Somebody to Love
เพลงนี้ คุณรู้ไหม... มันเป็นเพลงที่ผมเปิดบ่อยมากในช่วงเย็นๆ ตอนที่แดดเริ่มอ่อนลง แล้วลูกค้าคนแรกของวันยังไม่เดินเข้ามา บางทีก็เปิดเพราะคิดถึงใครบางคน บางทีก็เปิดเพราะอยากให้ตัวเองรู้สึกว่า อืม... ยังมีคนอื่นในโลกนี้ที่เคยรู้สึกแบบเดียวกัน
ที่น่าสนใจคือ "Somebody to Love" ไม่ใช่เพลงร็อกธรรมดาๆ ที่ตะโกนใส่ไมค์แล้วจบ มันคือเพลงกอสเปล (Gospel) ที่ใส่เสื้อหนังร็อกแอนด์โรล Freddie Mercury โตมากับการฟัง Aretha Franklin คุณนึกออกไหม เสียงของเธอใน "I Never Loved a Man" ที่กระชากหัวใจคนฟังจนน้ำตาไหล Freddie อยากทำเพลงแบบนั้นบ้าง แต่ทำในแบบของ Queen — แบบที่ใหญ่ขึ้น โอเปร่าขึ้น และเจ็บปวดในแบบที่ซับซ้อนกว่าเดิม
ทำไมเพลงนี้ถึงสำคัญ
ลองคิดดูสิครับ ปี 1976 หลังจากที่ "Bohemian Rhapsody" ระเบิดโลกในปี 1975 ใครๆ ก็คาดหวังให้ Queen ทำเพลงโอเปร่าร็อกอีกชิ้นที่ใหญ่กว่าเดิม แต่ Freddie กลับเลือกทำอะไรที่ส่วนตัวกว่ามาก เขาเอาคณะนักร้องประสานเสียงโบสถ์อเมริกัน — แบบที่ร้องในวันอาทิตย์ตอนเช้า — มาใส่ในเพลงร็อก แล้วถามคำถามที่เรียบง่ายที่สุดในชีวิตมนุษย์
"ทำไมไม่มีใครรักผม?"
มันเป็นคำถามที่เด็กอายุสิบเจ็ดก็ถาม คนวัยห้าสิบที่หย่ามาแล้วก็ถาม คนแก่ที่นั่งคนเดียวในห้องเช่าที่ Ratchada ก็ถาม คำถามนี้ไม่มีอายุ และนี่แหละครับ คือเหตุผลที่เพลงนี้ยังถูกร้องตามใน karaoke ที่ทองหล่อในคืนวันศุกร์ แม้จะผ่านมาเกือบห้าสิบปี
ผมเคยฟังเพลงนี้ครั้งแรกตอนที่อัลบั้ม A Day at the Races ออกในปลายปี 76 ตอนนั้นยังมีแผ่นเสียงไวนิลเป็นหลัก ผมจำได้ว่าเข็มแตะร่องแรกของเพลง แล้วเสียง Freddie ค่อยๆ ลอยขึ้นมา... รู้สึกเหมือนมีใครเดินเข้ามาในห้องแล้วนั่งลงข้างๆ เล่าเรื่องที่เขาเก็บไว้ในใจมานาน
เบื้องหลังของวง Queen และปี 1976
Queen ฟอร์มกันที่ลอนดอนในปี 1970 Freddie Mercury (ชื่อจริง Farrokh Bulsara) เกิดที่ Zanzibar โตที่ India ก่อนจะย้ายมาอังกฤษ ตอนวัยรุ่นเขาเรียนศิลปะที่ Ealing Art College และวันๆ ก็ฟังแผ่นเสียงของ Little Richard, Elvis Presley และ Aretha Franklin จนหู Brian May เล่นกีตาร์ที่เขาประดิษฐ์เองจากเศษไม้เตาผิงของพ่อ ที่เรียกกันว่า "Red Special" Roger Taylor มือกลองหน้าหล่อที่ก่อนหน้านี้เคยเรียนทันตแพทย์ และ John Deacon มือเบสที่เงียบที่สุดในวง แต่เป็นคนเขียน "Another One Bites the Dust"
