Viva la Vida
We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.
ความจริงที่หลายคนคาดไม่ถึง
หลายคนได้ยินเสียงเครื่องสายและกลองที่ปลุกใจของ "Viva la Vida" แล้วนึกว่าเป็นเพลงฉลองชัยชนะ แต่ความจริงตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ผู้ที่ร้องเพลงนี้คือกษัตริย์ที่ "เคย" ยิ่งใหญ่ ตอนนี้ถูกโค่นล้ม นั่งทบทวนถึงวันที่เคยกุมชะตาของผู้คนไว้ในมือ ชื่อเพลงเป็นภาษาสเปนแปลว่า "จงเจริญชีวิต" หรือ "ชีวิตจงเจริญ" ซึ่งฟังดูสดใส แต่ถูกวางไว้บนเรื่องราวของความพ่ายแพ้ ความย้อนแย้งนี้เองคือหัวใจของเพลง
เบื้องหลัง: วงอังกฤษกับจิตรกรเม็กซิกัน
Coldplay ออกเพลงนี้ในอัลบั้มชุดที่สี่ Viva la Vida or Death and All His Friends ปี 2008 โดยได้ Brian Eno โปรดิวเซอร์ระดับตำนานมาร่วมงาน ทำให้เสียงของวงเปลี่ยนไปจากเดิม เพิ่มความหนักแน่นและความเป็นออเคสตรา
ชื่อเพลงมาจากภาพวาดของ Frida Kahlo จิตรกรหญิงชาวเม็กซิกัน ภาพหนึ่งของเธอเขียนคำว่า "Viva la Vida" ทั้งที่เธอใช้ชีวิตอยู่กับความเจ็บปวดทางกายมาตลอด Chris Martin นักร้องนำเล่าว่าเขาประทับใจที่คนซึ่งทรมานขนาดนั้นยังเลือกฉลองชีวิต สำหรับแฟนเพลงชาวไทยที่คุ้นเคยกับงานศิลปะของ Frida Kahlo ผ่านนิทรรศการและสินค้าวัฒนธรรมป๊อปที่แพร่หลายในกรุงเทพฯ จุดเชื่อมโยงนี้น่าสนใจ เพราะเพลงป๊อประดับโลกกลับหยั่งรากลงในจิตวิญญาณของศิลปินลาตินอเมริกาที่ยืนหยัดต่อความทุกข์
ความหมายที่ซ่อนอยู่ในเนื้อเพลง
เนื้อเพลงเล่าผ่านสายตาของอดีตผู้ปกครอง เขาเล่าถึงวันที่เคยตื่นเช้ามาแล้วทั้งเมืองอยู่ใต้คำสั่งของเขา ผู้คนหวาดกลัวเสียงของเขา ทะเลและแผ่นดินดูเหมือนเป็นของเขาทั้งหมด แต่บัดนี้เขากวาดถนนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของตัวเอง อำนาจหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่
ภาพต่าง ๆ ในเพลงชวนนึกถึงการปฏิวัติ มีการพูดถึงระฆังที่ดังขึ้น คณะนักร้องประสานเสียง และดาบของทหารม้า ทุกอย่างชี้ไปยังช่วงเวลาที่ราชวงศ์เก่าล่มสลาย นักวิจารณ์หลายคนเชื่อมโยงกับการปฏิวัติฝรั่งเศส บ้างก็มองว่าเป็นคำเปรียบเทียบกว้าง ๆ ถึงผู้มีอำนาจทุกยุคที่ลืมไปว่าความยิ่งใหญ่นั้นยืมมาเพียงชั่วคราว แก่นของมันคือ เมื่ออำนาจตั้งอยู่บนความกลัวแทนความศรัทธาที่แท้จริง วันหนึ่งมันก็พังทลาย
บริบททางวัฒนธรรมและมรดกของเพลง
"Viva la Vida" กลายเป็นเพลงแรกของ Coldplay ที่ขึ้นอันดับ 1 ทั้งในชาร์ตอังกฤษและสหรัฐฯ และได้รางวัล Grammy สาขา Song of the Year ปกอัลบั้มที่ใช้ภาพวาด Liberty Leading the People ของ Eugène Delacroix ยิ่งตอกย้ำธีมการปฏิวัติ
เพลงนี้ยังเคยตกเป็นข่าวเมื่อมีข้อพิพาทเรื่องความคล้ายคลึงทางทำนองกับศิลปินคนอื่น แต่ก็ไม่ได้บั่นทอนความนิยมเลย มันถูกใช้ในโฆษณา ภาพยนตร์ และกลายเป็นหนึ่งในเพลงปิดคอนเสิร์ตที่ผู้ชมนับหมื่นร้องตามพร้อมกันได้แทบทุกประเทศ รวมถึงเวทีในประเทศไทยที่แฟน ๆ ร้องท่อนเสียง "โอ้ โอ" ดังกระหึ่ม
ทำไมเพลงนี้ยังกินใจคนจนถึงวันนี้
เพราะเรื่องราวของอำนาจที่ไม่จีรังนั้นเป็นสากล ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ผู้บริหารองค์กร หรือแม้แต่คนธรรมดาที่เคยรู้สึกว่าตัวเองอยู่บนยอดแล้วร่วงลงมา ทุกคนเข้าใจความรู้สึกของกษัตริย์ในเพลงนี้ได้ เสียงดนตรีที่พองโตและทรงพลังขัดกับเนื้อหาที่เศร้า ทำให้มันฟังแล้วทั้งฮึกเหิมและสะเทือนใจในเวลาเดียวกัน เป็นการเตือนอย่างอ่อนโยนว่า สิ่งที่เราครอบครองวันนี้ อาจไม่ใช่ของเราในวันพรุ่งนี้ และนั่นคือเหตุผลให้ "ฉลองชีวิต" ในขณะที่ยังมีโอกาส
