Radio Ga Ga
คุณรู้ไหมครับ เพลงบางเพลงน่ะ ฟังครั้งแรกอาจจะแค่รู้สึกว่า "เออ มันมันส์ดี" แต่พอผ่านไปสามสิบปี สี่สิบปี มันกลับเปิดเปลือกออกมาทีละชั้น เหมือนหัวหอม "Radio Ga Ga" ของ Queen ก็เป็นแบบนั้นแหละ
ผมเคยคิดว่ามันเป็นแค่เพลงป๊อปสนุกๆ ที่มีท่อนปรบมือให้เราตบมือตามได้ในคอนเสิร์ต แต่พอกลับไปฟังในวันที่อายุมากขึ้น ผมเพิ่งได้ยินสิ่งที่ Roger Taylor พยายามจะบอกตั้งแต่ปี 1984 ครับ
ทำไมเพลงนี้ถึงสำคัญ
มันสำคัญเพราะมันเป็น "เพลงคร่ำครวญ" ที่ปลอมตัวมาเป็นเพลงเต้นรำ ผมว่านี่คือเสน่ห์ที่สุดของ Queen เลยนะ พวกเขาเก่งในการเอาความเศร้าหรือความโกรธมาห่อด้วยทำนองสนุก จนคุณร้องตามได้โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังร่วมขบวนประท้วงอะไรอยู่
ลองคิดดูสิครับ ปี 1984 คือปีที่ MTV ครองโลก ศิลปินทุกคนต้องมี Music Video ที่หล่อ ที่เซ็กซี่ ที่ทำให้คนจ้องจอ และเสียงเริ่มไม่สำคัญเท่าภาพอีกต่อไป Queen ซึ่งเป็นวงที่สร้างชื่อจากการแสดงสด การร้องประสานเสียง และโปรดักชั่นซับซ้อนในสตูดิโอ มองเห็นยุคใหม่นี้แล้วรู้สึกว่า "อะไรกัน เสียงล้วนๆ มันไม่พอแล้วเหรอ"
นั่นแหละครับคือหัวใจของเพลงนี้
ที่มาของ Queen และบริบทปี 1984
Queen ก่อตั้งที่ลอนดอนปี 1970 โดย Brian May นักกีต้าร์ที่ทำกีต้าร์เอง (Red Special ที่เขาประกอบกับพ่อจากไม้เตาผิงเก่า) Roger Taylor มือกลองที่จริงๆ ก็ร้องได้และแต่งเพลงเก่งมาก Freddie Mercury นักร้องนำที่ทุกคนรู้จัก และ John Deacon มือเบสที่เงียบที่สุดแต่แต่งเพลงฮิตหลายเพลง
ช่วงต้นยุค 80s Queen อยู่ในช่วงที่หลายคนบอกว่า "หายไป" จริงๆ ครับ หลัง "The Game" (1980) ที่ฮิตระเบิดด้วย "Another One Bites the Dust" และ "Crazy Little Thing Called Love" พวกเขาก็เริ่มทดลองแนวอื่นๆ ทำเพลงประกอบหนัง Flash Gordon ทำอัลบั้ม "Hot Space" (1982) ที่เป็น funk/disco จนแฟนเก่าโกรธมาก
อัลบั้ม "The Works" (1984) เลยเป็นการกลับมาที่ตั้งใจ "ทำงาน" จริงๆ ตามชื่ออัลบั้ม Roger Taylor เขียน "Radio Ga Ga" ขึ้นมาในช่วงที่ลูกชายของเขาพูดเลียนเสียงวิทยุว่า "radio caca" (ในภาษาฝรั่งเศส caca แปลว่าอุจจาระ) Roger รู้สึกว่าคำนี้มันตลกดี แต่ก็สะท้อนความรู้สึกของเขาตอนนั้นพอดี ว่าวิทยุกำลังเสื่อมลง
Freddie ฟังเดโม่แล้วบอกว่า "เปลี่ยน caca เป็น ga ga เถอะ" และเอามาขัดเกลาเป็นเพลงที่เรารู้จัก คุณรู้ไหมครับ ชื่อ "Lady Gaga" ก็มาจากเพลงนี้แหละ Stefani Germanotta บอกเองว่าเธอเอามาจาก Queen
