pete davidson
We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.
เพลงที่ตั้งชื่อตามคนรัก แล้วคนรักก็หายไป
ในอัลบั้มเพลงป็อประดับโลก น้อยครั้งมากที่ศิลปินจะกล้าเอาชื่อจริงและนามสกุลจริงของแฟนตัวเองมาแปะเป็นชื่อเพลง แต่ Ariana Grande ทำแบบนั้นในปี 2018 เพลงยาวราวหนึ่งนาทีเศษ ๆ เท่านั้น สั้นจนเผลอกดข้ามก็จบแล้ว ทว่ามันคือหมุดหมายที่ตอกลงไปว่า "ตอนนี้ฉันมีความสุขที่สุดในชีวิต"
ความย้อนแย้งอยู่ตรงนี้ อัลบั้ม Sweetener ออกเดือนสิงหาคม 2018 พอถึงเดือนตุลาคมปีเดียวกัน ความสัมพันธ์กับ Pete Davidson นักแสดงตลกจากรายการ Saturday Night Live ก็จบลง เพลงนี้จึงกลายเป็นสิ่งที่แทบไม่มีใครทำได้โดยตั้งใจ นั่นคือภาพถ่ายของความรักในวินาทีที่มันสว่างที่สุด ก่อนที่ทุกอย่างจะดับลง และมันถูกบันทึกไว้แบบลบไม่ได้
เบื้องหลัง: ปีที่โหดร้ายที่สุดของเธอ
ต้องย้อนกลับไปที่ปี 2017 เมื่อเกิดเหตุระเบิดที่ Manchester Arena ระหว่างคอนเสิร์ตของเธอในอังกฤษ มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และ Ariana ต้องแบกความรู้สึกผิดที่ไม่ใช่ความผิดของเธอไว้ตลอด เธอพูดในภายหลังว่าเธอต่อสู้กับภาวะ PTSD และความวิตกกังวลอย่างหนัก อัลบั้ม Sweetener ทั้งอัลบั้มจึงเป็นเรื่องของการหาความหวานท่ามกลางความขม
ท่ามกลางความมืดนั้น เธอเจอ Pete Davidson ราวเดือนพฤษภาคม 2018 และหมั้นกันภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ เร็วจนคนทั้งโลกงง ทั้งคู่แชร์ประสบการณ์เรื่องสุขภาพจิตร่วมกัน Pete เองก็เปิดเผยต่อสาธารณะว่าเขามีภาวะ borderline personality disorder และสูญเสียพ่อซึ่งเป็นนักดับเพลิงในเหตุการณ์ 9/11 ตั้งแต่ยังเด็ก คนสองคนที่บอบช้ำมาเจอกันแล้วรีบคว้าไว้ ว่ากันว่าเพลงนี้ถูกเขียนขึ้นอย่างรวดเร็วมากในช่วงที่ความรู้สึกยังพลุ่งพล่านที่สุด
มีรายงานว่าเดิมทีเพลงนี้จะใช้ชื่อสั้น ๆ ว่า "Pete" ก่อนจะเปลี่ยนเป็นชื่อเต็ม สำหรับแฟนเพลงชาวไทยที่เติบโตมากับวัฒนธรรมการ "ประกาศตัว" บนโซเชียล ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนรูปโปรไฟล์คู่หรือโพสต์ให้โลกรู้ว่ากำลังคบใครอยู่ เพลงนี้คือเวอร์ชันที่แพงและถาวรที่สุดของการกระทำแบบนั้น เพราะเมื่อเพลงถูกปล่อยออกมาแล้ว มันจะอยู่บนสตรีมมิงตลอดไป ต่อให้เลิกกันไปนานแค่ไหนก็ตาม
ความหมายที่แท้จริง: เสียงกระซิบที่ไม่ได้พยายามอธิบายอะไรเลย
สิ่งที่ทำให้เพลงนี้พิเศษคือมันไม่พยายามเป็นเพลงใหญ่ ท่วงทำนองลอย ๆ ชวนฝัน เสียงร้องซ้อนกันหลายชั้นจนเหมือนเสียงกระซิบในห้องนอนตอนเช้าตรู่ ไม่มีท่อนฮุกที่ตะโกนใส่หน้าใคร ไม่มีการปูเรื่องยาว ๆ
