SONGFABLE · 1991

Walking in Memphis

MARC COHN · 1991 · MEMPHIS, TENNESSEE, USA

TL;DR: เพลงนี้ไม่ใช่แค่บันทึกการเที่ยวเมือง Memphis แต่เป็นเรื่องราวของนักแต่งเพลงชาวยิวที่กำลังหลงทางในชีวิต แล้วไปพบ "การเกิดใหม่ทางจิตวิญญาณ" ผ่านดนตรีกอสเปลและวิญญาณของ Elvis ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของดนตรีอเมริกัน
Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

เมื่อชายชาวยิวถูกถามว่า "คุณเป็นคริสเตียนหรือเปล่า"

ไฮไลต์ที่ซ่อนอยู่ในเพลงนี้คือบทสนทนาหนึ่งที่เกิดขึ้นจริง Marc Cohn เล่าว่าตอนที่เขาไปร้องเพลงร่วมกับนักเปียโนสูงวัยชื่อ Muriel Davis Wilkins ที่ร้านอาหารเล็ก ๆ ชื่อ Hollywood Café นอกเมือง Memphis เธอถามเขาว่าเป็นคริสเตียนไหม เขาตอบไปทำนองว่า "คืนนี้ผมเป็น" — ประโยคนั้นกลายเป็นหัวใจของเพลงทั้งเพลง เพราะมันบอกว่าความศรัทธาในที่นี้ไม่ใช่เรื่องของศาสนาใดศาสนาหนึ่ง แต่คือพลังของดนตรีที่ทำให้คนแปลกหน้ารู้สึก "ได้รับการชำระล้าง" ได้จริง ๆ

พื้นหลัง: นักแต่งเพลงที่เขียนอะไรไม่ออก จึงต้องออกเดินทาง

ช่วงกลางยุค 1980 Marc Cohn เป็นนักแต่งเพลงหนุ่มจาก Cleveland ที่ติดอยู่กับภาวะตัน เขียนเพลงไม่ออกเป็นปี เล่ากันว่าเขาได้แรงบันดาลใจจากคำแนะนำของ James Taylor ที่ว่าถ้าตันให้ลองพาตัวเองไปอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย เขาจึงบินไปเมมฟิสราวปี 1986 ไปเยือน Graceland บ้านของ Elvis Presley ไปฟังกอสเปลที่โบสถ์ของ Reverend Al Green นักร้องโซลระดับตำนานที่ผันตัวเป็นศิษยาภิบาล และไปเจอคุณยาย Muriel ที่เปลี่ยนชีวิตเขา กลับมาเพลงนี้ก็หลั่งไหลออกมาเหมือนเขื่อนแตก และพาเขาคว้ารางวัล Grammy สาขา Best New Artist ปี 1992

สำหรับแฟนเพลงชาวไทย ลองนึกถึงความรู้สึกของคนที่เดินทางไปไหว้พระธาตุประจำปีเกิด ทั้งที่อาจไม่ได้เคร่งศาสนาเลยก็ได้ — Memphis คือ "เมืองพระธาตุ" ของคนรักดนตรีอเมริกัน เป็นที่ที่บลูส์ โซล ร็อกแอนด์โรล และกอสเปลถือกำเนิด การไปเยือนจึงเป็นเหมือนการจาริกแสวงบุญทางดนตรี และนั่นคือสายตาที่ควรใช้ฟังเพลงนี้

