SONGFABLE · 2016

That's What I Like

BRUNO MARS · 2016

Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

That's What I Like - Bruno Mars (2016)

TL;DR: เพลงนี้ฟังดูเหมือนเพลงอวดความรวยและความหรูหรา แต่จริง ๆ แล้วมันคือคำเชื้อเชิญที่อ่อนโยน เป็นการบอกคนรักว่า "ทุกสิ่งที่ฉันมี ฉันอยากแบ่งปันกับเธอ" ความหรูหราในเพลงไม่ใช่เป้าหมาย แต่เป็นภาษาของการให้

เซอร์ไพรส์แรก: นี่ไม่ใช่เพลงอวดรวย

เวลาได้ยิน "That's What I Like" ครั้งแรก หลายคนคิดว่ามันคือเพลงโชว์ออฟ พูดถึงแชมเปญ เพชร คฤหาสน์ริมหาด และรถหรู แต่ถ้าฟังดี ๆ จะรู้ว่าทุกอย่างที่ Bruno Mars เอ่ยถึงนั้น เขาไม่ได้พูดเพื่อตัวเอง เขากำลังหันไปบอกคนที่เขารักว่า "มาสิ มาใช้ชีวิตแบบนี้ด้วยกัน" ความฟุ่มเฟือยทั้งหมดถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นของขวัญ เป็นการเกี้ยวพาราสีที่เต็มไปด้วยความใจกว้างมากกว่าความหยิ่งยโส นั่นคือเสน่ห์ที่ทำให้เพลงนี้ไม่เหมือนเพลงฮิป-อาร์แอนด์บีอวดทรัพย์ทั่วไป

เบื้องหลัง: ชายผู้ปลุกฟังก์ยุค 90 ให้ฟื้น

Bruno Mars หรือชื่อจริง Peter Gene Hernandez เกิดที่ฮาวาย เติบโตในครอบครัวนักดนตรีที่เล่นโชว์เลียนแบบศิลปินดังตั้งแต่เด็ก เขาจึงซึมซับจังหวะ การแสดง และความบันเทิงแบบเก่าเข้าไปในสายเลือด อัลบั้ม "24K Magic" ที่ปล่อยปลายปี 2016 คือจดหมายรักถึงดนตรีอาร์แอนด์บีและฟังก์ยุค 90 ทั้งกลิ่นอายของ New Jack Swing และเสียงซินธ์ที่ฉ่ำหวาน "That's What I Like" คือซิงเกิลที่กวาดรางวัลแกรมมีถึงสาขา Song of the Year และ Best R&B Song ในปี 2018

สำหรับแฟนเพลงชาวไทย น่าสนใจว่า Bruno Mars เคยมาเปิดคอนเสิร์ตที่กรุงเทพฯ และทุกครั้งบัตรขายหมดอย่างรวดเร็ว เพลงสายฟังก์-โซลของเขาเข้ากันได้ดีกับรสนิยมคนไทยที่ชอบดนตรีจังหวะกรูฟ ฟังสบาย เต้นได้ คล้ายกับที่เพลงโซลและฟังก์ตะวันตกเคยมีอิทธิพลต่อวงดนตรีไทยยุคสตริงคอมโบในอดีต

ความหมายที่แท้จริง: ความหรูหราในฐานะภาษารัก

หัวใจของเพลงคือการพรรณนาภาพชีวิตในฝัน เขาวาดภาพการพาคนรักไปเที่ยว ไปกินอาหารหรู ดื่มของดี และซื้อของที่เธออยากได้ แต่สิ่งที่ทำให้มันต่างคือน้ำเสียงของการเชื้อเชิญ ทุกประโยคลงท้ายเหมือนกำลังถามว่า "นี่แหละสิ่งที่ฉันชอบ แล้วเธอล่ะ ชอบไหม" มันไม่ใช่การข่มว่าฉันมีของพวกนี้ แต่เป็นการบอกว่าความสุขของฉันจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีเธอมาร่วมด้วย

เมื่อมองให้ลึกขึ้น ความมั่งคั่งในเพลงทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ของความใส่ใจ มากกว่าจะเป็นตัวเงินจริง ๆ คนเรามักแสดงความรักด้วยการให้ในแบบที่ตัวเองถนัด และสำหรับตัวละครในเพลงนี้ การให้คือการเปิดประตูโลกที่สวยงามของตัวเองให้อีกคนได้ก้าวเข้ามา ความสนุก ความเย้ายวน และความอบอุ่นจึงผสมกันอย่างลงตัว

บริบททางวัฒนธรรมและมรดกของเพลง

ในช่วงกลางทศวรรษ 2010 วงการเพลงป๊อปเต็มไปด้วยเสียง EDM และบีตอิเล็กทรอนิกส์ Bruno Mars เลือกเดินสวนทางด้วยการหวนคืนสู่เสียงเครื่องดนตรีจริง จังหวะกรูฟแบบฟังก์ และทำนองที่ติดหูเหมือนเพลงยุคพ่อแม่เรา การตัดสินใจนี้กลับกลายเป็นความสำเร็จมหาศาล เพราะมันเตือนให้คนรุ่นใหม่รู้ว่าความเก๋าของดนตรีโซลไม่เคยตกยุค เพลงนี้และทั้งอัลบั้มจึงถูกยกย่องว่าช่วยจุดกระแสฟื้นฟูเสียงอาร์แอนด์บีดั้งเดิมในกระแสหลักอีกครั้ง

ทำไมเพลงนี้ยังกินใจคนจนถึงทุกวันนี้

เพราะแก่นของมันคือความปรารถนาสากลที่ทุกคนเข้าใจ นั่นคือการอยากแบ่งปันสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตกับคนที่เรารัก ไม่ว่าคุณจะรวยหรือไม่ ความรู้สึก "อยากให้เธอมีความสุขเท่ากับฉัน" นั้นเป็นเรื่องที่จับต้องได้ บวกกับจังหวะที่ทำให้เท้าขยับเองโดยไม่รู้ตัว เพลงนี้จึงกลายเป็นเพลงงานแต่ง งานปาร์ตี้ และเพลย์ลิสต์วันอารมณ์ดีที่ไม่มีวันเก่า มันพิสูจน์ว่าเพลงป๊อปที่เต็มไปด้วยความรู้สึกใจกว้างนั้น มีพลังยืนยาวกว่าเพลงที่อวดอย่างเดียว


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 ดื่มด่ำไปกับเสียงดนตรี

📚 ตามรอยเรื่องราว

🌍 เยือนสถานที่จริง

🎸 ลองสัมผัสด้วยตัวเอง


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 ถามต่อได้เลย:

Tags
10s