SONGFABLE · 2018

After the Storm

KALI UCHIS · 2018

TL;DR: เพลงนี้ฟังดูเหมือนเพลงรักหวานๆ แต่แก่นจริงคือคำเตือนว่าอย่ารอให้ใครมาช่วย เพราะพายุจะผ่านไปก็ต่อเมื่อคุณลุกขึ้นดูแลตัวเองก่อน
Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

เสียงหวานที่ซ่อนคำเตือนไว้

คนส่วนใหญ่ได้ยิน "After the Storm" ครั้งแรกแล้วคิดว่าเป็นเพลงรักย้อนยุค กรูฟนุ่ม เสียงร้องลอยเหมือนควันบุหรี่ในห้องแอร์เย็นๆ แต่ถ้าฟังคำร้องดีๆ จะพบว่า Kali Uchis กำลังพูดเรื่องตรงกันข้ามกับเพลงรักทั่วไป เธอไม่ได้รอเจ้าชายขี่ม้าขาว เธอบอกว่าถ้าคุณอยากเห็นสายรุ้ง คุณต้องเป็นคนปลูกดอกไม้เอง ความหมายคือแดดหลังฝนไม่ใช่ของขวัญจากฟ้า แต่เป็นผลของสิ่งที่คุณลงมือทำตอนที่ยังเปียกฝนอยู่

เด็กสาวจากโคลอมเบียในเวอร์จิเนีย

Karly-Marina Loaiza เกิดที่เวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา แต่ใช้ชีวิตวัยเด็กสลับไปมากับเมือง Pereira ประเทศโคลอมเบีย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของพ่อแม่ ความรู้สึกของการเป็น "คนสองที่แต่ไม่เต็มที่สักที่" ฝังอยู่ในดนตรีของเธอตลอด เธอเริ่มจากการทำมิกซ์เทป Drunken Babble (2012) ด้วยอุปกรณ์เท่าที่มี มีเรื่องเล่ากันว่าช่วงหนึ่งเธอเคยต้องนอนในรถหลังมีปัญหากับที่บ้าน ก่อนที่ Snoop Dogg และ Tyler, the Creator จะดึงเธอเข้าสู่วงการอย่างจริงจัง

ปี 2018 อัลบั้มเต็มชุดแรก Isolation ออกมาพร้อมรายชื่อผู้ร่วมงานที่ทำเอาคนตกใจ ทั้ง Damon Albarn, Thundercat, Steve Lacy และ BADBADNOTGOOD ส่วน "After the Storm" ได้ Tyler, the Creator มาแร็ป และได้ Bootsy Collins ตำนานเบสสาย funk จากวง Parliament-Funkadelic มาร่วมด้วย นี่คือจุดที่แฟนเพลงไทยน่าจะรู้สึกคุ้น เพราะซาวด์นุ่มอุ่นแบบนี้คือสายเลือดเดียวกับ neo-soul และ city pop ที่คนไทยรุ่นใหม่ฟังกันในคาเฟ่ย่านอารีย์และเอกมัย ทำนองที่ฟังสบายแต่เนื้อหาเหงาลึก คือรสนิยมที่ตรงกับหูคนไทยพอดี

ถอดความหมาย: พายุที่ไม่มีใครมาช่วย

แก่นของเพลงคือการปฏิเสธความคิดว่าจะมีใครมาช่วยกอบกู้ชีวิตเรา Kali พูดถึงคนที่รอโชคชะตา รอคนรัก รอเงินจากที่ไหนสักแห่ง แล้วบอกว่าถ้าคุณอยากได้ผลลัพธ์ คุณต้องเป็นคนหว่านเมล็ดเอง เธอเปรียบเทียบตัวเองเป็นทั้งพายุและแดดหลังพายุ คือเป็นทั้งปัญหาและทางออกในคนเดียวกัน

ท่อนของ Tyler, the Creator เพิ่มมิติที่น่าสนใจ เพราะเขาเล่าจากมุมคนที่พยายามเข้าไปดูแลใครสักคน แต่กลับถูกปฏิเสธหรือมองข้าม มันสร้างบทสนทนากลายๆ ระหว่างคนที่บอกว่า "ฉันไม่ต้องการใคร" กับคนที่บอกว่า "ฉันอยู่ตรงนี้นะ" ซึ่งเป็นความจริงของความสัมพันธ์ยุคนี้พอดี ทุกคนอยากพึ่งตัวเองได้ แต่ทุกคนก็ยังอยากมีใครสักคน

มรดกที่ยาวกว่าที่คิด

"After the Storm" กลายเป็นเพลงที่แนะนำ Kali Uchis ให้คนทั่วโลกรู้จัก และวางรากฐานให้เธอกลายเป็นศิลปินที่ข้ามพรมแดนภาษาได้จริง หลังจากนั้นเธอออกอัลบั้มภาษาสเปนเต็มชุด Sin Miedo (del Amor y Otros Demonios) (2020) ซึ่งเพลง "telepatía" จากอัลบั้มนี้ระเบิดบน TikTok และดันเธอขึ้นชาร์ตระดับโลก พิสูจน์ว่าเสียงร้องอ่อนโยนของเธอทำงานได้ทั้งภาษาอังกฤษและสเปน

มิวสิกวิดีโอที่ออกแบบภาพแบบเรโทรจัดจ้าน สีพาสเทล ทรงผมยุค 60 กลายเป็นภาพจำและมีอิทธิพลต่อสไตล์วิชวลของศิลปิน R&B รุ่นใหม่จำนวนมาก รวมถึงคอนเทนต์ครีเอเตอร์สาย aesthetic ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย

ทำไมยังโดนใจในวันนี้

เพราะคนรุ่นนี้เติบโตมากับความไม่แน่นอน เศรษฐกิจที่คาดเดายาก งานที่ไม่มั่นคง ความสัมพันธ์ที่จบเร็ว "After the Storm" ไม่ได้ปลอบว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเอง แต่บอกว่าคุณมีสิทธิ์ทำให้มันดีขึ้นได้ ในน้ำเสียงที่ไม่ดุ ไม่กดดัน ฟังแล้วเหมือนเพื่อนที่นั่งข้างๆ แล้วพูดเบาๆ ว่าลุกขึ้นเถอะ นั่นคือเหตุผลที่เพลงนี้ยังอยู่ในเพลย์ลิสต์ของคนที่กำลังผ่านช่วงเวลายากลำบากทั่วโลก


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 ดื่มด่ำไปกับเสียง

📚 ตามรอยเรื่องราว

🌍 ไปเยือนสถานที่จริง

🎸 ลองสัมผัสด้วยตัวเอง


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 ถามต่อ
Tags
10s