SONGFABLE · 1970

War

EDWIN STARR · 1970

TL;DR: เพลงประท้วงที่ดังที่สุดเพลงหนึ่งในประวัติศาสตร์ ที่จริงแล้วไม่ได้ตั้งใจให้ Edwin Starr ร้องตั้งแต่แรก — Motown กลัวว่าเพลงต่อต้านสงครามเวียดนามจะทำลายภาพลักษณ์ของวง The Temptations จึงโยนเพลงนี้ให้นักร้องเบอร์รองมาอัดใหม่ แล้วมันกลับกลายเป็นเพลงอันดับ 1 ที่ตะโกนคำว่า "สงครามมีประโยชน์อะไร" ดังก้องมาถึงทุกวันนี้
Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

เพลงฮิตที่เกิดจากความกลัวของค่ายเพลง

ลองนึกภาพดูครับ เพลงที่เปิดมาด้วยเสียงตะโกนถามว่าสงครามนั้นดีตรงไหน แล้วตอบเองอย่างเด็ดขาดว่า "ไม่มีอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว" — เพลงแบบนี้ในปี 1970 ช่วงที่สงครามเวียดนามกำลังเดือดสุดขีด คือระเบิดเวลาทางการเมืองดี ๆ นี่เอง

ความจริงที่หลายคนไม่รู้คือ เพลง "War" ถูกแต่งโดย Norman Whitfield และ Barrett Strong สองมือทองของค่าย Motown และถูกอัดครั้งแรกโดย The Temptations ในอัลบั้ม Psychedelic Shack เมื่อแฟนเพลงและสถานีวิทยุเรียกร้องให้ปล่อยเป็นซิงเกิล Motown กลับลังเล เพราะกลัวว่าแฟนเพลงสายอนุรักษ์นิยมของ The Temptations จะไม่พอใจ ทางออกคือหานักร้องคนอื่นมาอัดใหม่ และคนที่ยกมือรับงาน "เสี่ยง" นี้ก็คือ Edwin Starr นักร้องโซลเสียงทรงพลังที่ตอนนั้นยังไม่ใช่ดาวเด่นแถวหน้าของค่าย

ผลลัพธ์? เวอร์ชันของ Starr ดุดันกว่าต้นฉบับหลายเท่า ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard Hot 100 นานสามสัปดาห์ และกลายเป็นเพลงประจำตัวของเขาไปตลอดชีวิต

เบื้องหลัง: Motown ในยุคที่อเมริกากำลังลุกเป็นไฟ

Edwin Starr (ชื่อจริง Charles Edwin Hatcher) เกิดที่ Nashville เติบโตที่ Cleveland และเคยรับราชการทหารในเยอรมนีมาก่อน — รายงานระบุว่าประสบการณ์ในกองทัพนี่เองที่ทำให้เขาร้องเพลงนี้ด้วยความรู้สึกจริง ไม่ใช่แค่การแสดง ปี 1970 คือช่วงที่อเมริกาแตกแยกอย่างหนัก เหตุการณ์ยิงนักศึกษาที่ Kent State University เพิ่งเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม และคนหนุ่มสาวทั้งประเทศกำลังโกรธ

สำหรับแฟนเพลงชาวไทย มีจุดเชื่อมโยงที่น่าสนใจอยู่: สงครามเวียดนามที่เพลงนี้ประท้วงนั้นเกี่ยวพันกับไทยโดยตรง ทหารอเมริกันหลายแสนนายประจำการอยู่ที่ฐานทัพในอุดรธานี อุบลราชธานี โคราช และอู่ตะเภา และทหาร GI เหล่านี้เองที่นำแผ่นเสียงโซลและฟังก์เข้ามา จนกลายเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจของวงดนตรีไทยยุคนั้น เสียงโซลแบบ Motown ที่ได้ยินในเพลงสตริงไทยยุค 70 ส่วนหนึ่งก็เดินทางมาพร้อมสงครามที่เพลงนี้ต่อต้านนั่นแหละครับ — ย้อนแย้งอย่างเหลือเชื่อ

