SONGFABLE · 2017

Sign of the Times

HARRY STYLES · 2017

TL;DR: เพลงบัลลาดยาวเกือบ 6 นาทีนี้เล่าจากมุมของแม่ที่กำลังจะตายหลังคลอดลูก พยายามปลอบลูกในนาทีสุดท้าย แต่ลึกลงไปมันคือบทเพลงปลอบใจมนุษยชาติทั้งโลกที่กำลังหวาดกลัว
Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

ความจริงที่หลายคนไม่รู้

หลายคนฟัง "Sign of the Times" แล้วคิดว่าเป็นเพลงรักอกหักทั่วไป แต่ Harry Styles เคยเล่าว่าเขาจินตนาการถึงสถานการณ์เฉพาะเจาะจงมาก คือภาพของแม่คนหนึ่งที่เพิ่งคลอดลูก แต่หมอบอกว่าเธอมีเวลาเหลืออีกแค่ไม่กี่นาที เสียงที่เราได้ยินตลอดทั้งเพลงจึงเป็นคำพูดสุดท้ายที่แม่คนนั้นฝากไว้ให้ลูก เป็นการบอกว่า "หนูต้องเรียนรู้ที่จะบินให้ได้นะ" ทั้งที่ตัวเองกำลังจากไป มันไม่ใช่เพลงรักหนุ่มสาว แต่เป็นเพลงเกี่ยวกับการบอกลาและความหวังท่ามกลางความสิ้นหวัง

เบื้องหลัง: เด็กหนุ่มจากวงบอยแบนด์ที่อยากเป็นศิลปินจริง ๆ

ตอนนั้น Harry Styles เพิ่งออกจาก One Direction วงบอยแบนด์ที่โด่งดังที่สุดในโลกช่วงต้นยุค 2010 แฟนเพลงทั่วเอเชียรวมถึงไทยรู้จักเขาในฐานะหนุ่มผมหยิกหน้าใส แต่เมื่อวงพักวงในปี 2016 เขาตัดสินใจทำเพลงเดี่ยวที่กล้าหาญและแตกต่างสุดขั้ว แทนที่จะปล่อยเพลงป๊อปติดหูเป็นซิงเกิลแรก เขากลับเลือกเพลงบัลลาดร็อกยาวเกือบ 6 นาทีที่ได้แรงบันดาลใจจาก David Bowie และ Pink Floyd

ว่ากันว่าเพลงนี้แต่งเสร็จในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงระหว่างบันทึกเสียงที่จาเมกา หลายคนในวงการมองว่ามันเสี่ยงมากสำหรับการเปิดตัวเดี่ยว แต่ผลลัพธ์กลับพิสูจน์ว่า Styles ไม่ใช่แค่เด็กหน้าตาดีจากวงบอยแบนด์ สำหรับแฟนเพลงชาวไทยที่เติบโตมากับ One Direction การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เหมือนได้เห็นเพื่อนรุ่นเดียวกันก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่อย่างสง่างาม

ถอดความหมาย: ปลอบโยนคนที่กำลังจะจากไป

แก่นของเพลงคือบทสนทนาระหว่างคนที่กำลังจะตายกับคนที่ต้องอยู่ต่อ มันพูดถึงความจริงที่ว่าเราไม่อาจหนีพ้นจากช่วงเวลาเลวร้ายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้ แต่ก็ยืนยันว่าทุกอย่างจะผ่านพ้นไปในที่สุด มีท่อนที่บอกเป็นนัยว่าเราต้องหยุดร้องไห้แล้วลุกขึ้นเดินต่อ เพราะการก้มหน้าจมอยู่กับความเศร้าไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น

แม้ชื่อเพลงจะฟังเหมือนวิจารณ์การเมืองหรือสังคม แต่ Styles อธิบายว่าจริง ๆ แล้วมันคือการพูดถึงห้วงเวลาที่โลกดูเหมือนกำลังแตกสลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องของคนทั้งโลก เขาอยากให้เพลงนี้เป็นเหมือนมือที่ยื่นออกมาบอกว่า "เรายังมีหวังเสมอ" ความงดงามของเพลงอยู่ตรงที่มันยอมรับความเจ็บปวดอย่างตรงไปตรงมา แต่ก็ไม่ทิ้งคนฟังไว้ในความมืด

บริบททางวัฒนธรรมและมรดกของเพลง

"Sign of the Times" ขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ตของอังกฤษทันที และกลายเป็นเพลงที่ทำให้นักวิจารณ์เปลี่ยนมุมมองที่มีต่อ Harry Styles ไปอย่างสิ้นเชิง นิตยสาร Rolling Stone ยกย่องให้เป็นหนึ่งในเพลงที่ดีที่สุดของปี 2017 มิวสิกวิดีโอที่ถ่ายทำในสกอตแลนด์ มีภาพ Styles ลอยอยู่กลางอากาศเหนือทุ่งหญ้าและทะเล สื่อถึงธีมการ "บิน" และการปลดปล่อยที่ปรากฏในเนื้อเพลง

เพลงนี้วางรากฐานให้ Styles กลายเป็นหนึ่งในศิลปินที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคนี้ ทั้งในแง่ดนตรีและแฟชั่นที่ลื่นไหลข้ามเพศ มันคือจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่ต่อมาพาเขาไปคว้ารางวัล Grammy และครองเวทีคอนเสิร์ตทั่วโลก

ทำไมเพลงนี้ยังสะเทือนใจคนฟังจนถึงวันนี้

ในยุคที่โลกเต็มไปด้วยข่าวร้าย ไม่ว่าจะโรคระบาด สงคราม หรือความวิตกกังวลส่วนตัว ข้อความของ "Sign of the Times" ยิ่งดังกึกก้อง มันไม่ได้บอกให้เราแกล้งทำเป็นมีความสุข แต่บอกว่าความเจ็บปวดเป็นเรื่องจริง และเราก็ยังเดินต่อไปได้ ความซื่อสัตย์แบบนี้คือเหตุผลที่คนฟังทุกวัยยังกลับมาหาเพลงนี้เมื่อต้องการกำลังใจ บทเพลงที่เริ่มต้นจากภาพแม่ปลอบลูกในนาทีสุดท้าย จึงกลายเป็นคำปลอบใจให้ทุกคนที่กำลังเผชิญช่วงเวลายากลำบากในชีวิต


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 ดื่มด่ำไปกับเสียงดนตรี

อัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของ Harry Styles คือจุดเริ่มต้นที่ควรฟังให้ครบ เพื่อเข้าใจว่าทำไมเขาถึงกล้าทิ้งภาพบอยแบนด์ทั้งหมด

📚 ตามรอยเรื่องราว

อยากรู้จัก Harry Styles ให้ลึกกว่าหน้าปกนิตยสาร หนังสือเหล่านี้ช่วยปะติดปะต่อเส้นทางจากเด็กออดิชันสู่ศิลปินเดี่ยว

🌍 เยือนสถานที่จริง

มิวสิกวิดีโอถ่ายทำท่ามกลางภูมิทัศน์อันงดงามของสกอตแลนด์ ที่ซึ่งความเปล่าเปลี่ยวและความสง่างามอยู่ร่วมกัน

🎸 ลองสัมผัสด้วยตัวเอง

อยากเล่นเพลงนี้เองไหม เริ่มจากเครื่องดนตรีและโน้ตเพลงที่จะพาคุณเข้าใกล้บทเพลงมากขึ้น


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 ถามต่อได้เลย
Tags
10s