Stick Season
We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.
ความจริงที่คนฟังครั้งแรกมักคาดไม่ถึง
หลายคนได้ยิน Stick Season ครั้งแรกจากคลิปสั้นบน TikTok แล้วเข้าใจว่าเป็นเพลงอกหักธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วตัวละครหลักของเพลงไม่ใช่แฟนเก่า มันคือ "หมู่บ้าน"
"Stick season" เป็นคำที่คนนิวอิงแลนด์ใช้กันจริง ๆ หมายถึงช่วงราวปลายตุลาคมถึงต้นธันวาคม ที่ใบไม้เปลี่ยนสีสวย ๆ ร่วงหล่นจนหมดแล้ว แต่หิมะขาวโพลนยังไม่มาถึง เหลือแต่ต้นไม้เปลือยเปล่าสีเทา ๆ ท้องฟ้าหม่น ฝนปนน้ำแข็ง นักท่องเที่ยวกลับบ้านกันหมด ร้านรวงเงียบ เป็นฤดูที่ไม่มีในปฏิทิน ไม่มีใครถ่ายรูปลงโซเชียล เป็นแค่ช่วงรอ
Kahan หยิบคำนี้มาใช้อธิบายสภาพจิตใจ คือความรู้สึกของคนที่ "ระหว่างทาง" ไม่ได้เจ็บสด ๆ แล้ว แต่ก็ยังไม่หาย
ชีวิตของคนที่ไม่เคยไปไหน
Noah Kahan เกิดปี 1997 โตที่ Strafford รัฐ Vermont หมู่บ้านเล็กที่มีประชากรราวพันคน เขาเซ็นสัญญากับค่ายตั้งแต่วัยรุ่นและออกเพลงป๊อปที่ฟังดูเหมือนใครก็ได้อยู่พักใหญ่ จนกระทั่งช่วงโรคระบาดปี 2020 ที่ทัวร์ถูกยกเลิกหมด เขาจึงต้องกลับไปอยู่บ้านเกิดอีกครั้ง
การกลับไปครั้งนั้นคือจุดเปลี่ยน มีรายงานว่าเขาเริ่มเขียนเพลงชุดนี้ด้วยความรู้สึกอึดอัดปนคิดถึง อยู่ในบ้านที่ตัวเองโตมา มองต้นไม้ที่ไม่เปลี่ยน ในขณะที่เพื่อน ๆ ย้ายไปเมืองใหญ่กันหมด เขาเลิกพยายามทำเพลงป๊อปสากล แล้วหันมาเขียนถึงสิ่งที่เขารู้จริง คือชนบทอเมริกาตอนเหนือ ความซึมเศร้า ยาต้านเศร้า พ่อแม่ที่หย่ากัน และแบนโจ
อัลบั้ม Stick Season ออกเดือนตุลาคม 2022 โดยเพลงไตเติลถูกปล่อยเป็นคลิปสั้นก่อนหน้านั้นและกลายเป็นไวรัล เขาเรียกแนวเพลงตัวเองแบบติดตลกว่า "folk ที่มีปัญหาสุขภาพจิต"
จุดเชื่อมกับคนไทย: ถ้าฤดูไร้ชื่อฟังดูไกลตัว ลองนึกถึงคำว่า "หน้าฝุ่น" ที่คนไทยคิดขึ้นมาเอง ทั้งที่ปฏิทินราชการมีแค่สามฤดู เราตั้งชื่อให้ช่วงเวลาที่หม่นและอึดอัดที่สุดของปี เพราะการมีชื่อเรียกทำให้ความรู้สึกนั้นจับต้องได้ คนนิวอิงแลนด์ทำแบบเดียวกันกับ stick season และอีกชั้นหนึ่งที่คนไทยเข้าใจดี คือความรู้สึกของคนที่อยู่ต่างจังหวัดแล้วเห็นเพื่อนรุ่นเดียวกันทยอยเข้ากรุงเทพฯ เหลือตัวเองอยู่กับถนนเส้นเดิม
ถอดความหมาย เพลงนี้พูดถึงอะไรกันแน่
เนื้อหาของเพลงเล่าผ่านมุมของคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง คนรักย้ายออกไปเริ่มชีวิตใหม่ในที่ที่ไกลออกไป ส่วนผู้เล่ายังขับรถผ่านถนนเส้นเดิม เห็นบ้านหลังเดิม และรู้ทั้งรู้ว่าไม่มีอะไรจะเปลี่ยน
ความฉลาดของเพลงอยู่ตรงที่ Kahan ไม่ได้แยกความเจ็บจากอกหักออกจากความอึดอัดที่มีต่อบ้านเกิด เขามัดสองอย่างนี้เข้าด้วยกันจนแยกไม่ออก การสูญเสียคนรักกับการติดอยู่ในเมืองเล็กกลายเป็นความรู้สึกเดียวกัน คือรู้สึกว่าโลกเดินหน้าไปโดยไม่รอ
