SONGFABLE · 1997

On & On

ERYKAH BADU · 1997

TL;DR: ฟังเผินๆ เหมือนเพลงโซลชิลๆ ของผู้หญิงที่เบื่อชีวิตประจำวัน แต่จริงๆ แล้วมันคือบทสวดเรื่องวัฏจักรของการเกิด-ตาย-เกิดใหม่ ที่ Erykah Badu ร้อยเรียงจากตัวเลขและคำสอนลึกลับของกลุ่ม Five Percent Nation ในนิวยอร์ก
Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

ความจริงที่ซ่อนอยู่หลังกรูฟชิลๆ

เพลงนี้เดินด้วยเบสอ้วนๆ กลองหลวมๆ และเสียงร้องนุ่มแหบที่คนเปรียบกับ Billie Holiday จนติดปาก มันฟังสบายเสียจนหลายคนเปิดเป็นเพลงพื้นหลังในร้านกาแฟโดยไม่เคยสงสัยว่าเธอร้องเรื่องอะไร แต่ถ้าตั้งใจฟัง จะพบว่า Badu ไม่ได้กำลังบ่นเรื่องแฟนหรือเรื่องเงิน เธอกำลังพูดถึงการหมุนวนของชีวิตทั้งชีวิต — การที่วิญญาณเวียนกลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหนื่อยแล้วเหนื่อยอีก แต่ก็ยังต้องไปต่อ

คำว่า "On & On" จึงไม่ใช่แค่ "เรื่อยๆ ไป" แบบเบาๆ แต่มันคือความจริงที่หนักอึ้ง: โลกไม่หยุดหมุนให้ใคร ต่อให้เราจะเหนื่อยแค่ไหน

เบื้องหลัง: เด็กสาวจาก Dallas ที่เปลี่ยนแม้กระทั่งชื่อตัวเอง

เธอเกิดในชื่อ Erica Abi Wright ที่เมือง Dallas รัฐ Texas ปี 1971 โตมากับแม่เลี้ยงเดี่ยว เล่นละครเวที เต้น และแร็ปตั้งแต่เด็ก ก่อนจะเปลี่ยนชื่อตัวเองเป็น Erykah Badu ด้วยเหตุผลที่บอกเล่าความคิดของเธอได้ทั้งหมด — ว่ากันว่า "kah" มาจากแนวคิดอียิปต์โบราณเรื่องตัวตนภายในหรือดวงวิญญาณ ส่วน "Badu" คือเสียงสแคตที่เธอชอบร้องเล่นแบบนักร้องแจ๊ส เธอไม่ได้แค่ตั้งชื่อ เธอประกาศจุดยืนว่าจะเป็นศิลปินที่หยั่งรากในจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์คนผิวดำ

Baduizm อัลบั้มแรกของเธอออกต้นปี 1997 พร้อมกับคำใหม่ที่ค่ายเพลงบัญญัติขึ้นมาเรียกแนวนี้ว่า "neo-soul" — โซลยุคใหม่ที่เอาความอบอุ่นของยุค 70 มาผสมกรูฟฮิปฮอปยุค 90 "On & On" เป็นซิงเกิลแรก ขึ้นอันดับหนึ่งชาร์ต R&B และคว้ารางวัล Grammy ให้เธอตั้งแต่ผลงานชุดแรก ผ้าโพกศีรษะทรงสูงของเธอกลายเป็นสัญลักษณ์ที่คนจำได้ทั้งโลก

สำหรับคนไทย เพลงนี้มีจุดเชื่อมที่แปลกและงดงาม เพราะแก่นเรื่องวัฏจักรที่เธอพูดถึงนั้นใกล้เคียงกับความคิดเรื่อง "วัฏสงสาร" ที่เราคุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็กอย่างน่าประหลาด คนละศาสนา คนละทวีป แต่มาเจอกันที่คำถามเดียวกันว่า ทำไมเราต้องวนกลับมาทุกข์ซ้ำๆ