ออกซิงเกิ้ลเดือนมกราคม 1984 ขึ้นชาร์ตอันดับ 1 ใน 19 ประเทศ และมิวสิควิดีโอที่ใช้ฟุตเทจจากหนัง "Metropolis" (1927) ของ Fritz Lang ก็กลายเป็นไอคอน
ความหมายที่ซ่อนอยู่จริงๆ
ผมคิดว่านี่คือส่วนที่น่าสนใจที่สุดนะ Roger Taylor ไม่ได้แค่บ่นว่า "MTV ไม่ดี" แบบคนแก่บ่นเด็ก เขากำลังพูดถึงสิ่งที่ลึกกว่านั้น
วิทยุในยุค 30s 40s 50s เป็นพื้นที่ของจินตนาการครับ ครอบครัวนั่งล้อมวงฟังละครวิทยุ ฟังข่าวสงครามจากเชอร์ชิล ฟังการประกาศของประธานาธิบดี เด็กผู้ชายซุกหูฟังใต้ผ้าห่มกลางดึกเพื่อฟัง Elvis เพราะพ่อแม่ไม่ให้ฟัง วิทยุเคยเป็น "เพื่อนในความมืด"
แต่พอ MTV เข้ามา ทุกอย่างต้องมีภาพ จินตนาการถูกฆ่าตาย เพลงไม่ใช่แค่เพลงอีกต่อไป มันต้องเป็นโชว์ Roger พูดในสัมภาษณ์ว่า เขากลัวว่าคนรุ่นหลังจะไม่รู้แล้วว่าการฟังอะไรโดยใช้แค่หูมันรู้สึกอย่างไร
ท่อนปรบมือสองครั้งที่ทุกคนทำตามในคอนเสิร์ต Live Aid ปี 1985 (ที่ Wembley คนเจ็ดหมื่นกว่าคนปรบพร้อมกัน) เนี่ย จริงๆ มันคือการแสดงพลังว่า "เสียงอย่างเดียวก็ทำให้คนเป็นหนึ่งเดียวได้" โดยไม่ต้องมีภาพอะไรเลย
ผมว่ามันเป็นการประชดที่งดงามมาก เพราะ Queen ใช้มิวสิควิดีโอ (สิ่งที่พวกเขากำลังวิจารณ์) เพื่อบอกว่ามิวสิควิดีโอกำลังทำลายบางสิ่ง การใช้ฟุตเทจจาก "Metropolis" หนังเงียบปี 1927 ก็เป็นสัญลักษณ์ลึกซึ้ง เพราะ Metropolis เป็นเรื่องของสังคมที่เครื่องจักรกลืนกินมนุษย์ Roger กำลังถามว่า เรากำลังถูกเครื่องจักรของสื่อใหม่กลืนกินอยู่หรือเปล่า
บริบทสำหรับคนไทย
คุณรู้ไหมครับ ผมเคยคุยกับลูกค้าคนหนึ่งที่กรุงเทพฯ เขาเล่าให้ฟังว่าตอนเป็นเด็กยุค 80s บ้านเขาฟังวิทยุทรานซิสเตอร์เครื่องเล็กๆ ที่พ่อซื้อจากตลาดนัด ฟังคลื่น AM ที่เปิดเพลงสากลตอนดึก เขาไม่รู้หรอกว่า DJ พูดอะไร แต่เพลงพวกนี้มันเข้าไปอยู่ในหัวใจ
นี่คือสิ่งที่ "Radio Ga Ga" พูดถึงครับ ความสัมพันธ์แบบนั้นกับวิทยุ
ในเมืองไทย ยุคที่วิทยุยังเป็นพระเอกจริงๆ คือยุคก่อนที่ MTV จะมาถึงแถวบ้านเรา (MTV Asia เปิดประมาณปี 1995 ที่สิงคโปร์) ก่อนหน้านั้น เด็กไทยที่ชอบเพลงสากลต้องอาศัยรายการวิทยุ คลื่น 88.0 Smile Radio คลื่น 95.5 Virgin Hitz (ที่มาทีหลัง) หรือก่อนหน้านั้นก็ Hot Wave, Cool 93 เหล่านี้คือพื้นที่ที่คนไทยรุ่นหนึ่งได้รู้จัก Queen, Pink Floyd, Led Zeppelin
ผมว่าน่าสนใจที่ "เพลงเพื่อชีวิต" ของไทยก็มีจิตวิญญาณคล้ายๆ กันนะ คาราบาวเริ่มดังจากการกระจายเสียงผ่านเทปคาสเซ็ตและวิทยุ ไม่ใช่ทีวี เพลงอย่าง "เมดอินไทยแลนด์" หรือ "บัวลอย" ไปถึงคนต่างจังหวัด คนใช้แรงงาน คนขับรถบรรทุก ผ่านลำโพงวิทยุในรถ ในร้านก๋วยเตี๋ยว ในตลาดสด
