Watermelon Sugar
Watermelon Sugar - Harry Styles (2019)
TL;DR "Watermelon Sugar" คือเพลงป๊อปร็อกฤดูร้อนของแฮร์รี สไตล์ส ที่ปล่อยออกมาในเดือนพฤศจิกายน 2019 ก่อนที่โลกจะถูกล็อกดาวน์ด้วยโควิด-19 เพียงไม่กี่เดือน เนื้อหาผิวเผินดูเหมือนเป็นเพลงรักหวานฉ่ำ แต่เบื้องหลังคือบทกวีเชิงกามารมณ์ที่ยืมภาพจากนวนิยายของริชาร์ด บราติแกน ผสมกับซาวด์ร็อกยุค 70s แบบ Fleetwood Mac และการประกาศตัวของแฮร์รีในฐานะศิลปินเดี่ยวที่ไม่กลัวจะคลุมเครือในเรื่องเพศและตัวตน เพลงนี้กลายเป็นเพลงแรกของเขาที่ขึ้นอันดับ 1 บน Billboard Hot 100 ในช่วงที่โลกต้องการความสว่างมากที่สุด
เปิดเรื่อง: ฤดูร้อนที่ไม่มีอยู่จริง
ลองจินตนาการดูว่าในช่วงปลายปี 2019 ที่ลอนดอนกำลังเข้าสู่หน้าหนาวอันชื้นมัว มีชายหนุ่มคนหนึ่งสวมเสื้อผ้าลายดอกสีพาสเทล ยืนอยู่บนชายหาดมาลิบูแคลิฟอร์เนีย พร้อมแตงโมหนึ่งถาดและทีมงานที่ดูเหมือนกำลังจัดงานปิกนิกในยุคหลังสงครามโลก นั่นคือมิวสิควิดีโอ "Watermelon Sugar" ที่ถ่ายทำเพียงไม่กี่วันก่อนที่ทั้งโลกจะถูกบังคับให้อยู่บ้าน
เพลงนี้ถูกปล่อยในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2019 ในฐานะซิงเกิลที่สองจากอัลบั้ม Fine Line แต่ความน่าสนใจคือมันค่อย ๆ ไต่ชาร์ตอย่างช้า ๆ ตลอดช่วงต้นปี 2020 และระเบิดออกมาเป็นเพลงฮิตในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2020 ซึ่งเป็นช่วงที่คนทั้งโลกถูกขังอยู่ในบ้านจากการระบาดของโควิด-19 มันเป็น "เพลงฤดูร้อนแห่งฤดูร้อนที่ไม่มีอยู่จริง" - ฤดูร้อนที่ผู้คนไม่ได้ออกไปชายหาด ไม่ได้กินแตงโมกับเพื่อน ไม่ได้สัมผัสใครได้เลย
ความขัดแย้งระหว่างเสียงเพลงที่เต็มไปด้วยแสงแดดกับความเป็นจริงอันมืดมิดของช่วงเวลานั้น คือกุญแจสำคัญที่ทำให้เพลงนี้ฝังตัวลึกในความทรงจำของคนทั้งรุ่น
เบื้องหลัง: จาก One Direction สู่ศิลปินผู้คลุมเครือ
แฮร์รี สไตล์ส เกิดในปี 1994 ที่เรดดิทช์ ประเทศอังกฤษ และเติบโตในโฮล์มส์ ชาเปล หมู่บ้านเล็ก ๆ ในเชสเชอร์ เขาเข้าสู่วงการเพลงในปี 2010 ผ่านรายการ The X Factor UK และถูกจับรวมกลุ่มกับเด็กหนุ่มอีกสี่คนเป็นวง One Direction หนึ่งในวงบอยแบนด์ที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์
หลังจาก One Direction พักวงในปี 2016 แฮร์รีเลือกเส้นทางที่ต่างจากเพื่อนร่วมวงอย่างสิ้นเชิง อัลบั้มเดี่ยวชุดแรกในปี 2017 เขาตั้งใจจะหนีจากซาวด์ป๊อปวัยรุ่น แล้วหันไปหาร็อกคลาสสิกแบบเดวิด โบวี, มิก แจ็กเกอร์ และเอลตัน จอห์น ส่วนชุดที่สอง Fine Line คือก้าวที่กล้าหาญกว่าเดิม