น้ำเสียงในเพลงก็ไม่ได้ขมอย่างเดียว มีความรักปนอยู่ด้วย เขาพูดถึงบ้านเกิดเหมือนคนพูดถึงญาติที่ทำร้ายเราแต่เราก็ยังรัก อยากไปให้พ้น แต่พอไปได้จริงกลับคิดถึง และท่อนที่คนร้องตามกันดังที่สุดในคอนเสิร์ตคือท่อนที่เจ็บที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องปกติของเพลงประเภทนี้ คือความเจ็บที่ร้องพร้อมกันหลายหมื่นคนแล้วกลายเป็นการปลอบใจ
บริบททางวัฒนธรรมและมรดกของเพลง
ความสำเร็จของ Stick Season มาช้าแต่มาแรง เพลงและอัลบั้มค่อย ๆ ไต่ขึ้นตลอดปี 2023 จนกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก มีการออกฉบับขยาย Stick Season (We'll All Be Here Forever) ในปี 2023 พร้อมเวอร์ชันร่วมร้องกับศิลปินอย่าง Hozier และ Post Malone ส่วน Kahan เองได้เข้าชิงรางวัลแกรมมี่สาขาศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม
สิ่งที่เพลงนี้ทำสำเร็จในเชิงวัฒนธรรมคือการทำให้ "ดนตรีโฟล์กชนบทอเมริกาตอนเหนือ" กลายเป็นภาษาสากลของคนรุ่นใหม่ ต่อยอดจากคลื่นลูกก่อนหน้าอย่าง Mumford & Sons หรืออัลบั้มยุคโรคระบาดของ Taylor Swift แต่เติมความตรงไปตรงมาเรื่องสุขภาพจิตเข้าไป Kahan พูดถึงการบำบัดและยาอย่างเปิดเผยบนเวที และตั้งกองทุนสนับสนุนบริการสุขภาพจิตในชนบทจากรายได้ทัวร์
ทำไมยังโดนใจคนฟังจนถึงวันนี้
เพราะทุกคนมีฤดูไร้ชื่อของตัวเอง
ช่วงที่งานเก่าจบแล้วแต่งานใหม่ยังไม่เริ่ม ช่วงที่ความสัมพันธ์จบไปนานแล้วแต่ยังไม่ได้เริ่มใหม่ ช่วงที่เรียนจบแล้วแต่ยังไม่รู้จะไปทางไหน มันไม่ใช่วิกฤต ไม่ดราม่าพอจะเล่าให้ใครฟัง แต่มันกินใจอยู่เงียบ ๆ ทุกวัน Stick Season ให้ชื่อกับสภาวะนั้น และการมีชื่อเรียกก็ทำให้คนรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ประหลาดอยู่คนเดียว
วิธีดำดิ่งลึกขึ้น
🎧 ดำดิ่งไปกับเสียง
- ค้นหาแผ่นเสียงและซีดีของ Noah Kahan — อัลบั้มนี้ถูกออกแบบมาให้ฟังรวดเดียวตั้งแต่ต้นจนจบ เสียงแบนโจและกีตาร์อะคูสติกในฉบับแผ่นเสียงให้ความอบอุ่นแบบห้องนั่งเล่นในบ้านไม้ ซึ่งเข้ากับเนื้อหาชนบทของเพลงมาก
- ค้นหาหูฟังโอเวอร์เอียร์สำหรับฟังโฟล์ก — เสน่ห์ของงานชุดนี้อยู่ในรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างเสียงลมหายใจและเสียงนิ้วรูดสาย ถ้าฟังจากลำโพงมือถือจะพลาดชั้นเสียงพวกนี้ไปเกือบหมด
- ค้นหาอัลบั้มโฟล์กและอเมริกานาแนวเดียวกัน — ถ้าชอบเพลงนี้ ลองไล่ฟังงานของ Hozier, The Lumineers และ Bon Iver เพื่อเห็นภาพว่าโฟล์กร่วมสมัยเดินทางมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร
📚 ตามรอยเรื่องราว
- ค้นหาหนังสือเกี่ยวกับนิวอิงแลนด์และเวอร์มอนต์ — บันทึกชีวิตในเมืองเล็กของนิวอิงแลนด์ช่วยให้เข้าใจว่าทำไมฤดูหนาวที่ยาวเจ็ดเดือนถึงหล่อหลอมนิสัยเก็บงำความรู้สึกของคนแถบนั้น
