SONGFABLE · 2012

Thinkin Bout You

FRANK OCEAN · 2012

TL;DR: เพลงรักที่ฟังดูอ่อนโยนที่สุดของ Frank Ocean แท้จริงแล้วเป็นบทสนทนาของคนสองคนที่รู้สึกไม่เท่ากัน ฝ่ายหนึ่งยังคิดถึงทุกวัน อีกฝ่ายไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับว่าเคยรู้สึกอะไร
Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

เสียงที่สั่นเพราะกลัว ไม่ใช่เพราะหวาน

หลายคนได้ยิน "Thinkin Bout You" ครั้งแรกแล้วคิดว่านี่คือเพลงรักไว้เปิดตอนขับรถกลางคืน เสียงฟอลเซตโต (falsetto) บางเบา ซินธ์ที่ลอยเหมือนหมอก จังหวะที่แทบไม่เร่งเร้าใคร แต่พอฟังซ้ำจะเริ่มสังเกตว่าเสียงสูงนั้นไม่ได้นิ่ง มันสั่น มันเหมือนคนที่พยายามพูดความจริงออกมาแต่เสียงไม่ยอมเชื่อฟัง

แก่นของเพลงไม่ใช่ความรักที่สมหวัง แต่คือช่องว่างระหว่างคนสองคน คนหนึ่งถามอีกฝ่ายตรง ๆ ว่ายังคิดถึงกันอยู่ไหม แล้วได้คำตอบที่ปัดไปมา ส่วนตัวเขาเองกลับสารภาพว่าคิดถึงตลอดเวลา ความไม่เท่ากันนี้เองที่ทำให้เพลงเจ็บ ทั้งที่ไม่มีท่อนไหนตะโกนเลยสักท่อน

จากเดโมที่ถูกปฏิเสธ สู่เพลงเปิดอัลบั้มระดับตำนาน

ก่อนจะเป็นเพลงของ Frank Ocean เอง มีรายงานว่าเพลงนี้ถูกเขียนขึ้นเพื่อให้ศิลปินคนอื่นร้อง โดยเวอร์ชันของนักร้อง Bridget Kelly เคยถูกปล่อยออกมาก่อน แล้วเดโมเสียงของ Ocean เองก็หลุดสู่โลกออนไลน์ในราวปี 2011 ผ่าน Tumblr ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เขาใช้สื่อสารกับคนฟังโดยตรงมาตลอด กระแสจากเดโมนั้นแรงพอที่เพลงจะกลายเป็นซิงเกิลนำและเพลงเปิดของอัลบั้ม channel ORANGE ในปี 2012

จังหวะเวลาของอัลบั้มนี้สำคัญมาก ไม่กี่วันก่อนวางจำหน่าย Ocean เผยแพร่จดหมายบน Tumblr เล่าถึงความรักครั้งแรกในชีวิตที่มีต่อผู้ชายคนหนึ่ง และความรู้สึกที่ไม่ได้รับการตอบกลับ ในวงการฮิปฮอปและ R&B อเมริกันยุคนั้น การเปิดเผยแบบนี้ถือว่ากล้าหาญมาก และมันเปลี่ยนวิธีที่คนทั้งโลกฟังเพลงนี้ไปเลย จากเพลงรักทั่วไปกลายเป็นบันทึกความรู้สึกที่มีเลือดเนื้อจริง

สำหรับคนฟังชาวไทย เพลงนี้มาถึงในช่วงที่ซีนอาร์แอนด์บีและอินดี้บ้านเรากำลังเปลี่ยนผ่านพอดี ศิลปินไทยรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยพูดถึง Frank Ocean ในฐานะจุดอ้างอิงของการทำเพลง "เศร้าแบบไม่ต้องอธิบาย" และถ้าคุณโตมากับเพลงแอบรักข้างเดียวแบบไทย ๆ ที่ไม่กล้าถามให้ชัด คุณจะพบว่าอารมณ์ของเพลงนี้คุ้นเคยจนน่าตกใจ ต่างกันแค่ภาษาเท่านั้น

