SONGFABLE · 1986

Walk This Way

RUN-DMC FT. AEROSMITH · 1986

Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

Walk This Way - Run-DMC ft. Aerosmith (1986)

TL;DR: เพลงนี้ดูเผินๆ เหมือนเพลงร็อกผสมแร็ปสนุกๆ แต่จริงๆ แล้วมันคือช่วงเวลาที่กำแพงระหว่าง "เพลงคนผิวขาว" กับ "เพลงคนผิวดำ" ในอเมริกาพังทลายลงต่อหน้าทุกคน และเปลี่ยนหน้าตาของวงการเพลงไปตลอดกาล

ความจริงที่ทำให้ทั้งวงการช็อก

ลองนึกภาพปี 1986 ในอเมริกา ฮิปฮอปยังถูกมองว่าเป็นแค่กระแสวัยรุ่นในย่านคนผิวดำที่จะดับไปในไม่ช้า ส่วนฮาร์ดร็อกของ Aerosmith ก็เป็นโลกของผู้ฟังผิวขาวที่แทบไม่มีจุดเชื่อมต่อกัน แล้วจู่ๆ วงแร็ปสามคนจาก Queens นิวยอร์ก มาหยิบเพลงร็อกเก่าของวงที่ตอนนั้นกำลังตกอับ มาทำใหม่ ผลลัพธ์คือเพลงที่ดังถล่มทลาย ขึ้นชาร์ตทั้งสองฝั่ง และกลายเป็นมิวสิกวิดีโอฮิปฮอปเพลงแรกๆ ที่ MTV เปิดวนทั้งวัน เรื่องที่น่าทึ่งกว่าคือ เดิมที Run-DMC แทบไม่อยากทำเพลงนี้เลยด้วยซ้ำ

เบื้องหลัง: สองวงที่ไม่น่าจะมาเจอกัน

Aerosmith เขียนและบันทึก "Walk This Way" ไว้ตั้งแต่ปี 1975 ตอนนั้นวงกำลังรุ่ง แต่พอถึงกลางยุค 80 พวกเขาแทบล่มสลายจากปัญหายาเสพติด ฝั่ง Run-DMC นำโดย Joseph "Run" Simmons, Darryl "DMC" McDaniels และ Jam Master Jay กำลังเป็นดาวรุ่งของฮิปฮอป ว่ากันว่าพวกเขาเคยแร็ปทับท่อนกลองของเพลงนี้มาก่อนโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครร้อง

โปรดิวเซอร์ Rick Rubin คือคนที่ผลักดันให้สองวงมาเจอกันในสตูดิโอ มีเรื่องเล่าว่า DMC ถึงกับขัดขืน เพราะมองว่าการเอาเพลงร็อกของคนอื่นมาทำมันไม่ใช่ทางของฮิปฮอป แต่สุดท้าย Steven Tyler และ Joe Perry บินมาช่วยอัด และเคมีในห้องอัดก็ลงตัวอย่างเหลือเชื่อ สำหรับแฟนเพลงชาวไทยที่โตมากับ MTV หรือช่อง music ในยุค 90 หน้าตาของ Run-DMC กับหมวก Adidas และเชือกรองเท้าที่ดึงออก น่าจะคุ้นตาดี เพราะภาพลักษณ์นั้นกลายเป็นต้นแบบสไตล์สตรีทที่ส่งอิทธิพลมาถึงแฟชั่นวัยรุ่นเอเชียในเวลาต่อมา

ความหมายที่แท้จริงของเนื้อเพลง

ถ้าฟังเฉพาะเนื้อหา เพลงต้นฉบับของ Aerosmith เล่าเรื่องของวัยรุ่นชายที่เก้ๆ กังๆ เรื่องเพศ แล้วได้สาวรุ่นพี่หรือผู้หญิงที่มีประสบการณ์มากกว่ามาสอนบทเรียนของการเติบโต มันเป็นเรื่องเล่าแบบขำๆ ทะเล้นๆ เกี่ยวกับการก้าวข้ามวัยและความเขินอายของหนุ่มน้อย ชื่อเพลง "Walk This Way" ในเรื่องเล่ามาจากมุกที่ว่า "เดินตามแบบนี้สิ" ซึ่งเป็นการชี้นำทั้งในเชิงตลกและเชิงพาดพิงถึงเรื่องบนเตียง

