SONGFABLE · 2023

Used to Be Young

MILEY CYRUS · 2023

TL;DR: เพลงนี้ไม่ใช่คำขอโทษต่ออดีตที่ป่าเถื่อนของ Miley Cyrus แต่เป็นการยืนยันว่าเธอไม่เสียใจกับมันเลย เธอแค่ยอมรับว่าคนที่เคยเป็นแบบนั้นได้ตายจากไปแล้ว และการปล่อยให้ตัวตนเก่าตายลงคือสิ่งที่เจ็บที่สุด
Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

เมื่อ "ฉันเคยยังเด็ก" ไม่ได้แปลว่า "ฉันผิด"

คนส่วนใหญ่ฟัง "Used to Be Young" ครั้งแรกแล้วคิดว่านี่คือเพลงสำนึกผิด นักร้องสาวที่เคยเต้นทวิร์กบนเวที VMA ปี 2013 ตอนนี้อายุสามสิบ กลับมาขอโทษสังคมอย่างสุภาพ

แต่ถ้าฟังให้ดี มันตรงข้ามเลย Miley ไม่ได้ขอ "อภัย" เธอกำลัง อธิบาย ท่อนฮุกทำหน้าที่เหมือนคำตอบสำเร็จรูปที่เธอยื่นให้คนที่ชอบตัดสิน — ใช่ ฉันเคยทำแบบนั้น เพราะตอนนั้นฉันยังเด็ก จบ ไม่มีคำว่า "ฉันเสียใจ" ตามมา น้ำเสียงในเพลงคือน้ำเสียงของคนที่ปกป้องเด็กสาวคนหนึ่ง และเด็กสาวคนนั้นคือตัวเธอเองในอดีต

ความเศร้าในเพลงจึงไม่ได้มาจากความละอาย แต่มาจากความจริงที่ว่าคนคนนั้นไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว

เบื้องหลัง: ปีที่ Miley ชนะทุกอย่าง แล้วเลือกจะร้องเพลงเศร้า

ปี 2023 คือปีที่ดีที่สุดในอาชีพของเธอ "Flowers" ครองอันดับหนึ่งทั่วโลกยาวนาน กลายเป็นเพลงเลิกราที่ทั้งโลกใช้เยียวยาตัวเอง แล้วเธอก็ปิดปีด้วยเพลงนี้ ปล่อยเมื่อ 25 สิงหาคม 2023 — วันเดียวกับที่เธอเข้าสู่วัยสามสิบเอ็ดพอดี และเป็นช่วงครบสิบปีของ Bangerz อัลบั้มที่เปลี่ยนเธอจากเด็ก Disney เป็นตัวปัญหาของอเมริกา จังหวะการปล่อยเพลงจึงตั้งใจชัดเจน

มิวสิกวิดีโอมีภาพจากคลังส่วนตัวและช่วงเวลาต่าง ๆ ในชีวิตเธอ ทำให้เพลงกลายเป็นการมองย้อนกลับไปที่ตัวเองในกระจกเวลา เธอเคยเล่าทำนองว่าร้องเพลงนี้จบแล้วน้ำตาไหลโดยไม่ตั้งใจ

สำหรับคนไทยที่โตมากับช่อง Disney Channel ยุคปลาย 2000s ความรู้สึกนี้ใกล้ตัวมาก เพราะ Hannah Montana เคยฉายในไทยและเป็นภาพจำของเด็กรุ่นหนึ่ง แนวคิดของซีรีส์คือ "เด็กธรรมดาที่ใส่วิกแล้วกลายเป็นซูเปอร์สตาร์" — สองตัวตนในร่างเดียว และชีวิตจริงของ Miley ก็คือการพยายามฆ่าวิกอันนั้นทิ้งให้ได้ตลอดสิบกว่าปี "Used to Be Young" คือบทสุดท้ายของความพยายามนั้น เมื่อเธอเลิกฆ่าและเลือกกอดมันแทน

