SONGFABLE · 1987

Fairytale of New York

THE POGUES FEAT. KIRSTY MACCOLL · 1987 · NEW YORK CITY, USA

TL;DR: เพลงคริสต์มาสที่คนอังกฤษและไอร์แลนด์รักที่สุดตลอดกาล แท้จริงแล้วไม่ใช่เพลงฉลองเทศกาลเลย แต่เป็นบทสนทนาทะเลาะกันของคู่รักผู้อพยพชาวไอริชที่ความฝันใน New York พังทลาย — เทพนิยายที่ขมที่สุดแต่กลับอบอุ่นที่สุดในเวลาเดียวกัน
Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

เพลงคริสต์มาสที่เริ่มต้นในห้องขัง

ลองนึกภาพเพลงคริสต์มาสสักเพลง คุณคงนึกถึงหิมะ ของขวัญ และความสุขใช่ไหม? แต่ "Fairytale of New York" เปิดฉากด้วยชายขี้เมาคนหนึ่งที่ถูกจับเข้าห้องขังของสถานีตำรวจในคืนวันคริสต์มาสอีฟ และจากตรงนั้น เขาก็เริ่มหวนนึกถึงผู้หญิงคนหนึ่ง ความฝันที่เคยมีร่วมกัน และทุกอย่างที่พังลงระหว่างทาง นี่คือความกล้าหาญที่ทำให้เพลงนี้ถูกโหวตให้เป็น "เพลงคริสต์มาสที่ดีที่สุดตลอดกาล" ในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งที่มันแทบจะเป็น "แอนตี้เพลงคริสต์มาส" เลยด้วยซ้ำ

กว่าจะเป็นเทพนิยาย: สองปีแห่งการเคี่ยวเข็ญ

The Pogues คือวงดนตรีจากลอนดอนที่ผสมพังก์ร็อกเข้ากับดนตรีพื้นบ้านไอริชอย่างดุเดือด นำโดย Shane MacGowan นักแต่งเพลงอัจฉริยะผู้มีชื่อเสียงเรื่องการดื่มหนักพอๆ กับฝีมือการเขียน ว่ากันว่าจุดเริ่มต้นของเพลงนี้มาจากคำท้าของ Elvis Costello โปรดิวเซอร์ของวงในตอนนั้น ที่พนันว่าพวกเขาไม่มีทางเขียนเพลงคริสต์มาสฮิตได้ MacGowan กับ Jem Finer มือแบนโจใช้เวลาราวสองปีเคี่ยวเพลงนี้ ลองแล้วทิ้ง เขียนแล้วรื้อ จนได้โครงสร้างเป็น "ดูเอ็ต" ชาย-หญิง

ปัญหาคือ เสียงร้องฝ่ายหญิงหาคนที่ใช่ไม่ได้สักที จนกระทั่งโปรดิวเซอร์ Steve Lillywhite เอาเทปกลับบ้านไปให้ภรรยาลองร้องเล่นๆ — ภรรยาคนนั้นคือ Kirsty MacColl นักร้องนักแต่งเพลงฝีปากคมของอังกฤษ และเสียงของเธอก็เปลี่ยนเพลงนี้ให้กลายเป็นตำนานทันที สำหรับแฟนเพลงไทย ลองนึกถึงเสน่ห์แบบเพลงลูกทุ่งหรือเพลงเพื่อชีวิตบ้านเรา ที่เล่าเรื่องคนต่างจังหวัดเข้าเมืองหลวงไปตามหาฝันแล้วเจอความจริงอันโหดร้าย — "Fairytale of New York" คือเรื่องเดียวกันเป๊ะ เพียงแต่เมืองหลวงในที่นี้คือ New York และคนต่างจังหวัดคือผู้อพยพชาวไอริช

ความหมายที่แท้จริง: เทพนิยายที่ไม่มีตอนจบแบบเทพนิยาย

โครงเรื่องของเพลงคือบทสนทนา (และการด่าทอ) ระหว่างคู่รักผู้อพยพชาวไอริชคู่หนึ่งใน New York ท่อนแรกชายหนุ่มย้อนนึกถึงวันที่ทั้งคู่ยังหนุ่มสาว เพิ่งถึงอเมริกาด้วยหัวใจพองโต เขาชนะพนันและสัญญากับเธอว่าอนาคตสดใสรออยู่ เธอเองก็เคยฝันอยากเป็นนักแสดงนักร้อง เมืองทั้งเมืองดูเหมือนเปล่งประกายต้อนรับพวกเขา