ความหมายที่แท้จริง: คำถามเดียวที่ตอบซ้ำ ๆ จนสะเทือน

โครงสร้างของเพลงเรียบง่ายแบบจงใจ: เป็นบทสนทนาถาม-ตอบสไตล์โบสถ์คนดำ (call and response) ที่ตั้งคำถามว่าสงครามมีคุณค่าอะไร แล้วตอบกลับอย่างไม่ลังเลว่าไม่มีเลย เนื้อหาท่อนต่าง ๆ บรรยายว่าสงครามเป็นศัตรูของมนุษยชาติทั้งมวล มันพรากชีวิตคนหนุ่มสาว ทำให้แม่ต้องเสียลูก ทิ้งไว้เพียงความพิการ ความขมขื่น และน้ำตา ผู้แต่งยังชี้ว่าสงครามทำให้คนรุ่นใหม่หมดศรัทธา เพราะถูกเกณฑ์ไปรบแล้วอาจไม่ได้กลับมาใช้ชีวิตของตัวเอง

จุดที่คมที่สุดคือเพลงไม่ได้ปฏิเสธการต่อสู้ทั้งหมด — มีท่อนที่บอกทำนองว่าหากต้องยืนหยัด ก็ควรยืนหยัดปกป้องสิ่งที่มีค่าจริง ๆ ไม่ใช่ไปตายแทนนโยบายของใครบางคน นี่คือเพลงที่โจมตี "สงครามในฐานะเครื่องมือของรัฐ" ไม่ใช่โจมตีทหารผู้เสียสละ ความแตกต่างเล็ก ๆ นี้ทำให้เพลงทรงพลังข้ามยุคสมัย

และอย่าลืมพลังของดนตรี: เสียงแตรที่กระแทกเหมือนหมัด จังหวะฟังก์ที่ขับเคลื่อนไม่หยุด และเสียงแหบกร้าวของ Starr ที่ร้องเหมือนนักเทศน์กำลังโกรธ — ทั้งหมดนี้เปลี่ยนข้อความการเมืองให้กลายเป็นเพลงเต้นได้ ซึ่งคือสูตรลับที่ทำให้คนทั้งประเทศร้องตามโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังประท้วงอยู่

มรดกทางวัฒนธรรม

"War" คว้ารางวัลและคำชมมากมาย ติดอันดับเพลงยอดเยี่ยมตลอดกาลของนิตยสาร Rolling Stone และถูกนำมาคัฟเวอร์ครั้งสำคัญโดย Bruce Springsteen ในปี 1986 ซึ่งดังติดท็อปเท็นอีกรอบ พิสูจน์ว่าข้อความของเพลงไม่เคยหมดอายุ Frankie Goes to Hollywood ก็เคยนำไปตีความใหม่ในยุค 80 ช่วงสงครามเย็น

ว่ากันว่าทุกครั้งที่โลกมีสงครามใหม่ เพลงนี้จะกลับขึ้นมาบนคลื่นวิทยุและเพลย์ลิสต์อีกครั้ง — จากสงครามอ่าวเปอร์เซีย อิรัก จนถึงความขัดแย้งในศตวรรษที่ 21 น่าเศร้าที่ Edwin Starr เสียชีวิตในปี 2003 ที่อังกฤษ ปีเดียวกับที่สงครามอิรักปะทุ และเพลงของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้งพอดี

ทำไมวันนี้ฟังแล้วยังขนลุก

เพราะคำถามของเพลงยังไม่มีใครตอบได้ดีกว่านี้ ในยุคที่เราดูสงครามผ่านหน้าจอมือถือแบบเรียลไทม์ ความโกรธตรงไปตรงมาของ Starr กลับรู้สึกสดใหม่กว่าเดิม เพลงนี้สอนบทเรียนที่ศิลปินทุกยุคควรจำ: ข้อความที่แรงที่สุด ไม่ต้องซับซ้อน แค่ต้องจริง และร้องด้วยทั้งชีวิต สามนาทีของเสียงตะโกนจากปี 1970 จึงยังคงเป็นคำประกาศต่อต้านสงครามที่กระชับและทรงพลังที่สุดเท่าที่ดนตรีป๊อปเคยสร้างมา


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 ดื่มด่ำกับเสียงเพลง

📚 ตามรอยเรื่องราว

🌍 เยือนสถานที่จริง

🎸 สัมผัสด้วยตัวเอง


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 [ถามต่อได้เลย]:

Tags
70s