SONGFABLE · 1980

Turning Japanese

THE VAPORS · 1980

TL;DR: เพลงนี้ไม่ได้เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นเลยแม้แต่น้อย — แท้จริงแล้วมันคือเพลงว่าด้วยความรักที่สูญเสียไป ความหมกมุ่น และความวิตกกังวลของวัยรุ่นที่กลายร่างเป็น "คนแปลกหน้า" ในสายตาตัวเอง ส่วนข่าวลือเรื่องความหมายแฝงลามกนั้น ผู้แต่งยืนยันมาตลอดว่าไม่จริง
Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

เพลงที่คนทั้งโลกเข้าใจผิดมากที่สุดเพลงหนึ่ง

ถ้าคุณเคยได้ยินท่อนกีตาร์เสียงแบบ "ตะวันออก" อันโด่งดังของเพลงนี้ คุณอาจคิดว่ามันเป็นเพลงล้อเลียนญี่ปุ่น หรือถ้าคุณเคยอ่านตามอินเทอร์เน็ต คุณอาจเจอ "ตำนานเมือง" ที่บอกว่าชื่อเพลงเป็นสแลงลามกของอังกฤษ ความจริงคือ ทั้งสองอย่างผิดหมด David Fenton นักร้องนำและผู้แต่งเพลงของ The Vapors ให้สัมภาษณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า เขาแต่งเพลงนี้กลางดึกหลังอกหัก และคำว่า "Turning Japanese" เป็นเพียงวลีที่ผุดขึ้นมาในหัวโดยไม่มีความหมายตายตัว — มันอาจเป็น "Turning Portuguese" ก็ได้ เขาเคยพูดติดตลกไว้แบบนั้นจริง ๆ

วงดนตรีจาก Guildford ที่ดังเพียงชั่วข้ามคืน

The Vapors เป็นวง new wave/power pop จากเมือง Guildford ทางใต้ของลอนดอน ก่อตั้งในปี 1978 ช่วงที่กระแส punk กำลังคลี่คลายตัวเป็นดนตรีที่ติดหูขึ้น พวกเขาได้รับการผลักดันจาก Bruce Foxton มือเบสของวง The Jam ซึ่งเห็นพวกเขาเล่นในผับแล้วชวนไปเปิดทัวร์ให้ "Turning Japanese" ออกมาในต้นปี 1980 และพุ่งขึ้นอันดับ 3 ในชาร์ตอังกฤษ อันดับ 1 ในออสเตรเลีย และติด Top 40 ของอเมริกา กลายเป็นเพลงฮิตเพลงเดียวที่คนจดจำวงนี้ได้ — ปรากฏการณ์ที่ฝรั่งเรียกว่า "one-hit wonder" สำหรับแฟนเพลงไทย ลองนึกถึงยุคเดียวกับที่เพลงสตริงไทยเริ่มรับอิทธิพล new wave จากตะวันตกเข้ามาเต็ม ๆ ในช่วงต้นทศวรรษ 2520 ปลาย ๆ — ซาวด์สังเคราะห์และกีตาร์จังหวะกระชับแบบนี้คือ DNA เดียวกับที่ไหลเข้ามาสู่วงการเพลงไทยยุคนั้นด้วย

แล้วเพลงนี้พูดถึงอะไรกันแน่

เนื้อเพลงเล่าเรื่องของชายหนุ่มที่นั่งจ้องรูปถ่ายของแฟนเก่าคนเดียวในห้องมืด ๆ เขาหมกมุ่นกับภาพนั้นจนรู้สึกว่าตัวเองกำลังเปลี่ยนไป กลายเป็นคนละคน แปลกแยกจากตัวเองและจากโลกภายนอก Fenton อธิบายว่าวลี "กลายเป็นคนญี่ปุ่น" ในที่นี้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของการกลายเป็นสิ่งที่ตัวเองไม่เคยคาดคิด — ความรู้สึกของคนอกหักที่มองกระจกแล้วไม่รู้จักคนในนั้นอีกต่อไป มีการตีความเพิ่มเติมว่าภาพของการหรี่ตาจ้องรูปถ่ายนาน ๆ ในความมืดคือที่มาของคำเปรียบเปรยนี้ แต่แก่นแท้คือเพลงเกี่ยวกับความวิตกกังวล ความโดดเดี่ยว และความคลั่งรักของวัยหนุ่ม ส่วนข่าวลือเรื่องความหมายลามกที่แพร่ในโรงเรียนมัธยมอเมริกันยุค 80s นั้น Fenton ปฏิเสธมาตลอดสี่สิบกว่าปี ว่ากันว่าตัวข่าวลือเองต่างหากที่ช่วยให้เพลงดังขึ้นไปอีก

มรดกทางวัฒนธรรม — จากเสียงกีตาร์ "ตะวันออก" ถึงคำถามเรื่อง stereotype

ริฟฟ์เปิดเพลงใช้สเกลที่ดนตรีตะวันตกเรียกกันว่า "Oriental riff" ซึ่งเป็นเสียงสำเร็จรูปที่ฮอลลีวูดใช้แทน "ความเป็นเอเชีย" มานานนับศตวรรษ ในยุคหลังเพลงนี้จึงถูกหยิบมาถกเถียงเรื่องการเหมารวมทางวัฒนธรรมอยู่บ้าง แม้ตัววงจะยืนยันว่าไม่มีเจตนาล้อเลียนชาติใด อย่างไรก็ตาม เพลงนี้กลับได้รับความนิยมในญี่ปุ่นเองด้วยซ้ำ และถูกนำไปคัฟเวอร์โดยศิลปินหลากหลาย รวมถึงเวอร์ชันของ Kirsten Dunst ที่ถ่ายทำมิวสิกวิดีโอในย่าน Akihabara ของโตเกียว เพลงยังโผล่ในหนัง ซีรีส์ เกม และโฆษณานับไม่ถ้วน กลายเป็นแคปซูลเวลาของยุค new wave ที่ยังถูกเปิดซ้ำจนถึงทุกวันนี้ ขณะที่ The Vapors แยกวงไปในปี 1981 ก่อนจะกลับมารวมตัวอีกครั้งในปี 2016 และยังออกอัลบั้มใหม่อยู่

ทำไมเพลงนี้ยังโดนใจคนยุคนี้

ลองคิดดู — ชายหนุ่มนั่งจ้อง "รูปถ่าย" ของคนที่เลิกกันไปจนเสียสติ ฟังดูคุ้น ๆ ไหม? ในยุคที่เราเลื่อนดู Instagram ของแฟนเก่าตอนตีสอง เพลงที่แต่งเมื่อปี 1980 เพลงนี้กลับทันสมัยอย่างน่าขนลุก ความหมกมุ่น การส่องโซเชียล ความรู้สึกแปลกแยกจากตัวเอง — ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ The Vapors บันทึกไว้ก่อนโลกจะมีสมาร์ตโฟนเสียอีก และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมเพลงสนุก ๆ จังหวะกระโดดเพลงนี้ ถึงมีอะไรให้ขุดลึกกว่าที่หูได้ยินเสมอ


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 ดื่มด่ำกับเสียงดนตรี

📚 ตามรอยเรื่องราว

🌍 เยือนสถานที่จริง

🎸 ลองเล่นเองดูสักตั้ง


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 ถามต่อได้เลย:

Tags
80s