ถอดความหมาย: จดหมายถึงตัวเองที่ตายไปแล้ว

เนื้อหาของเพลงเดินอยู่บนเส้นบาง ๆ ระหว่างสองสิ่ง

หนึ่ง คือการยอมรับภาพจำของช่วงชีวิตที่เต็มไปด้วยปาร์ตี้ กล้องนักข่าว และการทำอะไรเกินเลยจนเป็นข่าว เธอไม่ปฏิเสธมัน ไม่ทำเป็นว่าไม่เคยเกิดขึ้น

สอง คือการปฏิเสธไม่ให้ใครใช้ภาพนั้นมาตัดสินว่าเธอเสียหาย ท่อนต่าง ๆ พูดถึงการที่มิตรภาพเปลี่ยนไป การที่คนรอบตัวโตขึ้นคนละทิศ และความรู้สึกว่าห้องที่เคยเต็มไปด้วยเสียงดังตอนนี้เงียบลง สิ่งที่หายไปจึงไม่ใช่ชื่อเสียง แต่คือ ความไม่รู้ แบบหนึ่ง — ความสามารถที่จะทำอะไรโง่ ๆ โดยไม่คิดถึงผลลัพธ์

จุดที่แหลมคมที่สุดคือน้ำเสียงเชิงเห็นอกเห็นใจตัวเองในอดีต เหมือนผู้ใหญ่คนหนึ่งมองรูปเด็กสาวอายุยี่สิบแล้วบอกว่า "เธอทำดีที่สุดแล้วเท่าที่รู้ในตอนนั้น" นั่นทำให้เพลงนี้เป็นเพลงแห่งการให้อภัยตัวเองมากกว่าการขอโทษคนอื่น

บริบททางวัฒนธรรม: จุดจบของ "ดาราเด็กที่พัง"

อเมริกามีสูตรเล่าเรื่องที่ใช้ซ้ำมาหลายสิบปี — ดาราเด็กโตขึ้นแล้วพัง แล้วสังคมก็ดูอย่างสนุกปาก Britney Spears, Lindsay Lohan และอีกหลายคนถูกเล่าด้วยสูตรนี้ Miley เองก็ถูกจับเข้าสูตรตั้งแต่ปี 2013

สิ่งที่ทำให้เพลงนี้สำคัญคือมันเขียนตอนจบใหม่ แทนที่จะเป็นเรื่อง "การไถ่บาป" เธอทำให้มันเป็นเรื่อง "การเติบโต" ธรรมดา ๆ ที่ทุกคนก็ผ่าน ช่วงกลางทศวรรษ 2020 กระแสสังคมเริ่มทบทวนว่าสื่อเคยปฏิบัติกับผู้หญิงดังในยุค 2000s อย่างไร เพลงนี้จึงมาถูกเวลา และถูกพูดถึงว่าเป็นหนึ่งในผลงานที่จริงใจที่สุดของเธอ ก่อนจะไปคว้าแกรมมี่ในปีถัดมาจากผลงานชุดเดียวกันในภาพรวมของยุคนั้น

ทำไมมันยังโดนอยู่ทุกวันนี้

เพราะทุกคนมีตัวตนเก่าที่ตัวเองอาย

อาจไม่ใช่การเต้นออกทีวีระดับโลก แต่เป็นรูปเก่าในโซเชียล ข้อความที่เคยส่งตอนตีสาม งานที่เคยลาออกแบบไม่คิด หรือคนที่เคยรักแบบไม่ยั้ง "Used to Be Young" เสนอทางออกที่ไม่ใช่การลบทิ้ง แต่คือการกล่าวคำอำลาอย่างอ่อนโยน

และสำหรับคนที่อยู่ในวัยเปลี่ยนผ่าน — เพิ่งเรียนจบ เพิ่งเข้าสามสิบ เพิ่งย้ายเมือง — ประโยคที่ว่าอดีตไม่ได้ผิด มันแค่ ผ่านไปแล้ว คือสิ่งที่ต้องการได้ยินพอดี


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 ดำดิ่งไปกับเสียง

📚 ตามรอยเรื่องราว

🌍 ไปเยือนสถานที่จริง

🎸 ลองสัมผัสด้วยตัวเอง


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 ถามต่อ
Tags
20s