลงนี้ยังโดนใจคนถึงทุกวันนี้

ในยุคที่การพูดเรื่องร่างกายและความปรารถนาของผู้หญิงอย่างเปิดเผยยังเป็นเรื่องที่หลายสังคมรับยาก "S&M" ยังคงฟังดูกล้าหาญ มันไม่ได้ขอให้ใครเห็นด้วย แต่ยืนยันสิทธิ์ที่จะเป็นตัวเอง สำหรับคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับวัฒนธรรมที่ให้คุณค่ากับการเป็นเจ้าของเรื่องราวตัวเอง สารของเพลงนี้ยิ่งร่วมสมัย

และในแง่ดนตรีล้วนๆ เพลงนี้ก็ยังเป็นเพลงแดนซ์ฟลอร์ที่ไม่เคยเก่า เวอร์ชันรีมิกซ์ที่มี Britney Spears มาร่วมยิ่งทำให้มันกลายเป็นหมุดหมายของยุคป็อปทศวรรษ 2010 ทุกครั้งที่อินโทรซินธ์ดังขึ้น มันก็พาคนกลับไปสู่ความรู้สึกของการปลดปล่อยอย่างไม่ต้องขอโทษใคร


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 ดื่มด่ำไปกับเสียงเพลง

📚 ติดตามเรื่องราว

🌍 เยี่ยมชมสถานที่

🎸 สัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวเอง


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 ถามต่อได้เลย:

Tags
10s