แอ๊ด คาราบาว ก็เคยพูดว่าเพลงต้องเข้าถึงคนได้โดยไม่ต้องผ่านจอ และนั่นคือพลังของเสียงล้วนๆ แบบที่ Roger Taylor หวงแหน
ส่วนวงร็อกไทยรุ่นหลังอย่าง อัสนี-วสันต์ ที่เริ่มดังช่วง 80s โมเดิร์นด็อก ที่เปลี่ยนภาพวงการในยุค 90s บอดี้สแลม ที่ครองยุค 2000s วงเหล่านี้ก็โตมาในยุคที่ภาพและเสียงเริ่มผสมกัน แต่แฟนเพลงตัวจริงรู้ดีว่า เพลง "ความเชื่อ" ของบอดี้สแลม คุณฟังในรถตอนรถติดบนทางด่วน ก็ได้พลังเท่ากับดูในคอนเสิร์ตเลย
ถ้าคุณอยากสัมผัสบรรยากาศแบบเก่าๆ ที่เสียงเป็นใหญ่ ผมแนะนำให้ไปเดินตลาดนัดจตุจักรวันเสาร์อาทิตย์ครับ มีร้านแผ่นเสียงเก่าๆ ในโซน 26 27 ที่ขายแผ่นไวนิลของ Queen อยู่หลายร้าน เจ้าของร้านบางคนจำหน้าลูกค้าเก่าได้ คุยเรื่องเพลงได้เป็นชั่วโมง นั่นคือวัฒนธรรมการฟังเพลงที่ MTV เคยพยายามฆ่า แต่ฆ่าไม่ตาย
Saxophone Pub แถวอนุสาวรีย์ชัยฯ ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่ยังเก็บจิตวิญญาณแบบนั้นไว้ครับ วงดนตรีสด ไม่มีจอใหญ่อะไร มีแค่เสียงและคนที่มาฟัง
ทำไมเพลงนี้ยังอยู่ในใจคนยุคนี้
นี่คือคำถามที่น่าคิดนะครับ เพราะมันยิ่งจริงกว่าตอนปี 1984 อีก
ตอนนั้น Roger Taylor กลัว MTV กลืนวิทยุ ตอนนี้ TikTok กลืนทุกอย่างหมดเลย เพลงต้องมีท่อนติดหูใน 15 วินาทีแรก ไม่งั้นไม่ดัง ศิลปินต้องเต้นต้องทำคอนเทนต์ทุกวัน เพลงยาว 6 นาทีแบบ "Bohemian Rhapsody" ถ้าออกในยุคนี้คงไม่มีค่ายไหนกล้าปล่อย
แต่คุณรู้ไหมครับ พอ Spotify, Apple Music เริ่มเก่งขึ้น และมีคนหันกลับไปฟังเพลงในรถ ในที่ทำงาน ในขณะวิ่งออกกำลังกาย โดยไม่ดูจอ "การฟัง" แบบที่ Roger พูดถึงก็กลับมา Podcast ที่ฮิตทั่วโลกในยุคนี้ก็คือลูกหลานของวิทยุนั่นแหละ
ผมว่าเพลงนี้สอนเราว่า สื่อใหม่ไม่ได้ฆ่าสื่อเก่าเสียทีเดียว มันแค่บีบให้สื่อเก่าหาที่ทางของตัวเองใหม่ และบางครั้ง "ที่ทาง" ใหม่นั้นกลับลึกซึ้งกว่าเดิม
อีกอย่างที่ผมชอบคือ ท่อนปรบมือสองครั้งของเพลงนี้กลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมไปแล้วครับ ในการแข่งฟุตบอลพรีเมียร์ลีก แฟนบอลปรบแบบนี้กันทั่วโลก คนที่ปรบไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาจาก Queen แต่จิตวิญญาณของเพลง คือการที่คนแปลกหน้ามาเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยเสียง ยังคงอยู่
How to dive deeper (เจาะลึกเพิ่มเติม)
🎧 ฟังต่อ