ปี 1976 มันเป็นปีที่อะไรหลายๆ อย่างกำลังเปลี่ยน Punk rock กำลังจะระเบิดที่ลอนดอน — Sex Pistols ออกซิงเกิ้ลแรกในปลายปีนั้น Disco กำลังครองคลับที่ Manhattan และในญี่ปุ่นที่ผมอยู่ Yellow Magic Orchestra ยังไม่ได้ก่อตั้ง แต่ Happy End เพิ่งจะแยกวงไม่นาน อะไรๆ กำลังจะเปลี่ยน
ในไทยตอนนั้น ผมคิดว่า... คุณรู้ไหม วงดนตรีอย่าง คาราบาว ยังไม่ได้ก่อตั้ง (ก่อตั้งปี 1981) แต่ The Impossibles ยังคงเป็นวงดังของยุค และเพลงสตริงสไตล์ตะวันตกเริ่มแพร่หลายในกรุงเทพฯ ผ่านวิทยุและคลับที่พัฒน์พงศ์
Queen บันทึก A Day at the Races ในเดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายน 1976 ที่ The Manor Studio ของ Richard Branson ในชนบทอ็อกซ์ฟอร์ดเชียร์ และที่ Sarm East Studios ในลอนดอน อัลบั้มนี้เป็นภาคต่อของ A Night at the Opera — ทั้งคู่ตั้งชื่อตามหนังของ Marx Brothers ที่ Freddie ชอบ
ความหมายที่ซ่อนอยู่ของเพลง
เรื่องที่น่าสนใจที่สุด คือคนคิดว่าเพลงนี้คือเพลงรักธรรมดา แต่จริงๆ มันเป็น... ผมจะเรียกว่าอะไรดี... "วิกฤตศรัทธา" มากกว่าครับ
Freddie โตมาในครอบครัวที่นับถือศาสนา Zoroastrianism ซึ่งเป็นศาสนาเก่าแก่จาก Persia เขาถูกสอนเรื่องพระเจ้า เรื่องความดี เรื่องโชคชะตา แต่ในเพลงนี้เขาตั้งคำถามกับพระเจ้าตรงๆ ว่า "ผมทำงานหนัก ผมร้องเพลงให้คนฟัง ผมพยายามทุกอย่างแล้ว — แล้วทำไมถึงไม่มีใครรักผม?"
เพลงเริ่มต้นด้วยการเอ่ยถึงพระเจ้า ซึ่งในเพลงร็อกของยุคนั้นเป็นเรื่องที่หาได้ยาก ส่วนใหญ่เพลงร็อกจะตะโกนใส่ฟ้าหรือไม่ก็ปฏิเสธพระเจ้าไปเลย แต่ Freddie ทำอย่างที่ไม่มีใครทำ — เขาคุยกับพระเจ้าเหมือนเพื่อนเก่าที่เริ่มจะผิดหวัง
แต่ที่ลึกกว่านั้น คนรอบตัว Freddie หลายคนเชื่อว่าเพลงนี้เกี่ยวข้องกับความสับสนเรื่องเพศวิถีของเขาด้วย ตอนนั้นเขายังคบ Mary Austin อยู่ (ผู้หญิงที่เขารักมากที่สุดในชีวิต) แต่เริ่มเข้าใจตัวเองว่าเขาเป็นเกย์ คุณนึกออกไหมครับ ความเจ็บปวดของคนที่รู้ว่าตัวเองไม่อาจรักคนที่ตัวเองคิดว่ารักได้ และไม่รู้ว่าจะหาคนที่รักได้จริงที่ไหน — ในยุคที่การเป็นเกย์ยังเป็นเรื่องที่พูดไม่ได้
นั่นทำให้เพลงนี้มันเจ็บในแบบที่คนทั่วไปไม่รู้ตอนฟังครั้งแรก แต่พอเรารู้แล้ว มันเปลี่ยนทุกอย่าง
การบันทึกเสียงประสานเสียงในเพลงนี้... มันบ้ามากนะครับ Freddie, Brian และ Roger ใช้เสียงของแค่สามคน แต่อัดทับซ้อนกันจน sound เหมือนคณะนักร้องประสานเสียง 100 คน ในยุคที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มี auto-tune ทุกอย่างต้องร้องสดในห้องอัด แล้ว mix ทับกันทีละชั้น ผมเคยอ่านบทสัมภาษณ์ Roger Taylor เขาบอกว่าใช้เวลาหลายสัปดาห์แค่กับเสียงประสานเสียงในเพลงเดียว