เนื้อหาโดยรวมพูดถึงความรู้สึกอยากอยู่ใกล้ ๆ กัน อยากเป็นของกันและกันโดยไม่มีเงื่อนไข และความมั่นใจแบบเด็ก ๆ ว่านี่แหละคือคนที่ใช่ เธอเล่าถึงการโหยหาที่ยังใหม่เอี่ยม ความรู้สึกที่ยังไม่ทันถูกทดสอบด้วยเวลา มันคือน้ำเสียงของคนที่กำลังตกหลุมรักแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง ซึ่งพอฟังย้อนหลังในวันนี้กลับให้ความรู้สึกเจ็บแปลบ เพราะเรารู้ตอนจบแล้ว แต่เสียงในเพลงยังไม่รู้
การที่เพลงสั้นมากยิ่งตอกย้ำสารนี้โดยไม่ได้ตั้งใจ ความรักแบบพุ่งพรวดมักจะสว่างจ้าและจบเร็ว เหมือนเพลงที่จบก่อนคุณจะทันตั้งตัว
บริบททางวัฒนธรรม: จากเพลงรักสู่บทเรียนของทั้งอุตสาหกรรม
หลังการเลิกรา และหลังการเสียชีวิตของ Mac Miller อดีตคนรักของเธอในเดือนกันยายน 2018 Ariana ก็ปล่อยเพลง "thank u, next" ซึ่งเอ่ยชื่ออดีตคนรักหลายคนรวมถึง Pete ในโทนของการขอบคุณและปล่อยวาง สองเพลงนี้จึงกลายเป็นคู่แฝดที่เล่าเรื่องเดียวกันจากคนละฝั่งของหุบเหว เพลงหนึ่งคือตอนกำลังรัก อีกเพลงคือตอนโตขึ้นจากมัน
นักวิจารณ์หลายคนมองว่ายุคนี้คือจุดที่ป็อปสตาร์เลิกซ่อนชีวิตส่วนตัว และเริ่มเปลี่ยนมันเป็นงานศิลปะแบบเรียลไทม์ ก่อนที่โซเชียลมีเดียจะย่อยมันแทน แน่นอนว่ามันมาพร้อมราคา เพราะทั้ง Ariana และ Pete ต่างเคยพูดถึงแรงกดดันมหาศาลจากสายตาสาธารณะที่จ้องมองความสัมพันธ์ของพวกเขาทุกวินาที
ทำไมยังกินใจถึงทุกวันนี้
เพราะทุกคนเคยมีช่วงเวลาที่มั่นใจสุดหัวใจว่า "คนนี้แหละ" แล้วมันก็ไม่เป็นอย่างนั้น เพลงนี้ไม่ได้สอนอะไร ไม่ได้เตือนอะไร มันแค่เก็บความรู้สึกนั้นไว้อย่างซื่อสัตย์
และนั่นทำให้มันมีค่ามากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ในโลกที่เราลบแชท ลบรูป และเลิกติดตามกันได้ในสามวินาที เพลงที่ตั้งชื่อตามคนที่ไม่ได้อยู่ในชีวิตแล้วคือคำเตือนอย่างอ่อนโยนว่า ความรู้สึกที่เคยเกิดขึ้นจริงไม่เคยกลายเป็นเรื่องโกหก แค่เพราะมันจบลง
วิธีดำดิ่งลึกขึ้น
🎧 ดื่มด่ำกับเสียงเพลง
- อัลบั้ม Sweetener ของ Ariana Grande — ฟังทั้งอัลบั้มแล้วจะเห็นว่าเพลงนี้เป็นแค่ช่วงพักหายใจสั้น ๆ ท่ามกลางการเยียวยาตัวเองทั้งชุด เสียงประสานลอย ๆ ตลอดอัลบั้มคือลายเซ็นของยุคนั้น
- อัลบั้ม thank u, next — ภาคต่อของเรื่องราวเดียวกัน ฟังคู่กันแล้วจะรู้สึกเหมือนอ่านไดอารีสองเล่มที่เขียนห่างกันไม่กี่เดือนแต่คนละชีวิต
- ผลงานโปรดิวซ์ของ Pharrell Williams — ซาวด์แปลก ๆ ที่ลอยเหมือนความฝันในอัลบั้มนี้มีลายมือของเขาอยู่ ลองไล่ฟังงานอื่นแล้วจะจับจุดร่วมได้