ความหมายแก่นแท้: บันทึกการแสวงบุญ ไม่ใช่บันทึกการท่องเที่ยว

เนื้อเพลงเดินเรื่องเหมือนไดอารี่การเดินทาง ตัวเอกลงจากเครื่องบินเหยียบดินแดนแห่งเดลต้าบลูส์ เดินไปตามถนน Beale Street อันเลื่องชื่อ รู้สึกราวกับวิญญาณของ W.C. Handy บิดาแห่งบลูส์ยังคอยจ้องมองอยู่ และราวกับเท้าของตัวเองลอยพ้นพื้นไปสิบฟุต แต่ถ้าฟังให้ลึก ทุกฉากคือสัญลักษณ์ทางจิตวิญญาณทั้งสิ้น ภาพ "ผีของ Elvis" ที่ Graceland สื่อถึงตำนานที่ยังไม่ตาย ส่วนไคลแมกซ์ที่ Hollywood Café เมื่อคุณยาย Muriel ชวนตัวเอกร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าจนเขารู้สึกเหมือนถูกปลดปล่อยจากน้ำหนักที่แบกมาทั้งชีวิต คือภาพของพิธีล้างบาปกลางร้านอาหารริมทาง — Cohn เคยให้สัมภาษณ์ว่าเพลงนี้คือเพลงเกี่ยวกับ "การเกิดใหม่ทางจิตวิญญาณ" มากกว่าเพลงเกี่ยวกับเมืองใดเมืองหนึ่ง ความย้อนแย้งที่งดงามคือ ชายชาวยิวคนหนึ่งพบช่วงเวลาแห่งศรัทธาที่สุดในชีวิต ผ่านเพลงกอสเปลคริสเตียนในรัฐ Tennessee

มรดกทางวัฒนธรรม

"Walking in Memphis" ขึ้นถึง Top 20 ของ Billboard Hot 100 และกลายเป็นเพลงประจำตัวของ Cohn ไปตลอดกาล ถูกนำไปคัฟเวอร์โดยศิลปินมากมาย ที่ดังที่สุดคือเวอร์ชันแดนซ์ของ Cher ในปี 1995 และเวอร์ชันคันทรีของ Lonestar ในปี 2003 รวมถึงถูกร้องในซีรีส์ Glee จนแฟนเพลงรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยรู้จักเพลงก่อนรู้จักเจ้าของเพลงเสียอีก ทางเมือง Memphis เองก็โอบรับเพลงนี้เป็นเหมือนเพลงประจำเมืองอย่างไม่เป็นทางการ ว่ากันว่านักท่องเที่ยวจำนวนมากตัดสินใจไปเยือน Beale Street และ Graceland เพราะเพลงนี้โดยเฉพาะ ส่วน Hollywood Café ก็ยังเปิดอยู่และภูมิใจนำเสนอเรื่องราวของ Muriel มาจนถึงทุกวันนี้ มีเกร็ดที่ทำให้เพลงยิ่งซึ้ง: เล่ากันว่า Muriel เสียชีวิตก่อนที่เพลงจะออกขาย เธอจึงไม่เคยได้ยินเพลงที่ตัวเองเป็นแรงบันดาลใจเลย แต่ Cohn ยกย่องเสมอว่าเธอคือคนที่ "ปลดล็อก" ทุกอย่างให้เขา

ทำไมเพลงนี้ยังกินใจคนยุคนี้

เพราะลึก ๆ แล้วเราทุกคนเคยรู้สึกหลงทาง และเพลงนี้บอกว่าทางออกอาจไม่ใช่การนั่งคิดให้ตกที่โต๊ะทำงาน แต่คือการลุกออกเดินทางไปยังที่ที่มีความหมายต่อหัวใจเรา ในยุคที่คนไทยรุ่นใหม่ออกเดินทางตามรอยซีรีส์ ตามรอยศิลปินที่รัก หรือไปคาเฟ่ปลายทางเพื่อ "ฮีลใจ" เพลงนี้คือต้นแบบของแนวคิดนั้นเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน — การเดินทางที่เริ่มจากความว่างเปล่า แล้วจบลงด้วยการค้นพบตัวเองผ่านเสียงดนตรี เปียโนอินโทรอันเป็นเอกลักษณ์ยังคงพาเราไปยืนกลางถนน Beale Street ได้ทุกครั้งที่กดฟัง


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 ดื่มด่ำกับเสียงดนตรี

📚 ตามรอยเรื่องราว

🌍 ไปเยือนสถานที่จริง

🎸 ลองสัมผัสด้วยตัวเอง


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 [ถามต่อได้เลย]:

Tags
90s