SONGFABLE · 2018

Praise The Lord (Da Shine)

A$AP ROCKY · 2018

TL;DR: เพลงนี้ไม่ได้เป็นเพลงสรรเสริญพระเจ้าอย่างที่ชื่ออาจทำให้เข้าใจผิด แต่เป็นการ "ขอบคุณโชคชะตา" ของเด็กหนุ่มจากฮาร์เล็มที่ไต่จากความยากจนสู่ความสำเร็จ ผ่านเสียงฟลุตติดหูที่กลายเป็นสะพานเชื่อมฮิปฮอปอเมริกากับไกรม์อังกฤษ
Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

เสียงฟลุตที่คนทั้งโลกจำได้ก่อนจำเนื้อ

ลองนึกภาพว่าคุณได้ยินท่วงทำนองฟลุตสั้น ๆ วนซ้ำ แล้วมันฝังหัวคุณทันที นั่นแหละคือเสน่ห์ของ "Praise The Lord (Da Shine)" เพลงที่หลายคนฮัมทำนองได้ก่อนจะรู้ด้วยซ้ำว่าใครร้อง ความจริงที่น่าประหลาดใจคือ ชื่อเพลงที่ฟังดูเคร่งศาสนากลับไม่ได้พูดถึงพระเจ้าในเชิงศรัทธาเลย แต่ "การสรรเสริญ" ในที่นี้คือการยกมือขึ้นฟ้าเพื่อขอบคุณที่ตัวเองรอดมาได้จากถนนที่โหดร้าย และตอนนี้กำลัง "ส่องแสง" (Da Shine) อย่างเต็มภาคภูมิ

เด็กฮาร์เล็มที่จับมือกับราชาไกรม์แห่งลอนดอน

A$AP Rocky หรือ Rakim Mayers เติบโตในย่านฮาร์เล็ม นครนิวยอร์ก ท่ามกลางความยากลำบาก พ่อติดคุก พี่ชายเสียชีวิตจากความรุนแรง เขาเคยนอนตามที่พักพิงคนไร้บ้านก่อนจะแจ้งเกิดในวงการ เพลงนี้อยู่ในอัลบั้ม Testing (2018) ซึ่งเป็นงานที่เขาตั้งใจทดลองเสียงใหม่ ๆ

จุดที่น่าสนใจสำหรับคนไทยที่ชอบฟังเพลงสากลคือ เพลงนี้เป็นการร่วมงานข้ามมหาสมุทรกับ Skepta ศิลปินไกรม์ (grime) ตัวพ่อจากย่านท็อตแนม กรุงลอนดอน ไกรม์เป็นแนวเพลงอังกฤษที่ดิบ เร็ว และเต็มไปด้วยพลังท้องถนน คล้ายกับที่ฮิปฮอปเป็นเสียงของคนชายขอบในอเมริกา การที่สองโลกนี้มาบรรจบกันในเพลงเดียว จึงเหมือนได้ฟังสองวัฒนธรรมใต้ดินคุยกัน และเสียงฟลุตอันเป็นเอกลักษณ์นั้น ว่ากันว่ามีที่มาจากการหยิบตัวอย่างเสียงมาวนใหม่ จนกลายเป็นลายเซ็นของเพลง

ถอดความหมาย: ยกมือขอบคุณ ไม่ใช่ขอพร

เมื่อฟังให้ลึก จะพบว่าทั้ง Rocky และ Skepta กำลังเล่าเรื่องเดียวกันจากคนละฝั่งโลก นั่นคือการมองย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นที่ไม่มีอะไร แล้วเทียบกับสถานะปัจจุบันที่มีทั้งชื่อเสียงและทรัพย์สิน ท่อนของ Rocky เต็มไปด้วยความมั่นใจแบบคนที่พิสูจน์ตัวเองแล้ว ขณะที่ Skepta เสริมด้วยมุมของคนอังกฤษผิวดำที่ต้องฝ่าฟันอคติเช่นกัน

คำว่า "Praise The Lord" ในบริบทนี้จึงเป็นสำนวนแสดงความขอบคุณโชคชะตามากกว่าการสวดมนต์ เหมือนเวลาคนไทยพูดว่า "โชคดีจริง ๆ ที่ผ่านมาได้" ส่วน "Da Shine" หมายถึงประกายของความสำเร็จ ทั้งเพชรที่สวมใส่และแสงไฟที่ส่องมาที่ตัวเอง มันคือเพลงแห่งความภูมิใจที่ไม่ต้องอวดโอ่จนเกินงาม เพราะทำนองฟลุตที่นุ่มนวลช่วยถ่วงความก้าวร้าวของเนื้อหาให้ดูสง่างามขึ้น

บริบทวัฒนธรรมและมรดกของเพลง

"Praise The Lord (Da Shine)" กลายเป็นหนึ่งในเพลงที่ประสบความสำเร็จเชิงพาณิชย์มากที่สุดของ A$AP Rocky ได้รับการรับรองยอดขายระดับแพลตินัมหลายเท่า และมิวสิกวิดีโอที่ถ่ายในลอนดอนก็ตอกย้ำความเป็นเพลงข้ามชาติ มันช่วยเปิดประตูให้ผู้ฟังอเมริกันจำนวนมากได้รู้จักไกรม์อังกฤษ และดันชื่อ Skepta ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้น

ในยุคที่โซเชียลมีเดียครองเมือง เสียงฟลุตท่อนนั้นถูกนำไปใช้เป็นแบ็กกราวนด์คลิปสั้นนับไม่ถ้วน จนหลายคนคุ้นทำนองโดยไม่รู้ต้นทาง ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่าเพลงฮิปฮอปยุคใหม่ไม่ได้แข่งกันแค่ที่เนื้อร้อง แต่แข่งกันที่ "ฮุก" ทางเสียงที่ฝังใจคนได้ในไม่กี่วินาที

ทำไมยังโดนใจคนฟังจนถึงวันนี้

เพราะแก่นของเพลงคือเรื่องราวสากลที่ใครก็เข้าถึงได้ นั่นคือความรู้สึกของคนที่เริ่มจากศูนย์แล้วไต่ขึ้นมาด้วยลำแข้งตัวเอง ไม่ว่าคุณจะโตในฮาร์เล็ม ลอนดอน หรือกรุงเทพฯ ความภูมิใจในวันที่มองย้อนกลับไปเห็นระยะทางที่เดินมานั้นเป็นอารมณ์ที่ทุกคนเข้าใจ

บวกกับทำนองฟลุตที่ทั้งเท่และผ่อนคลาย ทำให้เพลงนี้ฟังได้ทั้งตอนอยากฮึกเหิมและตอนอยากชิล มันเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเพลงที่ดีไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แค่จริงใจกับเรื่องราวและมีเสียงที่คนจำได้ ก็อยู่ยงข้ามกาลเวลาได้แล้ว


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 ดื่มด่ำไปกับเสียงเพลง

📚 ตามติดเรื่องราว

🌍 เยือนสถานที่จริง

🎸 ลองสัมผัสด้วยตัวเอง


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 ถามต่อได้อีก
Tags
10s