SONGFABLE · 1983

It's Like That

RUN-DMC · 1983

TL;DR: เพลงนี้ไม่ใช่การอวดว่าตัวเองเจ๋ง แต่เป็นบทเพลงที่มองความจริงอันโหดร้ายของชีวิตอย่างตรงไปตรงมา ทั้งความยากจน สงคราม และความเหลื่อมล้ำ พร้อมประโยคปลอบใจที่ทั้งขมและปลุกใจว่า "มันก็เป็นแบบนี้แหละ แล้วก็เป็นอย่างงั้นแหละ"
Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

ความจริงที่คนมักเข้าใจผิด

หลายคนได้ยินบีตแข็ง ๆ กับเสียงตะโกนของ Run-DMC แล้วคิดว่านี่คือเพลงแร็ปโอ้อวดพลัง แต่ความจริงกลับตรงข้าม "It's Like That" คือเพลงที่พูดถึงความทุกข์ของคนธรรมดา คนตกงาน คนที่พยายามแล้วก็ยังไม่พอกิน ท่อนซ้ำที่ว่า "มันก็เป็นแบบนี้แหละ" ไม่ได้แปลว่ายอมแพ้ แต่เป็นการยอมรับความจริงอย่างมีสติ ก่อนจะบอกให้ลุกขึ้นสู้ต่อ มันคือเพลงที่จริงจังกับชีวิตอย่างที่วงการฮิปฮอปยุคนั้นยังไม่ค่อยกล้าทำ

เบื้องหลังและยุคสมัย

Run-DMC เป็นสามหนุ่มจากย่าน Hollis ในเขตควีนส์ นครนิวยอร์ก ได้แก่ Joseph "Run" Simmons, Darryl "DMC" McDaniels และดีเจ Jam Master Jay เพลงนี้เป็นซิงเกิลเปิดตัวของพวกเขาในปี 1983 ว่ากันว่าเนื้อร้องเขียนโดย Run กับ Larry Smith โปรดิวเซอร์ ในช่วงที่อเมริกาเผชิญเศรษฐกิจฝืดเคือง คนหนุ่มผิวดำในเมืองใหญ่เจอทั้งการว่างงานและความรุนแรง สิ่งที่ทำให้เพลงนี้ปฏิวัติวงการคือซาวด์ที่ "เปลือย" มาก ตัดเครื่องดนตรีฟุ่มเฟือยของยุคดิสโก้ทิ้ง เหลือแค่กลองหนัก ๆ กับเสียงแร็ป เปิดประตูสู่ยุคทองของฮิปฮอปที่เรียกกันว่า "new school"

สำหรับคนไทยที่คุ้นเคยกับเพลงแร็ปยุคหลังอย่าง Thaitanium หรือคลื่นลูกใหม่ในเวที Rap Is Now การได้ย้อนฟัง "It's Like That" ก็เหมือนได้เห็นต้นน้ำของสายเลือดเดียวกัน แนวคิด "แร็ปพูดความจริงของถนน" ที่ศิลปินไทยหลายคนยึดถือ มีรากมาจากเพลงแบบนี้เอง

ถอดความหมายที่ซ่อนอยู่

เนื้อเพลงไล่เรียงปัญหาสังคมทีละเรื่องอย่างตรงไปตรงมา ทั้งเงินที่ไม่เคยพอ ราคาข้าวของที่แพงขึ้นเรื่อย ๆ คนที่ตายในสงครามโดยไม่รู้ว่าเพื่ออะไร และช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนที่ถ่างออกไม่หยุด แต่ท่ามกลางความมืดนั้น เพลงก็ไม่ได้จมอยู่กับการบ่น มันชี้ว่าการศึกษาและความพยายามคือทางออก แม้จะไม่มีใครรับประกันผลลัพธ์ ประโยคซ้ำที่แปลได้ว่า "มันก็เป็นแบบนี้แหละ แล้วมันก็เป็นอย่างงั้นแหละ" ทำหน้าที่เหมือนลมหายใจลึก ๆ ระหว่างการต่อสู้ เป็นทั้งการยอมรับว่าโลกไม่ยุติธรรม และการเตือนตัวเองว่าอย่าปล่อยให้ความไม่ยุติธรรมนั้นหยุดเราไว้

บริบททางวัฒนธรรมและมรดกที่ทิ้งไว้

"It's Like That" วางรากฐานให้ Run-DMC กลายเป็นวงฮิปฮอปวงแรก ๆ ที่ทะลุเข้าสู่กระแสหลัก พวกเขาคือกลุ่มแร็ปที่ได้ขึ้นปก Rolling Stone และได้ออกอากาศทาง MTV เป็นกลุ่มต้น ๆ ที่พิสูจน์ว่าแร็ปไม่ใช่แค่แฟชั่นชั่วคราว ที่น่าทึ่งคือในปี 1997 ดีเจชาวอังกฤษ Jason Nevins นำเพลงนี้ไปรีมิกซ์เป็นเวอร์ชันแดนซ์ กลายเป็นเพลงฮิตถล่มทลายทั่วยุโรป ขายได้หลายล้านชุด ทำให้คนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยรู้จัก Run-DMC ได้กลับมารู้จักบทเพลงต้นฉบับอีกครั้ง

ทำไมยังกินใจคนยุคนี้

เกือบสี่สิบปีผ่านไป ปัญหาที่เพลงพูดถึงกลับไม่ได้หายไปไหน ค่าครองชีพยังพุ่ง ความเหลื่อมล้ำยังอยู่ และคนหนุ่มสาวทั่วโลกรวมถึงในไทยก็ยังตั้งคำถามว่าทำงานหนักแล้วจะได้อะไรตอบแทนจริงไหม พลังของ "It's Like That" อยู่ตรงที่มันไม่หลอกเรา มันไม่บอกว่าทุกอย่างจะดีเอง แต่มันบอกว่าให้ยอมรับความจริง แล้วก็อย่ายอมแพ้ ความซื่อตรงแบบนี้เองที่ทำให้เพลงยังพูดกับหัวใจคนฟังได้เสมอ


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 ดื่มด่ำไปกับเสียงเพลง

📚 ตามติดเรื่องราว

🌍 เยือนสถานที่จริง

🎸 ลองสัมผัสด้วยตัวเอง


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 ถามต่ออีกนิด
Tags
80s