เพลง "Watermelon Sugar" เกิดจากการแจมในสตูดิโอที่มาลิบูในช่วงต้นปี 2019 โปรดิวเซอร์หลักคือ ไทเลอร์ จอห์นสัน, มิตช์ โรว์แลนด์ (มือกีตาร์คู่ใจ) และเคิด ฮาร์พูน ทีมเดียวกันนี้คือผู้สร้างซาวด์ "ซอฟต์ร็อก-ป๊อปยุค 70s ที่กรองผ่านสายตาคนรุ่นใหม่" ให้กับแฮร์รี
แรงบันดาลใจของชื่อเพลงนั้น แฮร์รีเองเคยให้สัมภาษณ์ในรายการ Late Late Show ว่าได้แรงบันดาลใจมาจากนวนิยายของริชาร์ด บราติแกน ที่ชื่อ In Watermelon Sugar (1968) ซึ่งเป็นวรรณกรรมโพสต์อะพอคาลิปติกแนวเหนือจริง บรรยายโลกที่ทุกอย่างทำมาจากน้ำตาลแตงโม และมีพระอาทิตย์ที่เปลี่ยนสีไปทุกวัน หนังสือเล่มนี้เป็นไอคอนของวัฒนธรรมฮิปปี้ยุคปลาย 60s และการที่แฮร์รียืมชื่อมาใช้ ก็เป็นการประกาศชัดเจนว่าเขากำลังวางตัวเองในเส้นทางวัฒนธรรมแบบไหน
ความหมายที่แท้จริง: บทกวีของกามารมณ์
ถ้าฟังผ่าน ๆ "Watermelon Sugar" คือเพลงรักหน้าร้อนธรรมดา ๆ ที่พูดถึงความหวานของผลไม้ แต่ในการแสดงสดที่นิวยอร์กในปี 2019 แฮร์รียิ้มแล้วบอกผู้ชมว่าเพลงนี้ "เกี่ยวกับ... รสชาติของผู้หญิง" คำพูดสั้น ๆ นั้นเปลี่ยนวิธีฟังเพลงนี้ไปตลอดกาล
เมื่ออ่านเนื้อเพลงใหม่ภายใต้กรอบนี้ ทุกภาพจะกลายเป็นการเปรียบเปรยเชิงกามารมณ์ - ความหวานของผลไม้, การเสพรสในตอนเช้า, ความรู้สึกที่ติดอยู่ในปาก ทั้งหมดคือการบรรยายเซ็กส์แบบที่ไม่ตรงไปตรงมา ใช้ภาพอาหารและธรรมชาติเป็นสื่อกลาง วิธีนี้เป็นเทคนิคที่ศิลปินร็อกอย่างพรินซ์, มิก แจ็กเกอร์ และโรเบิร์ต พลานท์ ใช้มานานแล้ว แต่ในยุคของสตรีมมิ่งและ TikTok ที่ผู้ฟังส่วนใหญ่อายุยังน้อย การที่เพลงนี้ลอยตัวอยู่บนเส้นแบ่งระหว่าง "เพลงน่ารัก" กับ "เพลงโป๊" คือความฉลาดของแฮร์รีและทีมเขียนเพลง
ที่น่าสนใจกว่านั้นคือบริบทส่วนตัว ในช่วงที่เขียนเพลงนี้ แฮร์รีกำลังคบหากับคามิลล์ โรว์ นางแบบชาวฝรั่งเศส-อเมริกัน ซึ่งหลายเพลงในอัลบั้ม Fine Line ก็เกี่ยวกับความสัมพันธ์นี้ ทั้งช่วงที่หวานชื่นและช่วงที่เลิกรา "Watermelon Sugar" อยู่ในด้านสว่าง ในขณะที่เพลงอย่าง "Cherry" และ "Falling" คือด้านมืด
แต่ความหมายของเพลงไม่ได้หยุดอยู่แค่ความสัมพันธ์ส่วนตัวของศิลปิน ในการสัมภาษณ์กับนิตยสาร Rolling Stone แฮร์รีเปรียบความรู้สึกที่เพลงพยายามจับให้ได้ว่าคือ "ความสุขที่บริสุทธิ์โดยไม่ต้องอธิบาย" ซึ่งกลายเป็นธีมใหญ่ของอัลบั้มทั้งหมด - การยอมรับความสุข ความเศร้า และทุกอย่างที่อยู่ระหว่างนั้น โดยไม่ตัดสิน
บริบทวัฒนธรรมสำหรับผู้อ่านไทย
