SONGFABLE · 2013

Riptide

VANCE JOY · 2013 · MELBOURNE, AUSTRALIA

Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

Riptide - Vance Joy (2013)

TL;DR: เพลงอูคูเลเลสุดติดหูที่ฟังเผินๆ เหมือนเพลงรักหวานๆ แต่จริงๆ แล้วเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ความกลัวที่จะเสียคนที่รักไป และภาพหลอนแบบหนังฆาตกรรมที่ปะปนกับความทรงจำวัยเด็ก

เพลงรักที่ซ่อนความหวาดผวาเอาไว้

หลายคนได้ยินเสียงอูคูเลเลเปิดเพลงแล้วก็เผลอโยกตามทันที คิดว่านี่คือเพลงรักชายหาดสบายๆ แต่ถ้าตั้งใจฟังเนื้อหาดีๆ จะพบว่า "Riptide" เต็มไปด้วยความรู้สึกขัดแย้งในใจ ทั้งหลงรักจนหัวปักหัวปำ และหวาดกลัวว่าจะสูญเสียอีกฝ่ายไปในเวลาเดียวกัน คำว่า "riptide" เองหมายถึงกระแสน้ำย้อนที่ดูดคนเล่นน้ำออกไปกลางทะเล ภาพนี้แทนความรักที่พาเราจมดิ่งไปโดยไม่อาจต้านทาน

เด็กหนุ่มจากเมลเบิร์นที่เคยเล่นฟุตบอลอาชีพ

Vance Joy คือชื่อในวงการของ James Keogh ชาวออสเตรเลียจากเมืองเมลเบิร์น ก่อนจะหันมาเอาดีทางดนตรี ว่ากันว่าเขาเคยเล่นฟุตบอลกฎออสเตรเลีย (Australian rules football) ในระดับกึ่งอาชีพ และเรียนจบด้านกฎหมายมาด้วยซ้ำ เขาแต่งเพลงนี้ขึ้นในห้องนอนช่วงราวปี 2008 ก่อนจะปล่อยออกมาในปี 2013 และกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก เพลงนี้ขึ้นอันดับหนึ่งในชาร์ตยอดนิยมยาวนานของออสเตรเลีย และทำให้กระแส "อินดี้โฟล์กบวกอูคูเลเล" แพร่ไปทั่วโลก

สำหรับคนฟังชาวไทย เสน่ห์ของเพลงนี้คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด เพราะเสียงอูคูเลเลเป็นเครื่องดนตรีที่คนไทยรู้จักดีผ่านวงดนตรีเล่นริมทะเลที่หัวหิน พัทยา หรือเกาะต่างๆ จังหวะสบายๆ แบบนี้เข้ากับบรรยากาศคาเฟ่และร้านอาหารชายหาดบ้านเราจนเปิดบ่อยมาก หลายคนคงเคยได้ยินเพลงนี้ลอยมาตามสายลมโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเนื้อหาข้างในมันมืดหม่นแค่ไหน

ถอดความหมาย: ความรักที่ปนความหวาดกลัว

เนื้อเพลงเล่าผ่านมุมมองชายหนุ่มที่ตกหลุมรักผู้หญิงคนหนึ่งอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เขาบรรยายถึงหญิงสาวที่ทิ้งบ้านเกิดในเมืองเล็กๆ มาตามล่าความฝัน เป็นคนที่ทั้งกล้าหาญและเปราะบางในเวลาเดียวกัน ตัวผู้ชายเองยอมรับว่าตัวเองเป็นคนขี้ขลาด เขาหวาดกลัวหลายสิ่ง ทั้งความมืด ทั้งทันตแพทย์ และที่สำคัญที่สุดคือกลัวว่าวันหนึ่งเธอจะหายไปจากชีวิต

สิ่งที่ทำให้เพลงนี้แปลกและน่าจดจำคือภาพที่เหมือนหลุดมาจากหนังระทึกขวัญ มีการพูดถึงผู้หญิงที่ถูกมัดและถูกทำให้พูดไม่ได้ ราวกับฉากในหนังฆาตกรรม Vance Joy เคยให้สัมภาษณ์ทำนองว่าเนื้อเพลงไม่ได้มีเรื่องราวต่อเนื่องเป็นเส้นตรง แต่เป็นการร้อยเรียงภาพและความรู้สึกที่กระโดดไปมา เหมือนกระแสจิตใต้สำนึก บางท่อนยังพาดพิงถึงความทรงจำวัยเด็กและการร้องเพลงผิดเนื้อ ซึ่งสะท้อนความไร้เดียงสาที่ปะทะกับความกลัวของผู้ใหญ่ ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ทำให้เพลงฟังดูสดใส แต่กลับสั่นไหวอยู่ลึกๆ

บริบททางวัฒนธรรมและมรดกของเพลง

"Riptide" กลายเป็นหนึ่งในเพลงที่นิยามยุคต้นทศวรรษ 2010 ซึ่งเป็นช่วงที่ดนตรีอินดี้โฟล์กเฟื่องฟู เคียงข้างศิลปินอย่าง Mumford & Sons และ The Lumineers เสียงเครื่องดนตรีอะคูสติกที่อบอุ่นและจริงใจกลายเป็นกระแสตอบโต้ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่ครองชาร์ตอยู่ในเวลานั้น เพลงนี้ถูกนำไปใช้ในโฆษณา ซีรีส์ และกลายเป็นเพลงแรกๆ ที่คนหัดเล่นอูคูเลเลและกีตาร์มักเลือกฝึก เพราะคอร์ดวนซ้ำเพียงไม่กี่คอร์ดตลอดทั้งเพลง

ทำไมยังโดนใจคนฟังจนถึงวันนี้

ความน่าหลงใหลของ "Riptide" อยู่ที่การจับความรู้สึกสองด้านของความรักไว้พร้อมกัน คือความสุขล้นและความกลัวที่จะสูญเสีย ใครก็ตามที่เคยรักใครมากจนกลัวว่าจะเสียเขาไป ย่อมเข้าใจอารมณ์นี้ได้ทันที ดนตรีที่ฟังง่ายแต่เนื้อหาที่ซับซ้อนทำให้เพลงเข้าถึงได้ทุกระดับ จะฟังเอาเพลินก็ได้ จะฟังเอาความหมายก็ลึก และนั่นคือเหตุผลที่มันยังถูกเปิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าตามคาเฟ่และเพลย์ลิสต์ทั่วโลกมาจนถึงทุกวันนี้


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 ดื่มด่ำไปกับเสียงดนตรี

📚 ติดตามเรื่องราวเบื้องหลัง

🌍 เยือนสถานที่จริง

🎸 ลองสัมผัสด้วยตัวเอง


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 ถามต่อได้เลย:

Tags
10s