บริบทวัฒนธรรมสำหรับผู้ฟังชาวไทย
คุณรู้ไหม สำหรับคนไทย เพลง "Somebody to Love" มีจุดเชื่อมที่ลึกซึ้งกว่าที่หลายคนคิด
ลองนึกถึง เพลงเพื่อชีวิต ของ คาราบาว ดูสิครับ เพลงอย่าง "เมด อิน ไทยแลนด์" หรือ "บัวลอย" มันคือเสียงของคนที่ตั้งคำถามกับสังคม ตั้งคำถามกับโชคชะตา และร้องด้วยจิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้ — มันเป็นจิตวิญญาณเดียวกันกับที่ Freddie ใส่ลงในเพลงนี้ คนละภาษา คนละวัฒนธรรม แต่หัวใจเดียวกัน
แล้วยังมี อัสนี-วสันต์ ที่นำพากระแสดนตรีร็อกไทยในยุค 80s-90s โดยเฉพาะเพลงอย่าง "ยินดีไม่มีปัญหา" ที่มีความเป็นโอเปร่าร็อกในแบบไทยๆ ผมเคยฟังจากเพื่อนคนญี่ปุ่นที่ไปอยู่กรุงเทพฯ เขาบอกว่าตอนพี่อัสนีร้องสด คนทั้งฮอลล์ร้องตาม — เหมือนคณะประสานเสียงในโบสถ์ที่ Freddie จินตนาการไว้
วงรุ่นใหม่กว่าอย่าง บอดี้สแลม โดยเฉพาะเพลง "คนของเธอ" หรือ "ความเชื่อ" ก็มีจิตวิญญาณการตะโกนถามฟ้าแบบเดียวกัน เสียงร้องของพี่ตูนที่กระชากหัวใจคนฟัง... ผมว่ามันคือสายเลือดเดียวกับ Freddie แม้จะคนละทวีป
โมเดิร์น ด็อก ก็เป็นอีกวงที่ผมคิดว่าเข้าใจ DNA ของเพลงแบบนี้ดี เพลง "บุษบา" หรือ "ก่อน" มันมีความเป็นศิลปะร็อกที่ไม่กลัวความซับซ้อน ไม่กลัวการทดลอง เหมือนที่ Queen ทำในยุคของเขา
ถ้าพูดถึงสถานที่ที่จะฟังเพลงแบบนี้ในไทย — Saxophone Pub ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ คงเป็นที่ๆ ใครหลายคนนึกถึง ผมได้ยินมาว่าวง cover ดีๆ ของที่นั่นเล่นเพลง Queen บ่อย และบรรยากาศคลับเก่าๆ มีไม้ มีแสงสีส้ม มันเหมาะกับเพลงแบบนี้มาก
ที่ตลาดนัดจตุจักร แผงขายแผ่นเสียงโซน 7 หรือใกล้ๆ ผมเคยได้ยินจากเพื่อนนักสะสมว่ายังมีแผ่น A Day at the Races ของ Queen ในเวอร์ชั่นญี่ปุ่นและอังกฤษหาได้ ถ้าโชคดี อาจเจอเวอร์ชั่นไทยที่ EMI ปั๊มขายในยุค 80s
คอนเสิร์ตที่ ราชพฤกษ์ หรือ Pattaya Music Festival ในยุคนี้ ผมได้ยินว่าวง tribute Queen ของไทยเล่นเพลงนี้แทบทุกครั้ง และทุกครั้ง — ทุกครั้งเลยนะครับ — คนดูร้องตามท่อนประสานเสียงเสียงดังกว่าวงบนเวที นั่นแหละครับ คือพลังของเพลงนี้ที่ข้ามภาษาได้
ทำไมเพลงนี้ยังตรงใจคนปัจจุบัน
ในยุคที่ทุกคนมี dating app ในมือถือ swipe ซ้ายขวาวันละห้าสิบครั้ง คุณคิดว่าเพลงที่ถามว่า "ทำไมไม่มีใครรักผม" จะล้าสมัยไหมครับ?