ถอดความหมาย: ตัวเลข วงกลม และการเวียนว่ายตายเกิด

หัวใจของเนื้อเพลงหยิบยืมภาษาของ Five Percent Nation (หรือ Nation of Gods and Earths) ขบวนการทางความคิดที่แตกออกมาจาก Nation of Islam ในนิวยอร์กช่วงยุค 60 และมีอิทธิพลมหาศาลต่อฮิปฮอปยุค 90 คำสอนของกลุ่มนี้ใช้ระบบตัวเลขและสัญลักษณ์เป็นภาษาลับ เช่น แนวคิดเรื่อง "cipher" หรือวงกลม 360 องศา ที่หมายถึงความสมบูรณ์และการหมุนวนไม่รู้จบ Badu หยิบภาพเหล่านี้มาวางไว้ในเพลงอย่างแนบเนียน จนคนที่ไม่รู้บริบทจะได้ยินเป็นเพียงถ้อยคำสวยๆ

เธอบรรยายถึงการมีตัวตนที่ผูกกับธาตุน้ำ การกลับมาเกิดใหม่ และช่วงเวลาที่ชีวิตวุ่นวายจนอยากจะหยุดพัก เธอเล่าถึงความยากจน ความเหนื่อยล้าจากการต้องเลี้ยงดูตัวเองและคนรอบข้าง สลับกับการยืนยันว่าตัวเธอมีคุณค่าและมีความรู้ที่คนอื่นมองไม่เห็น มันคือเสียงของคนที่รู้ตัวว่าตัวเองใหญ่กว่าชีวิตที่ตัวเองกำลังใช้อยู่ แต่ก็ยังติดอยู่ในวงหมุนนั้น

นี่คือความฉลาดของเพลง — มันซ้อนคำสอนศาสนาลึกลับไว้ในกรูฟที่คนโยกหัวตามได้ทันที เหมือนใส่ยาไว้ในของหวาน

บริบทและมรดกที่เธอทิ้งไว้

ปี 1997 คือช่วงที่วง R&B กระแสหลักเต็มไปด้วยการผลิตแบบขัดเงาวิ๊บวับ Baduizm มาพร้อมเสียงที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง — ดิบ อุ่น มีพื้นที่ว่างให้หายใจ และวางศิลปินหญิงผิวดำในฐานะนักคิด ไม่ใช่แค่นักร้อง อัลบั้มขายได้หลายล้านชุดและเปิดประตูให้ศิลปินอย่าง Jill Scott, D'Angelo, Musiq Soulchild และในระยะยาวก็ส่งต่อ DNA ไปถึง Solange, SZA, H.E.R. หรือแม้แต่ท่อนโซลอบอุ่นในเพลงของ Kendrick Lamar

Badu ยังกลายเป็นภาพจำของคำว่า "conscious soul" — ศิลปินที่พูดเรื่องจิตวิญญาณ อัตลักษณ์ และการเมืองโดยไม่ต้องตะโกน มิวสิกวิดีโอของเพลงนี้ที่ถ่ายในบรรยากาศชนบททางใต้ ก็ถูกอ่านว่าเป็นการคารวะภาพชีวิตคนผิวดำในอเมริกาแบบที่ฮอลลีวูดไม่ค่อยให้พื้นที่

ทำไมมันยังกินใจคนในวันนี้

เพราะความรู้สึก "เหนื่อยแต่ต้องไปต่อ" ไม่เคยหมดอายุ ไม่ว่าจะเป็นคนวัยทำงานในกรุงเทพฯ ที่ตื่นตี 5 ฝ่ารถติดไปออฟฟิศทุกวัน หรือคนที่รู้สึกว่าชีวิตวนอยู่ที่เดิมจนหมดแรงถาม เพลงนี้ไม่ได้ปลอบว่าทุกอย่างจะดีขึ้นในเร็ววัน แต่มันบอกว่าการหมุนวนนั้นคือธรรมชาติของการมีชีวิต และการยอมรับมันได้คือความแข็งแรงอีกแบบหนึ่ง

ยิ่งไปกว่านั้น มันยังเป็นหลักฐานว่าเพลงป๊อปสามารถซ่อนความคิดหนักๆ ไว้ได้โดยไม่ต้องทำตัวหนัก — และนั่นคือศิลปะที่หายากมาก


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 จมดิ่งไปกับเสียงดนตรี

📚 ตามรอยเรื่องราว

🌍 เยือนสถานที่จริง

🎸 ลองสัมผัสด้วยตัวเอง


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 ถามต่อ
Tags
90s