- ค้นหาหนังสือว่าด้วยสุขภาพจิตและภาวะซึมเศร้า — Kahan พูดถึงการบำบัดอย่างเปิดเผยจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพลักษณ์ศิลปิน อ่านคู่กันแล้วจะเห็นว่าเพลงนี้ทำหน้าที่เหมือนบทบันทึกของการรักษามากกว่าการระบาย
- ค้นหาหนังสือเรื่องการแต่งเพลงและการเล่าเรื่อง — เทคนิคที่น่าศึกษาที่สุดของเพลงนี้คือการใช้ภูมิทัศน์แทนอารมณ์ แทนที่จะบอกตรง ๆ ว่าเศร้า
🌍 ไปเยือนสถานที่จริง
- ค้นหาคู่มือท่องเที่ยวเวอร์มอนต์และนิวอิงแลนด์ — Strafford บ้านเกิดของ Kahan เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีประชากรราวพันคน คู่มือพวกนี้พาไปเห็นภูมิประเทศที่กลายเป็นฉากหลังของทั้งอัลบั้ม
- ค้นหาไกด์ชมใบไม้เปลี่ยนสี — ถ้าอยากเข้าใจ stick season ต้องเข้าใจก่อนว่าอะไรมาก่อนหน้ามัน คือฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยจนคนแห่กันไปดู แล้วความเงียบหลังจากนั้นถึงจะเจ็บ
- ค้นหาอุปกรณ์กันหนาวสำหรับเดินทางฤดูหนาว — สำหรับคนไทยที่คิดจะไปเยือนช่วงนั้นจริง ๆ อากาศใกล้ศูนย์องศาพร้อมลมและฝนปนน้ำแข็งเป็นคนละเรื่องกับหน้าหนาวเชียงใหม่
🎸 ลองสัมผัสด้วยตัวเอง
- ค้นหากีตาร์โปร่งสำหรับมือใหม่ — เพลงนี้เล่นตามได้ไม่ยากด้วยคอร์ดพื้นฐานไม่กี่ตัว ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่มีคนคัฟเวอร์กันมหาศาลบนโซเชียล
- ค้นหาแบนโจและเครื่องดนตรีโฟล์ก — เสียงแบนโจคือลายเซ็นของอัลบั้มชุดนี้ ลองจับดูสักครั้งแล้วจะเข้าใจว่าทำไมเครื่องดนตรีชิ้นนี้ถึงให้ความรู้สึกทั้งสนุกและเหงาในเวลาเดียวกัน
- ค้นหาสมุดโน้ตสำหรับจดเนื้อเพลง — วิธีเข้าใจเพลงนี้ที่ดีที่สุดคือลองเขียนถึง "ฤดูไร้ชื่อ" ของตัวเองดู แล้วจะเห็นว่าการตั้งชื่อให้ความรู้สึกนั้นยากแค่ไหน
-
ทำไมเพลงที่ออกปี 2022 ถึงเพิ่งดังจริงจังในปี 2023
เพราะมันโตจากปากต่อปากบนโซเชียล ไม่ใช่จากการโปรโมตของค่าย คลิปสั้นของเพลงนี้ถูกนำไปใช้ประกอบเรื่องเล่าส่วนตัวของคนนับล้าน แล้วจึงค่อย ๆ ดันอัลบั้มขึ้นชาร์ตแบบสะสม ซึ่งต่างจากเพลงฮิตทั่วไปที่พุ่งแรงสัปดาห์แรกแล้วดิ่งลง -
คนไทยที่ไม่เคยเห็นหิมะจะอินกับเพลงนี้ได้จริงหรือ
ได้ เพราะแก่นของเพลงไม่ใช่สภาพอากาศ แต่คือความรู้สึกค้างเติ่งระหว่างสองช่วงชีวิต ซึ่งเทียบได้กับช่วงเวลาที่คนไทยรู้จักดี เช่น การเห็นเพื่อนย้ายเข้าเมืองใหญ่จนเหลือตัวเองอยู่กับที่เดิม -
ทำไมคนถึงร้องเพลงเศร้าแบบนี้พร้อมกันในคอนเสิร์ตอย่างมีความสุข
เพราะการได้ยินคนหลายหมื่นเปล่งเสียงความเจ็บแบบเดียวกับเรา เปลี่ยนความรู้สึกโดดเดี่ยวให้กลายเป็นความรู้สึกว่ามีพวก Kahan เองก็พูดถึงเรื่องสุขภาพจิตบนเวทีอย่างเปิดเผยและนำรายได้ทัวร์ส่วนหนึ่งไปสนับสนุนบริการสุขภาพจิตในชนบท ทำให้คอนเสิร์ตของเขามีบรรยากาศคล้ายพื้นที่ปลอดภัยมากกว่าโชว์ทั่วไป