SONGFABLE · 1976

Money, Money, Money

ABBA · 1976

Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

Money, Money, Money - ABBA (1976)

TL;DR: เพลงป๊อปสุดติดหูที่ฟังเผินๆเหมือนเฉลิมฉลองความรวย แท้จริงคือเสียงถอนหายใจของผู้หญิงทำงานหนักที่ยังไงเงินก็ไม่พอใช้ และฝันลมๆแล้งๆว่าจะเจอเศรษฐีมาช่วยปลดล็อกชีวิต

เสน่ห์ที่ซ่อนความขมขื่น

ลองสังเกตให้ดี เพลงนี้ไม่ใช่เพลงของคนรวยที่กำลังโปรยเงิน แต่เป็นเพลงของคน "ไม่มี" ที่กำลังฝันถึงเงิน ผู้หญิงในเพลงทำงานทั้งวันทั้งคืน จ่ายบิลแล้วก็ยังเหลือศูนย์ในกระเป๋า เธอเหนื่อยกับวงจรที่ไม่มีวันชนะ จึงเริ่มจินตนาการอีกแบบ ถ้าได้แต่งงานกับเศรษฐี ชีวิตคงไม่ต้องทำงานหนักแบบนี้อีกแล้ว เสียงเปียโนที่ฟังเหมือนคาบาเรต์ดราม่าๆ จึงเป็นการแสดงความเพ้อฝันที่เคลือบด้วยความขื่นขมเอาไว้

เบื้องหลังของวงสี่คนจากสวีเดน

ABBA คือวงสี่คนจากสวีเดน ประกอบด้วยสองคู่รัก Agnetha กับ Björn และ Anni-Frid (Frida) กับ Benny ชื่อวงมาจากอักษรตัวแรกของแต่ละคน พวกเขาดังพุ่งทะยานหลังชนะการประกวด Eurovision ปี 1974 ด้วยเพลง "Waterloo" เพลง "Money, Money, Money" อยู่ในอัลบั้ม Arrival ปี 1976 ซึ่งเป็นช่วงที่วงกำลังครองชาร์ตทั่วโลก Benny กับ Björn เป็นคู่แต่งเพลงที่เก่งกาจในการห่อหุ้มเนื้อหาเศร้าหรือเสียดสีไว้ในทำนองที่สนุกจนคนเต้นตาม

สำหรับคนไทย ABBA อาจคุ้นที่สุดผ่านละครเวทีและภาพยนตร์ Mamma Mia! ที่นำเพลงของวงมาร้อยเป็นเรื่องราว เพลงนี้ปรากฏในฉากสำคัญที่ตัวละครแม่เจ้าของโรงแรมเล็กๆ บนเกาะกรีก เพ้อฝันว่าถ้ามีเงินก้อนคงไม่ต้องดิ้นรนซ่อมโน่นซ่อมนี่ตลอดเวลา ซึ่งความรู้สึก "ทำงานเท่าไรก็ไม่พอ" นี้ คนทำงานในกรุงเทพฯหรือเมืองใหญ่ที่ไหนก็ตามคงเข้าใจได้ทันที

ถอดความหมายที่แท้จริง

แก่นของเพลงคือความเหนื่อยล้าของคนที่ดิ้นรนกับเงิน ผู้หญิงคนนี้เล่าว่าไม่ว่าจะขยันแค่ไหน เงินที่หามาได้ก็หมดไปกับค่าใช้จ่ายจนไม่เหลือเก็บ เธอรู้สึกว่าชีวิตแบบนี้ช่างไม่ยุติธรรม คนรวยกลับสบายขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเธอวิ่งอยู่กับที่ จากความท้อนั้นเธอจึงปล่อยให้จินตนาการพาไป นึกภาพโลกของคนมีเงินที่อยากทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องนับเหรียญทุกบาททุกสตางค์

ทางออกในฝันของเธอคือการเจอผู้ชายร่ำรวยมาแต่งงานด้วย ฟังดูเหมือนยอมแพ้และพึ่งพาคนอื่น แต่ถ้าฟังให้ลึก มันคือเสียงประชดของคนที่หมดทางเลือกในระบบที่บีบคั้น ความฝันนั้นไม่ใช่ความโลภ แต่เป็นความปรารถนาที่จะหลุดพ้นจากความเหนื่อย ในยุคที่ผู้หญิงมีโอกาสไต่เต้าทางการเงินด้วยตัวเองได้น้อยกว่าทุกวันนี้ เพลงจึงสะท้อนความจริงอันเจ็บปวดมากกว่าจะเป็นแค่เพลงเพ้อเจ้อ

บริบททางวัฒนธรรมและมรดกที่ทิ้งไว้

เพลงนี้ขึ้นอันดับหนึ่งในหลายประเทศ ทั้งออสเตรเลีย เยอรมนี และอีกหลายแห่งในยุโรป กลายเป็นหนึ่งในเพลงที่คนจดจำ ABBA ได้มากที่สุด ทำนองสไตล์คาบาเรต์ผสมป๊อปของเพลงนี้ ว่ากันว่าได้แรงบันดาลใจจากกลิ่นอายดนตรียุโรปตะวันออกและละครเวที จึงให้ความรู้สึกเหมือนฉากการแสดงบนเวทีมากกว่าเพลงป๊อปทั่วไป

ความน่าทึ่งคือเพลงที่พูดถึง "การไม่มีเงิน" กลับกลายเป็นเครื่องจักรทำเงินมหาศาลให้วง และยังถูกนำไปใช้ในโฆษณา ภาพยนตร์ และรายการทีวีนับไม่ถ้วน มันพิสูจน์ว่า ABBA เก่งในการสร้างเพลงที่ฟังง่ายแต่มีหลายชั้นความหมาย คนเต้นได้โดยไม่รู้ว่ากำลังร้องเพลงเกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำ

ทำไมยังโดนใจคนยุคนี้

ผ่านมาเกือบห้าสิบปี แต่ความรู้สึก "ทำงานหนักแล้วเงินก็ยังไม่พอ" กลับยิ่งจริงขึ้นในยุคค่าครองชีพพุ่ง คนรุ่นใหม่ที่พูดถึงเรื่องเงินเดือนไม่ทันเงินเฟ้อ หรือฝันถึงการถูกล็อตเตอรี่เพื่อหลุดจากวงจรงาน คงรู้สึกเชื่อมโยงกับผู้หญิงในเพลงนี้ได้ทันที

เสน่ห์ที่ทำให้เพลงไม่เก่าคือมันไม่ได้ตัดสินใคร มันแค่ยอมรับตรงๆว่าเงินทำให้ชีวิตง่ายขึ้น และการฝันถึงมันไม่ใช่เรื่องน่าอาย ใต้ทำนองสนุกๆนั้นคือความซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของคนธรรมดา และนั่นคือเหตุผลที่เรายังเปิดเพลงนี้แล้วยิ้มทั้งที่เนื้อหามันขมอยู่ลึกๆ


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 ดื่มด่ำไปกับเสียงเพลง

📚 ติดตามเรื่องราว

🌍 ไปเยือนสถานที่จริง

🎸 ลองสัมผัสด้วยตัวเอง


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 ถามต่อได้เลย:

Tags
70s