- Queen - "The Works" (1984) ฟังทั้งอัลบั้มดูสิครับ จะเห็นว่า "Radio Ga Ga" ไม่ได้มาเดี่ยวๆ มันอยู่กับ "I Want to Break Free" และ "Hammer to Fall" ที่ต่างก็เป็นเพลงพูดถึงเสรีภาพในแบบของตัวเอง ค้นหาบน Lazada
- Queen - "Live at Wembley '86" ตอนที่ Freddie ทำให้คนเจ็ดหมื่นคนปรบเข้าจังหวะพร้อมกัน นี่คือจุดสูงสุดของวง ค้นหาบน Shopee
- Roger Taylor - "Strange Frontier" (1984) อัลบั้มเดี่ยวของ Roger ที่ออกปีเดียวกัน จะเข้าใจมุมมองของเขามากขึ้น ค้นหาบน Lazada
📚 อ่านต่อ
- "Mercury and Me" โดย Jim Hutton มุมมองส่วนตัวของคู่ชีวิต Freddie ในช่วงปีท้ายๆ อ่านแล้วเข้าใจคนนี้มากขึ้นเยอะ ค้นหาบน Shopee
- "Is This the Real Life? The Untold Story of Queen" โดย Mark Blake ชีวประวัติวงที่ละเอียดที่สุดเล่มหนึ่ง ค้นหาบน Lazada
- "คาราบาว ๓๐ ปี" หนังสือรวบรวมประวัติศาสตร์วงคาราบาว ถ้าคุณสนใจวัฒนธรรมเพลงที่เกิดจากวิทยุและเทปแบบไทยๆ ค้นหาบน Shopee
🌍 เที่ยวต่อ
- ตลาดนัดจตุจักร โซนแผ่นเสียง (โครงการ 26-27) ทุกวันเสาร์อาทิตย์ มีแผ่นไวนิล Queen ทั้งของเก่าของใหม่ ลองพูดคุยกับเจ้าของร้าน เขามีเรื่องเล่าเสมอ
- Saxophone Pub กรุงเทพฯ ใกล้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ดนตรีสดทุกคืน ร็อก แจ๊ส บลูส์ บรรยากาศแบบดั้งเดิม
- Pattaya Music Festival จัดทุกปีต้นปีหรือกลางปี เป็นเทศกาลที่เห็นภาพรวมวงการเพลงไทยและสากลในที่เดียว
🎸 ลองทำ
- ลองฟัง Queen ผ่านวิทยุในรถยนต์ ครับ ปิดมือถือ ปิดทุกอย่าง เปิดคลื่น Greenwave หรือคลื่นเพลงเก่าๆ แล้วรอให้ "Radio Ga Ga" มาถึงคุณตามจังหวะของมัน ไม่ใช่กดเรียก จะรู้สึกแตกต่างอย่างน่าประหลาด
- เริ่มสะสมแผ่นเสียง ซื้อเครื่องเล่นแผ่นเสียงราคาเริ่มต้นที่ Lazada หรือ Shopee แล้วเริ่มจากอัลบั้ม "The Works" หรือ "A Night at the Opera" ค้นหาเครื่องเล่นแผ่นเสียง
- ไปคอนเสิร์ตร็อกไทยสด บอดี้สแลม Cocktail Bodyslam Big Mountain Music Festival ที่เขาใหญ่ปลายปี ลองสัมผัสพลังของคนหลายหมื่นที่ร้องพร้อมกัน คุณจะเข้าใจว่าทำไม Queen ถึงสำคัญ
🎵 ฟังเพลงได้ทุกแพลตฟอร์ม: Radio Ga Ga - Queen บน song.link
🤖 คำถามชวนคิดต่อ:
- ถ้า Roger Taylor เห็นยุค TikTok ทุกวันนี้ เขาจะเขียนเพลงชื่อว่าอะไร และจะพูดถึงอะไร?
- ในชีวิตคุณ มี "วิทยุ" ของคุณเองไหม สิ่งที่เคยเป็นเพื่อนในความเงียบ ที่ตอนนี้กำลังถูกแทนที่ด้วยอะไรที่ฉาบฉวยกว่า?
- ถ้าคนไทยจะเขียน "Radio Ga Ga" เวอร์ชั่นของตัวเอง จะพูดถึงคลื่นไหน ยุคไหน และศิลปินคนไหน ที่หล่อหลอมหัวใจของคนรุ่นหนึ่ง?