สำหรับคนฟังเพลงในประเทศไทย แฮร์รี สไตล์ส อาจดูเหมือนป๊อปสตาร์ตะวันตกคนหนึ่ง แต่ความสำคัญของเขาในวัฒนธรรมร่วมสมัยลึกกว่านั้น
ในไทย แฮร์รีเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างตั้งแต่ยุค One Direction ราวปี 2012-2015 ซึ่งตรงกับยุคที่วัฒนธรรมแฟนคลับเกาหลีและตะวันตกกำลังเฟื่องฟูในกรุงเทพฯ คอนเสิร์ต One Direction ที่ราชมังคลากีฬาสถานในปี 2015 คือหนึ่งในคอนเสิร์ตที่ขายบัตรหมดเร็วที่สุดของยุคนั้น แฟน ๆ ไทยที่เติบโตมาพร้อมกับวงนี้ ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงต้นวัยทำงาน และ "Watermelon Sugar" คือเพลงที่พวกเขาฟังในช่วงเปลี่ยนผ่านจากวัยรุ่นสู่ผู้ใหญ่
ในแง่ดนตรี "Watermelon Sugar" อยู่ในตระกูลเดียวกับซาวด์ที่คนไทยคุ้นเคยจากเพลงป๊อปร็อกของบอดี้สแลม (Bodyslam) ในยุค ความเชื่อ หรือเพลงของวง Greasy Cafe และ Phum Viphurit ที่ผสมกลิ่นซอฟต์ร็อกย้อนยุคกับการเรียบเรียงสมัยใหม่ ภาพยนตร์ของอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ที่ใช้สีและบรรยากาศเขตร้อนเล่าเรื่องความปรารถนาแบบไม่ตรงไปตรงมา ก็มีจิตวิญญาณคล้ายกับมิวสิควิดีโอ "Watermelon Sugar" - การใช้ผลไม้ แสงแดด และร่างกาย เป็นสื่อกลางของอารมณ์ที่ภาษาตรง ๆ ไม่อาจบอกได้
อีกประเด็นที่สำคัญสำหรับบริบทไทยคือเรื่อง "การไม่นิยามตัวตน" ของแฮร์รี เขาไม่เคยประกาศชัดเจนว่าเป็น straight, gay หรือ bisexual แต่กลับเลือกที่จะใส่กระโปรง ทาเล็บสีชมพู และโพสท่าให้กับนิตยสาร Vogue ในชุดเดรสบอลกาวน์ จุดยืนนี้กลายเป็นไอคอนของคนรุ่นใหม่ที่ปฏิเสธกรอบเพศแบบไบนารี ในประเทศไทยที่กฎหมายสมรสเท่าเทียมเพิ่งผ่านในปี 2024-2025 และที่ "สาวประเภทสอง" และ LGBTQ+ ยังต้องต่อสู้กับอคติในที่ทำงานและครอบครัว ภาพของแฮร์รีในเดรสคือสัญลักษณ์ที่ทรงพลังมากกว่าที่หลายคนคิด
ในร้านอย่าง Saxophone Pub ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ หรือ Studio Lam ที่ทองหล่อ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่คนหลายเจเนอเรชั่นมารวมตัวกันฟังเพลง วงดนตรีที่ขึ้นเล่นมักจะเลือกเพลงที่ "ข้ามยุค" - และ "Watermelon Sugar" ก็เป็นหนึ่งในเพลงที่ทำหน้าที่นั้นได้ดี เพราะมันฟังดูเหมือนทั้งเพลงปี 1975 และปี 2025 พร้อมกัน
ทำไมยังโดนใจถึงทุกวันนี้
ห้าปีหลังจากปล่อยออกมา "Watermelon Sugar" ยังคงเป็นเพลงที่ถูกเล่นในงานแต่งงาน ในร้านกาแฟยามบ่าย และบนแพลตฟอร์ม TikTok ในรูปแบบของซาวด์แทร็กให้กับวิดีโอที่บอกเล่าความสุขเล็ก ๆ ในชีวิต ทำไมเพลงนี้ถึงไม่จางหายไปเหมือนเพลงฮิตอื่น ๆ ในยุคเดียวกัน