แต่เมื่อ Run-DMC หยิบมาแร็ป ความหมายเชิงวัฒนธรรมกลับสำคัญกว่าเนื้อเรื่องเดิม การที่พวกเขาตวัดถ้อยคำเร็วๆ ทับริฟฟ์กีตาร์ระเบิดของ Joe Perry ทำให้เพลงกลายเป็นคำประกาศว่าฮิปฮอปสามารถยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับร็อกได้ ไม่ใช่ของชั้นรอง มันไม่ใช่แค่เรื่องหนุ่มน้อยกับสาวอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของสองโลกที่เดินมาบนเส้นทางเดียวกัน

บริบททางวัฒนธรรมและมรดกที่ทิ้งไว้

เพลงนี้ทำให้ Aerosmith ฟื้นจากความตายทางอาชีพ กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งในยุค 80-90 ขณะเดียวกันก็เปิดประตูให้ฮิปฮอปเข้าสู่กระแสหลักของอเมริกาและทั่วโลก มันพิสูจน์ให้ค่ายเพลงและสถานีวิทยุเห็นว่าผู้ฟังพร้อมจะข้ามเส้นแบ่งทางเชื้อชาติและแนวเพลง

มิวสิกวิดีโอที่ทั้งสองวงเล่นแยกห้องกันแล้วทุบกำแพงทะลุมาเจอกัน กลายเป็นภาพสัญลักษณ์ที่ทรงพลัง มันบอกเล่าทุกอย่างโดยไม่ต้องอธิบาย การผสมแนวเพลงแบบนี้ปูทางให้กับ rap-rock และ nu-metal ในเวลาต่อมา รวมถึงวงอย่าง Linkin Park ที่แฟนเพลงไทยรู้จักดี

ทำไมเพลงนี้ยังกินใจคนฟังถึงวันนี้

ในยุคที่สตรีมมิงทำให้เราฟังเพลงข้ามแนวกันเป็นเรื่องปกติ เราอาจลืมไปว่ามันเคยเป็นเรื่องต้องห้าม "Walk This Way" เตือนเราว่าการกล้าผสมสิ่งที่ดูเข้ากันไม่ได้ บางทีก็สร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าทั้งสองอย่างรวมกัน มันยังเป็นบทเรียนเรื่องความกล้าเสี่ยง ทั้งสองวงตอนนั้นมีอะไรจะเสียมาก แต่กลับได้ทุกอย่างกลับมา พลังของริฟฟ์กีตาร์กับจังหวะแร็ปที่ตัดกันอย่างลงตัวยังฟังสดใหม่ และทุกครั้งที่มันดังขึ้น คนฟังก็อดขยับตัวไม่ได้อยู่ดี


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 ดื่มด่ำกับเสียงดนตรี

ลองฟังเวอร์ชันต้นฉบับปี 1975 ของ Aerosmith ในอัลบั้ม Toys in the Attic เทียบกับเวอร์ชัน Run-DMC แล้วคุณจะเข้าใจว่าการรีอินเทอร์พรีตเพลงคืออะไร

📚 ตามรอยเรื่องราว

อ่านอัตชีวประวัติของ Steven Tyler และเรื่องราวการกอบกู้ Aerosmith จากก้นเหว จะเห็นว่าเพลงนี้มีความหมายต่อพวกเขาแค่ไหน

🌍 เยือนสถานที่จริง

Run-DMC ถือกำเนิดในย่าน Hollis ของ Queens นิวยอร์ก แหล่งกำเนิดวัฒนธรรมฮิปฮอปยุคแรก หากได้ไปนิวยอร์กลองตามรอยไกด์บุ๊กย่านนี้

🎸 ลองสัมผัสด้วยตัวเอง

ริฟฟ์ของ Joe Perry เป็นหนึ่งในริฟฟ์ที่นักกีตาร์มือใหม่อยากเล่นมากที่สุด ลองหยิบกีตาร์มาฝึกตามดู หรือใส่หมวกสไตล์ Run-DMC เพื่อสัมผัสจิตวิญญาณยุค 80


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 ถามต่อได้เลย:

Tags
80s