ถอดความหมาย ความรักที่วัดกันคนละหน่วย

โครงเพลงถูกวางเป็นบทสนทนาที่ไม่มีวันบรรจบ ท่อนหนึ่งเป็นเสียงของคนที่พยายามทำเป็นไม่แคร์ พูดเหมือนว่าเรื่องเก่าจบไปแล้ว ส่วนอีกท่อนคือเสียงสูงที่ยอมรับว่าเขายังคิดถึงอยู่ทุกวัน การสลับมุมมองแบบนี้ทำให้ผู้ฟังกลายเป็นพยานของความเข้าใจผิดที่ทั้งคู่ไม่มีทางแก้ได้

ภาพเปรียบเทียบในเนื้อเพลงก็ตั้งใจให้เกินจริงแบบเด็ก ๆ Ocean ใช้ภาพสภาพอากาศสุดขั้วอย่างพายุและฝนที่ไม่น่าจะเกิดในแคลิฟอร์เนีย เพื่อบอกว่าความรู้สึกครั้งนั้นรุนแรงผิดธรรมชาติ และใช้ภาพไฟที่ไม่มีวันดับเพื่อบอกว่าบางความทรงจำไม่ยอมเย็นลงตามเวลา ที่แสบที่สุดคือการเปรียบว่าความรักครั้งแรกทำให้คนเราไม่มีวันเป็นคนเดิมอีกเลย เขาไม่ได้ขอให้อีกฝ่ายกลับมา เขาแค่อยากรู้ว่าตัวเองไม่ได้บ้าไปคนเดียว

มรดกที่เปลี่ยนหน้าตาของ R&B

channel ORANGE ได้รับคำชมล้นหลามและคว้ารางวัลแกรมมี่ในสาขา Best Urban Contemporary Album ส่วน "Thinkin Bout You" ได้เข้าชิงในสาขา Best R&B Song ความสำเร็จนี้ส่งสัญญาณว่าเพลง R&B ไม่จำเป็นต้องเซ็กซี่ มั่นใจ หรือมีท่อนฮุคที่ตะโกนได้ในคลับ มันเป็นเพลงที่เปราะบาง ไม่สรุปให้ ปล่อยให้คนฟังค้างเติ่งอยู่กับคำถามได้

หลังจากนั้น ศิลปินรุ่นถัดมาจำนวนมากรับอิทธิพลนี้ไปเต็ม ๆ ทั้งการใช้พื้นที่ว่างในเพลง การร้องเบา ๆ ใกล้ไมค์เหมือนกระซิบ และการเล่าเรื่องความสัมพันธ์แบบไม่ระบุเพศชัดเจน จนกลายเป็นภาษากลางของเพลงบรรยากาศยุค 2010s ที่ยังใช้กันอยู่ถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะในลอสแอนเจลิสหรือในเพลงอินดี้ที่ดังจากเชียงใหม่

ทำไมยังฟังแล้วเจ็บอยู่ในวันนี้

เพราะประสบการณ์ที่เพลงนี้พูดถึงไม่เคยหายไปจากชีวิตใคร การคิดถึงคนที่ไม่คิดถึงเราเท่ากันคือสิ่งที่แปลไม่ต้องใช้พจนานุกรม และในยุคที่เราเห็นชีวิตของคนที่เคยรักผ่านหน้าจอได้ทุกวันโดยไม่ต้องทัก ความรู้สึกแบบนี้ยิ่งเรื้อรังกว่าเดิม

อีกเหตุผลคือความสั้นและความไม่จบของมัน เพลงจบลงโดยไม่มีคำตอบ ไม่มีการคืนดี ไม่มีบทเรียนสวยงามใด ๆ เหลือไว้แค่คำถามที่ลอยอยู่ ซึ่งก็ตรงกับความจริงของความรักส่วนใหญ่มากกว่าตอนจบแบบหนัง


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 จมดิ่งไปกับเสียง

📚 ตามรอยเรื่องราว

🌍 ไปเยือนสถานที่จริง

🎸 ลองสัมผัสด้วยตัวเอง


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 ถามต่อ
Tags
10s