เหตุผลแรกคือ ความสามารถในการเป็นภาพแทน เพลงนี้ไม่ได้พูดถึงเหตุการณ์เฉพาะของยุค 2019-2020 มันพูดถึงความรู้สึกที่เป็นสากล - การสัมผัส, การลิ้มรส, การปรารถนา - ในภาษาที่ใครก็เข้าใจได้ แม้แต่คนที่ไม่ได้ฟังเนื้อภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง
เหตุผลที่สองคือ ความขัดแย้งทางอารมณ์ เพลงนี้ฟังดูร่าเริงและไร้กังวล แต่บริบทที่มันโด่งดัง - ช่วงล็อกดาวน์โควิด - ทำให้มันถูกฟังในฐานะ "เสียงของอิสรภาพที่หายไป" ทุกครั้งที่ได้ยินมันในตอนนี้ มันชวนให้คิดถึงช่วงเวลาที่เราไม่สามารถสัมผัสใครได้ และความสำคัญของการสัมผัสที่เราเคยมองข้าม
เหตุผลที่สามคือ การวางตำแหน่งของแฮร์รีในฐานะศิลปินข้ามยุค ในขณะที่ป๊อปสตาร์รุ่นเดียวกันหลายคนหันไปทำเพลงแร็พหรือเพลงแดนซ์อิเล็กทรอนิกส์ แฮร์รีเลือกที่จะยึดมั่นกับซาวด์ที่ฟังดู "เหนือกาลเวลา" ทำให้เพลงของเขาไม่ผูกติดกับเทรนด์ที่จะล้าสมัยในไม่กี่ปี
เหตุผลสุดท้ายคือ มิวสิควิดีโอที่กลายเป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์ ภาพของผู้คนที่ปิกนิกกันบนชายหาด สัมผัส กอดและกินผลไม้ร่วมกันโดยไม่ใส่หน้ากาก ถ่ายทำในเดือนมกราคม 2020 และปล่อยในเดือนพฤษภาคม 2020 มันเป็นภาพแทนของ "โลกเก่า" ที่หายไปอย่างกะทันหัน และในขณะเดียวกันก็เป็น "โลกใหม่" ที่เราทุกคนปรารถนาจะกลับไป
ในเดือนมีนาคม 2021 "Watermelon Sugar" ได้รางวัล Grammy ในสาขา Best Pop Solo Performance ซึ่งเป็น Grammy แรกในชีวิตของแฮร์รี และในสุนทรพจน์รับรางวัล เขาขอบคุณ "ทุกคนที่ฟังเพลงนี้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก" คำพูดสั้น ๆ นั้นยืนยันว่าเพลงนี้ไม่ใช่เพลงฤดูร้อนธรรมดา แต่เป็นยาแก้ปวดทางวัฒนธรรมที่คนทั้งโลกต้องการ
วิธีดำดิ่งลึกขึ้น
เพื่อให้ "Watermelon Sugar" ไม่ได้เป็นเพียงเพลงที่ผ่านหูในร้านกาแฟยามบ่าย คุณสามารถดำดิ่งลึกขึ้นผ่านสี่เลนส์ต่อไปนี้ - เสียงเพลงที่หล่อหลอม, เรื่องราวที่ถักทอ, สถานที่ที่จับต้องได้ และประสบการณ์ที่ลงมือทำเอง
🎧 ดำดิ่งในเสียงเพลง
Fine Line (Harry Styles) อัลบั้มที่ "Watermelon Sugar" เป็นซิงเกิลที่สอง การฟังทั้งอัลบั้มเรียงตามลำดับจะทำให้เข้าใจอาร์คอารมณ์จากความหวานสู่ความปวดร้าว ซึ่งเป็นแนวคิดที่แฮร์รีตั้งใจวางไว้ → ค้นหาบน Shopee
Rumours (Fleetwood Mac) อัลบั้มปี 1977 ที่เป็นแม่แบบของซาวด์ซอฟต์ร็อกยุค 70s ที่แฮร์รีและโปรดิวเซอร์ Kid Harpoon ยึดถือเป็นบรรทัดฐาน ฟังคู่กันจะเห็นเส้นสายดีเอ็นเอที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น → ค้นหาบน Shopee