แต่แล้วเพลงก็ตัดมาที่ปัจจุบัน ความฝันถูกแทนที่ด้วยเหล้า ยา และความผิดหวัง ทั้งคู่สาดคำด่าใส่กันอย่างเจ็บแสบที่สุดเท่าที่เพลงป๊อปเคยมีมา เธอโทษว่าเขาขโมยความฝันของเธอไป ส่วนเขาตอบกลับด้วยประโยคที่กลายเป็นหนึ่งในท่อนที่ซึ้งที่สุดในประวัติศาสตร์เพลงป๊อป — ว่าเขาไม่ได้ขโมยมันไปไหน แต่เก็บมันไว้ในใจรวมกับความฝันของตัวเอง เพราะเขาไม่อาจฝันถึงอะไรได้เลยถ้าไม่มีเธอ ท่ามกลางเสียงระฆังโบสถ์และคอรัสของตำรวจนิวยอร์ก เพลงบอกเราว่าความรักที่แท้อาจไม่ใช่ความรักที่สมบูรณ์แบบ แต่คือความรักที่ยังเหลืออยู่แม้ทุกอย่างพังหมดแล้ว

มรดกทางวัฒนธรรม: เพลงชาติของคนพลัดถิ่น

เพลงนี้ขึ้นถึงอันดับ 1 ในไอร์แลนด์และอันดับ 2 ในสหราชอาณาจักรช่วงคริสต์มาสปี 1987 (มีรายงานว่า MacGowan เจ็บใจมาตลอดที่แพ้ให้เพลงของ Pet Shop Boys) และกลับเข้าชาร์ตอังกฤษแทบทุกเดือนธันวาคมนับตั้งแต่นั้น สำหรับชาวไอริชพลัดถิ่นทั่วโลก มันคือเพลงชาติอย่างไม่เป็นทางการ เล่าประสบการณ์ของคนนับล้านที่ออกจากบ้านเกิดไปเสี่ยงโชคในอเมริกา

เพลงนี้ยังมีด้านที่ถกเถียงกัน — เนื้อร้องบางคำในท่อนด่าทอถูกวิจารณ์ในยุคหลังว่าไม่เหมาะสม จนสถานีวิทยุบางแห่งเลือกเปิดเวอร์ชันแก้คำ กลายเป็นดีเบตประจำปีของอังกฤษไปแล้ว โศกนาฏกรรมจริงก็ทาบทับเพลงนี้ด้วย: Kirsty MacColl เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเรือสปีดโบ๊ตที่เม็กซิโกในปี 2000 และ Shane MacGowan จากไปในปลายปี 2023 งานศพของเขาที่ไอร์แลนด์กลายเป็นงานระดับชาติ มีการบรรเลงเพลงนี้กลางโบสถ์ทั้งน้ำตาและรอยยิ้ม

ทำไมยังกินใจถึงทุกวันนี้

เพราะมันซื่อสัตย์ ในขณะที่เพลงคริสต์มาสส่วนใหญ่ขายภาพความสุขสำเร็จรูป เพลงนี้ยอมรับว่าเทศกาลแห่งความสุขคือช่วงเวลาที่คนเหงา คนผิดหวัง และคนไกลบ้านรู้สึกเจ็บที่สุด ใครก็ตามที่เคยจากบ้านไปตามฝันในเมืองใหญ่ — ไม่ว่าจะดับลินไปนิวยอร์ก หรืออุดรฯ ไปกรุงเทพฯ — ย่อมเข้าใจหัวใจของเพลงนี้ทันที มันบอกเราว่าแม้ฝันจะไม่เป็นจริง การได้ฝันร่วมกับใครสักคนก็มีค่าพอจะเป็นเทพนิยายแล้ว


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 ดื่มด่ำกับเสียงเพลง

📚 ตามรอยเรื่องราว

🌍 เยือนสถานที่จริง

🎸 ลองสัมผัสด้วยตัวเอง


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 [ถามเพิ่มเติม]:

Tags
80s