📚 ตามรอยเรื่องราว
- หนังสือชีวประวัติ Ariana Grande — เส้นทางจากเด็กละครเวทีสู่ป็อปสตาร์ที่ต้องโตขึ้นต่อหน้าคนทั้งโลก ช่วยให้เข้าใจว่าปี 2018 หนักหนาแค่ไหนสำหรับเธอ
- หนังสือเกี่ยวกับสุขภาพจิตและการฟื้นตัวจากบาดแผลใจ — ทั้ง Ariana และ Pete เปิดเผยเรื่องนี้ต่อสาธารณะ การเข้าใจภาวะดังกล่าวทำให้ฟังเพลงนี้ด้วยสายตาที่อ่อนโยนขึ้น
- หนังสือเบื้องหลังรายการ Saturday Night Live — รายการที่ปั้น Pete Davidson ขึ้นมา และเป็นเวทีที่วัฒนธรรมป็อปอเมริกันหมุนรอบมันมาหลายสิบปี
🌍 เยือนสถานที่จริง
- คู่มือท่องเที่ยวนิวยอร์ก — เมืองที่ทั้งคู่ใช้ชีวิตร่วมกันในช่วงสั้น ๆ นั้น และเป็นฉากหลังของข่าวหน้าหนึ่งแทบทุกวันในปี 2018
- หนังสือเกี่ยวกับเมือง Manchester ประเทศอังกฤษ — เมืองที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาลจากเหตุการณ์ปี 2017 และเป็นเหตุผลที่อัลบั้มนี้พูดเรื่องการเยียวยา
- หนังสือภาพวัฒนธรรมป็อปอเมริกันยุค 2010s — บรรยากาศของยุคที่ทุกความสัมพันธ์ของคนดังถูกไลฟ์สดผ่านโซเชียล
🎸 สัมผัสด้วยตัวเอง
- หูฟังคุณภาพดีสำหรับฟังเสียงประสาน — เพลงนี้ซ้อนเสียงร้องไว้หลายชั้นมาก ฟังผ่านลำโพงมือถือจะพลาดรายละเอียดที่ทำให้มันฟังเหมือนความฝัน
- คีย์บอร์ดหรือคอนโทรลเลอร์สำหรับทำเพลงที่บ้าน — เพลงสั้น ๆ ที่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบแบบนี้ทำเองได้จริง ลองอัดความรู้สึกของตัวเองในหนึ่งนาทีดู
- สมุดบันทึกสำหรับเขียนความรู้สึก — บางความรู้สึกมีอายุสั้นมาก การจดไว้ในวันที่ยังรู้สึกอยู่คือสิ่งเดียวกับที่เธอทำกับเพลงนี้
-
ทำไมเพลงนี้ถึงสั้นผิดปกติ แค่ราวหนึ่งนาที?
ว่ากันว่ามันถูกเขียนขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ความรู้สึกกำลังพุ่งสุด และไม่เคยถูกตั้งใจให้เป็นซิงเกิลใหญ่ ความสั้นของมันจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของความหมายไปโดยปริยาย คือความรักแบบพุ่งพรวดที่สว่างจ้าแล้วจบเร็ว -
Ariana เสียใจไหมที่ตั้งชื่อเพลงตามคนที่เลิกกันไปแล้ว?
เธอไม่เคยลบเพลงนี้ออกจากอัลบั้ม และต่อมายังพูดถึง Pete ในโทนขอบคุณผ่านเพลง "thank u, next" ท่าทีโดยรวมจึงดูเหมือนการยอมรับว่าความรู้สึกในตอนนั้นเป็นเรื่องจริง แม้ปลายทางจะไม่เป็นอย่างที่คิด -
ควรฟังเพลงนี้คู่กับเพลงไหนถึงจะเข้าใจเรื่องราวครบ?
ฟัง "pete davidson" ก่อน แล้วต่อด้วย "thank u, next" จะเห็นภาพชัดที่สุด เพลงแรกคือเสียงของคนที่กำลังรักโดยไม่รู้อนาคต ส่วนเพลงหลังคือเสียงของคนเดียวกันที่ผ่านความสูญเสียมาแล้วและเลือกจะเดินต่อ