📚 ตามรอยเรื่องราว
In Watermelon Sugar (Richard Brautigan) นวนิยายปี 1968 ที่เป็นต้นทางของชื่อเพลง วรรณกรรมโพสต์อะพอคาลิปติกแนวเหนือจริงที่เป็นไอคอนของวัฒนธรรมฮิปปี้ปลายยุค 60s อ่านจบในคืนเดียวได้ → ค้นหาบน Shopee
Meet Me in the Bathroom (Lizzy Goodman) หนังสือสารคดีว่าด้วยฉากร็อกนิวยอร์กยุค 2000s ที่ช่วยให้เข้าใจว่าทำไมศิลปินรุ่นแฮร์รีถึงโหยหาการกลับไปหาซาวด์ยุค 70s และร็อกแบบที่ฟังเป็นมนุษย์ → ค้นหาบน Shopee
🌍 ไปเยือนสถานที่เกี่ยวข้อง
Malibu Beach (มาลิบู, แคลิฟอร์เนีย, สหรัฐฯ) ชายหาดที่แฮร์รีและทีมงานถ่ายทำมิวสิควิดีโอในเดือนมกราคม 2020 ก่อนโลกล็อกดาวน์ไม่กี่สัปดาห์ ถ้ามีโอกาสไปแอลเอ ขับรถเลียบ Pacific Coast Highway แวะ Point Dume เพื่อดูแสงแดดและสีฟ้าที่ปรากฏในวิดีโอด้วยตาตัวเอง → คู่มือท่องเที่ยว
Saxophone Pub (กรุงเทพฯ, ไทย) ผับดนตรีสดบริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ ที่เปิดมากว่า 30 ปี เป็นพื้นที่ที่วงดนตรีไทยมักหยิบเพลงป๊อปร็อกข้ามยุคอย่าง "Watermelon Sugar" มาเรียบเรียงใหม่ ไปนั่งฟังคืนวันศุกร์เพื่อรู้สึกถึงการ "แปลความหมาย" เพลงนี้ในบริบทไทย → ค้นหาข้อมูล
🎸 ลองสัมผัสด้วยตัวเอง
กีตาร์โปร่งและคอร์ดเพลง "Watermelon Sugar" มีคอร์ดหลักแค่ไม่กี่คอร์ด เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากลองเล่นเพลงป๊อปสากลให้คนรอบข้างฟัง ลองหาเครื่องดนตรีที่จับคู่กับ Carabao (คาราบาว) phleng phuea chiwit (เพลงเพื่อชีวิต) แบบไทยได้ด้วย → ค้นหาบน Shopee
แผ่นไวนิลและเครื่องเล่น ไปสำรวจร้านแผ่นเสียงที่ตลาดนัดจตุจักร (Chatuchak) โซนสินค้ามือสอง หาแผ่น Fleetwood Mac, Asanee-Wasan (อัสนี-วสันต์) หรือ Modern Dog มาฟังคู่กับ Harry Styles เพื่อเปรียบเทียบสุนทรียะข้ามยุคและข้ามวัฒนธรรม → ค้นหาบน Shopee
🤖 ลองถาม AI ต่อ:
- ถ้า "Watermelon Sugar" คือเพลงของฤดูร้อนที่ไม่มีอยู่จริงในปี 2020 เพลงไทยเพลงไหน (เช่น ของบอดี้สแลม หรือ Modern Dog) ที่ทำหน้าที่คล้ายกันในความทรงจำของคนไทย?
- การที่แฮร์รี สไตล์ส ปฏิเสธจะนิยามเพศของตัวเอง แต่กลับมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรม LGBTQ+ ทั่วโลก สะท้อนอะไรเกี่ยวกับการเป็น "ไอคอน" ในยุคหลังโซเชียลมีเดีย?
- ถ้าจะเขียนเพลงเชิงเปรียบเปรยเกี่ยวกับความรักโดยใช้ผลไม้ไทยเป็นภาพหลัก คุณจะเลือกผลไม้อะไร และเพราะอะไร?