วิธีดำดิ่งลึกขึ้น
🎧 ดื่มด่ำไปกับเสียงดนตรี
- อัลบั้ม Viva la Vida or Death and All His Friends — ฟังเพลงนี้ในบริบทเต็มของอัลบั้ม จะเห็นว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวใหญ่เรื่องความตายและการเริ่มต้นใหม่ เสียงที่ Brian Eno ปั้นขึ้นมานั้นต่างจาก Coldplay ยุคก่อนอย่างชัดเจน
- แผ่นไวนิล Coldplay — สำหรับคนที่อยากสัมผัสเสียงอบอุ่นแบบอนาล็อก ชั้นเสียงเครื่องสายและกลองในเพลงนี้จะยิ่งมีมิติเมื่อฟังจากแผ่นเสียง
📚 ตามรอยเรื่องราว
- หนังสือชีวประวัติ Coldplay — อ่านเส้นทางของวงตั้งแต่นักศึกษาในลอนดอนจนกลายเป็นวงระดับโลก จะเข้าใจว่าทำไมอัลบั้มชุดนี้ถึงเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของพวกเขา
- หนังสือเกี่ยวกับ Frida Kahlo — เพราะชื่อเพลงมาจากภาพวาดของเธอ การรู้จักชีวิตที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดแต่ยังเลือกฉลองชีวิตของ Frida จะทำให้คุณฟังเพลงนี้ด้วยหัวใจที่ลึกขึ้น
🌍 ไปเยือนสถานที่จริง
- คู่มือท่องเที่ยวเม็กซิโกซิตี้ — บ้านของ Frida Kahlo ที่เรียกว่า Casa Azul กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ผู้คนทั่วโลกไปเยือน เป็นต้นกำเนิดของแรงบันดาลใจเบื้องหลังชื่อเพลง
- หนังสือเที่ยวปารีสและประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส — เนื้อเพลงเต็มไปด้วยภาพการปฏิวัติฝรั่งเศส การเดินสำรวจปารีสพร้อมความเข้าใจประวัติศาสตร์ช่วงนั้นจะทำให้เพลงมีชีวิตขึ้นมา
🎸 ลองสัมผัสด้วยตัวเอง
- โน้ตเพลงเปียโนของ Coldplay — ลองเล่นท่อนเครื่องสายอันโด่งดังด้วยตัวเอง จะรู้สึกได้ถึงพลังของทำนองเรียบง่ายที่วนซ้ำแต่กินใจ
- กีตาร์โปร่งสำหรับผู้เริ่มต้น — เพลง Coldplay หลายเพลงเหมาะกับการหัดเล่นกีตาร์ เริ่มจากคอร์ดง่าย ๆ แล้วค่อย ๆ ไต่ขึ้นไปสู่เพลงระดับมหากาพย์นี้
-
ภาพวาดของ Frida Kahlo เกี่ยวข้องกับเพลงนี้อย่างไรกันแน่?
ชื่อเพลง "Viva la Vida" มาจากวลีที่ Frida Kahlo เขียนไว้บนผลงานชิ้นหนึ่งของเธอ ทั้งที่เธอใช้ชีวิตอยู่กับความเจ็บปวดทางกายมาตลอด Chris Martin เล่าว่าเขาประทับใจที่คนซึ่งทรมานขนาดนั้นยังเลือกฉลองชีวิต จึงนำวลีนี้มาตั้งเป็นชื่อเพลงและอัลบั้ม ความเชื่อมโยงจึงอยู่ที่จิตวิญญาณของการ "ฉลองชีวิต" ท่ามกลางความทุกข์ มากกว่าจะเป็นเรื่องเล่าโดยตรงเกี่ยวกับตัวเธอ -
เนื้อเพลงพูดถึงการปฏิวัติฝรั่งเศสจริงหรือเป็นแค่การเปรียบเทียบ?
เพลงไม่ได้ระบุชัดว่าเป็นการปฏิวัติฝรั่งเศส แต่ภาพระฆัง คณะนักร้องประสานเสียง และดาบของทหารม้า ชวนให้นักวิจารณ์หลายคนเชื่อมโยงไปทางนั้น และปกอัลบั้มที่ใช้ภาพ Liberty Leading the People ก็ยิ่งตอกย้ำธีมการปฏิวัติ อย่างไรก็ตาม หลายคนมองว่ามันน่าจะเป็นคำเปรียบเทียบกว้าง ๆ ถึงผู้มีอำนาจทุกยุคที่ล่มสลายมากกว่าจะอ้างถึงเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งโดยตรง -
เพลงอื่นของ Coldplay ที่มีธีมลึกซึ้งแบบนี้มีอะไรบ้าง?
Coldplay มีเพลงที่เล่าเรื่องการสูญเสียและการไถ่บาปอยู่หลายเพลง เช่น "The Scientist" ที่ว่าด้วยความเสียใจและความปรารถนาจะย้อนเวลากลับไปแก้ไข และ "Fix You" ที่พูดถึงการประคองใจกันยามพ่ายแพ้ ส่วน "Clocks" ก็มักถูกตีความว่าสะท้อนเรื่องเวลาที่ผ่านไปและทางเลือกในชีวิต ซึ่งล้วนมีอารมณ์ที่ทั้งยิ่งใหญ่และสะเทือนใจในแบบเดียวกัน