SONGFABLE · 1975

Mamma Mia

ABBA · 1975

Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

Mamma Mia - ABBA (1975)

TL;DR: เพลงป๊อปจังหวะสนุกที่ฟังดูร่าเริง แท้จริงแล้วเล่าเรื่องคนที่รู้ทั้งรู้ว่ารักนี้คือคนเจ้าชู้ที่ทำร้ายใจซ้ำๆ แต่พอเขากลับมา ก็อ่อนใจยอมกลับไปอีกครั้ง เป็นความรักที่ "เลิกไม่ได้สักที"

ความจริงที่ซ่อนอยู่หลังเสียงหัวเราะ

หลายคนได้ยินคำว่า "Mamma Mia" แล้วนึกถึงเสียงเปียโนกระดิ๊งกระด๊องสุดติดหู กับท่อนฮุกที่ทำให้อยากเต้นตาม แต่ถ้าฟังเนื้อหาจริงๆ จะพบว่ามันคือเสียงคร่ำครวญของคนที่กำลังจะบ้าตาย เพราะตัวเองเลิกกับคนรักเจ้าชู้ไปแล้วแท้ๆ แต่พอเขาเดินกลับเข้ามา หัวใจก็ทรยศตัวเองทันที คำว่า "Mamma Mia" ในที่นี้ไม่ใช่การเรียกแม่ แต่เป็นคำอุทานแบบอิตาเลียน ทำนองว่า "โอ้ พระเจ้า ฉันทำอะไรลงไป" ที่หลุดออกมาจากคนที่จับได้ว่าตัวเองหลงรักซ้ำอีกแล้ว

เบื้องหลัง: สี่คนจากสวีเดนผู้พิชิตโลก

ABBA คือวงจากสวีเดน ประกอบด้วยสองคู่รัก Agnetha กับ Björn และ Anni-Frid (Frida) กับ Benny ชื่อวงมาจากอักษรตัวแรกของชื่อทั้งสี่ พวกเขาโด่งดังระเบิดในปี 1974 จากเพลง "Waterloo" บนเวที Eurovision แล้ว "Mamma Mia" ก็ตามมาในอัลบั้ม ABBA ปี 1975 กลายเป็นเพลงที่ตอกย้ำว่าพวกเขาไม่ใช่วงดาวรุ่งวูบเดียวแล้วดับ ว่ากันว่าเสียงมาริมบาอันเป็นเอกลักษณ์ในอินโทรนั้น เกิดจากการทดลองในสตูดิโอจนได้จังหวะเหมือนเสียงนาฬิกาเดินติ๊กต่อกๆ ซึ่งเข้ากับความรู้สึก "ใจเต้นไม่หยุด" ของเพลงพอดี

สำหรับคนไทย ABBA ไม่ใช่คนแปลกหน้าเลย เพลงของพวกเขาดังข้ามยุคในเมืองไทยผ่านทั้งวิทยุ คาราโอเกะ และละครเวที Mamma Mia! ที่เคยมาเปิดการแสดงในกรุงเทพฯ ทำให้คนไทยหลายเจเนอเรชันร้องท่อนฮุกนี้ได้แม้ไม่รู้ความหมาย

ถอดความหมาย: รักที่รู้ว่าผิดแต่ก็ยอม

เนื้อเพลงเล่าผ่านมุมมองของผู้หญิงที่เคยถูกคนรักหลอกซ้ำหลายครั้ง เธอบอกตัวเองว่าจบแล้ว ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะไม่กลับไปหาคนที่ทำให้น้ำตาตกซ้ำซากอีก แต่พอเขาหายไปสักพักแล้วโผล่กลับมา ความโกรธทั้งหมดก็ละลายหาย เธอรู้ดีว่าตัวเองควรจะเข้มแข็ง ควรจะปิดประตูใส่ แต่ลึกๆ แล้วเธอกลับคิดถึงเขาตลอดเวลาที่เขาไม่อยู่

แก่นของเพลงคือความขัดแย้งในใจคนเรา ระหว่างสมองที่บอกว่า "พอเถอะ" กับหัวใจที่ยังเผลอยิ้มเวลาเห็นหน้าเขา เพลงนี้ซื่อสัตย์ตรงที่มันไม่ได้แกล้งทำเป็นว่าความรักคือเรื่องมีเหตุผล มันยอมรับตรงๆ ว่าบางทีเราก็ยอมเจ็บซ้ำเพราะใจมันสั่งมาอย่างนั้น และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมทำนองถึงต้องสนุกสดใส เพราะมันคือเสียงหัวเราะเยาะตัวเองของคนที่รู้ว่ากำลังทำเรื่องโง่ๆ ซ้ำอีกครั้ง

บริบททางวัฒนธรรมและมรดกที่ทิ้งไว้

"Mamma Mia" ขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ตอังกฤษ และช่วยปูทางให้ ABBA กลายเป็นหนึ่งในวงที่ขายแผ่นได้มากที่สุดตลอดกาล ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ ในปี 1999 ชื่อเพลงนี้ถูกนำไปตั้งเป็นชื่อละครเพลงเวสต์เอนด์ Mamma Mia! ที่ร้อยเรียงเพลงฮิตของวงเข้าเป็นเรื่องราว และต่อมากลายเป็นภาพยนตร์ทำเงินมหาศาลในปี 2008 นำแสดงโดย Meryl Streep ทำให้เพลงเก่าจากยุค 70 กลับมามีชีวิตใหม่กับคนรุ่นที่ยังไม่เกิดตอนเพลงออกด้วยซ้ำ

นี่คือสิ่งที่ทำให้ ABBA พิเศษ พวกเขาห่อหุ้มความเศร้าและความเจ็บปวดไว้ในกระดาษห่อสีสันสดใส คนฟังหน้าใหม่ได้ความสนุก คนฟังที่เคยผ่านความรักแบบนี้มาได้ความปลอบใจ

ทำไมยังโดนใจคนยุคนี้

เพราะวงจร "เลิกแล้วกลับไปคืนดี" ไม่เคยล้าสมัย ในยุคที่เราบล็อกแล้วปลดบล็อกแฟนเก่าได้ในคลิกเดียว ความรู้สึกที่ Mamma Mia บรรยายไว้ยิ่งจริงกว่าเดิม ทุกคนเคยมีใครสักคนที่รู้ว่าไม่ดีต่อตัวเอง แต่ก็ยังเผลอกดดูสตอรีเขาอยู่ดี เพลงนี้ไม่ตัดสินคุณ มันแค่ยิ้มและบอกว่า "ใช่ ฉันก็เป็นเหมือนกัน" แล้วชวนคุณเต้นออกมาจากความเจ็บแทนที่จะจมอยู่กับมัน นั่นแหละคือเวทมนตร์ที่ทำให้เพลงอายุห้าสิบปียังสดใหม่เสมอ


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 ดื่มด่ำไปกับเสียงดนตรี

📚 ติดตามเรื่องราว

🌍 ไปเยือนสถานที่จริง

🎸 ลองสัมผัสด้วยตัวเอง


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 ถามต่อได้เลย:

Tags
70s