ผมว่าตรงข้ามเลย มันยิ่งตรงใจกว่าเดิม
เพราะคนยุคนี้ — ถึงจะมีเครื่องมือหาคนได้ง่ายกว่าเดิมร้อยเท่า — กลับเหงากว่าคนยุคก่อนหลายเท่า ผมเห็นลูกค้าวัยยี่สิบสามสิบที่เดินเข้ามาในร้านแล้วนั่งคนเดียวจิบกาแฟไปสองชั่วโมง ดูมือถือไป มองออกไปนอกหน้าต่างไป ผมไม่ต้องถามก็รู้ว่าเขากำลังรู้สึกอะไร เพราะ Freddie ร้องเรื่องเดียวกันมา 50 ปีแล้ว
นอกจากนั้น เพลงนี้ยังพูดถึงคนทำงานหนักที่รู้สึกว่าโลกไม่เห็นค่า — มันคือเสียงของพนักงานออฟฟิศที่อโศกที่ทำ OT ทุกวัน, คนขับ Grab ที่ขับวันละ 14 ชั่วโมง, ครีเอเตอร์ที่อัดวิดีโอลง TikTok แล้วไม่มีใครดู
แล้วยังมีอีกแง่หนึ่ง — เพลงนี้ปฏิเสธที่จะสิ้นหวัง ในท่อนสุดท้ายเสียงประสานเสียงพุ่งขึ้นเหมือนคลื่น และ Freddie ก็ตะโกนต่อไปเรื่อยๆ เหมือนคนที่ยังไม่ยอมแพ้ ผมว่านี่คือสิ่งที่คนยุคนี้ต้องการ — ไม่ใช่คำตอบ แต่คือใครสักคนที่บอกว่า "ใช่ มันเจ็บ แต่อย่าหยุดร้อง"
ในปี 2019 หนัง Bohemian Rhapsody ทำให้ Queen กลับมาอยู่ในหัวคนรุ่นใหม่อีกครั้ง เด็กไทย Gen Z ที่ผมเจอ หลายคนรู้จัก "Somebody to Love" จากหนังเรื่องนั้น และจากเวอร์ชั่นที่ George Michael ร้องในคอนเสิร์ตอนุสรณ์ Freddie ปี 1992 ซึ่ง — คุณรู้ไหม — เป็นหนึ่งในการแสดงสดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เพลงร็อก
How to dive deeper
🎧 ฟังต่อ
- Queen — A Day at the Races (1976) ฉบับเต็ม อัลบั้มที่บรรจุเพลงนี้ ฟังเรียงเพลงตั้งแต่ต้นจนจบ จะเข้าใจอารมณ์ของ Queen ในช่วงสูงสุดของพวกเขา ค้นหาบน Lazada | ค้นหาบน Shopee
- Aretha Franklin — "I Never Loved a Man" (1967) ต้นทางของแรงบันดาลใจ Freddie คุณจะได้ยินว่าเขาเรียนรู้อะไรจากราชินีโซลคนนี้ ค้นหาบน Shopee
- George Michael Live at Wembley 1992 — "Somebody to Love" เวอร์ชั่นที่หลายคนบอกว่าเทียบเท่าหรือดีกว่าต้นฉบับ ฟังแล้วขนลุกทุกครั้ง ค้นหาบน Lazada
📚 อ่านต่อ
- "Mercury: An Intimate Biography of Freddie Mercury" โดย Lesley-Ann Jones หนังสือชีวประวัติที่ลึกที่สุดเล่มหนึ่ง ค้นหาบน Lazada | ค้นหาบน Shopee
- "Queen: As It Began" โดย Jacky Smith และ Jim Jenkins บันทึกประวัติวงจากคนใกล้ชิด มีรายละเอียดการบันทึกเสียงที่นักดนตรีจะชอบ ค้นหาบน Shopee
- นิตยสาร Mojo ฉบับพิเศษ Queen ฉบับย้อนหลังที่มีบทสัมภาษณ์ Brian May และ Roger Taylor เกี่ยวกับการทำเพลงนี้ ค้นหาบน Lazada
🌍 ไปเยือน
- Saxophone Pub, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กรุงเทพฯ ผับดนตรีสดในตำนานของกรุงเทพฯ ที่วง cover ดีๆ เล่นเพลง classic rock บ่อย บรรยากาศคลับเก่าๆ ที่เหมาะกับเพลง Queen มาก
- แผงแผ่นเสียง โซน 7 ตลาดนัดจตุจักร ทุกวันเสาร์อาทิตย์ ลองหาแผ่นไวนิล Queen ทั้งเวอร์ชั่นญี่ปุ่นและไทย โชคดีเจอ A Day at the Races รุ่นแรกๆ ราคาน่าสนใจ
- Mercury Bar ที่ Ratchada Soi 4 บาร์เล็กๆ ที่ตั้งชื่อตาม Freddie เปิดเพลง Queen ทุกคืน และทุกวันที่ 5 กันยายน (วันเกิด Freddie) จะมีอีเวนต์พิเศษ
🎸 ลงมือทำ
- ร้องคาราโอเกะที่ Manekineko หรือ Big Echo สาขาทองหล่อ เพลงนี้ต้องร้องดังๆ และต้องร้องกับเพื่อน — ส่วนประสานเสียงนั่นแหละคือหัวใจ
- เข้าร่วม Pattaya Music Festival เทศกาลที่จัดทุกปีในเดือนมีนาคม วง tribute Queen ของไทยมักเล่นเพลงนี้ และคนดูจะร้องตามทั้งหาดพัทยา ค้นหาตั๋วและข้อมูลที่ Shopee Travel
- ไปคอนเสิร์ตที่ Royal Park Rajapruek เชียงใหม่ ในช่วงปลายปี มีเทศกาลดนตรี outdoor ที่บรรยากาศเหมาะกับเพลง epic อย่างเพลงนี้มาก ค้นหาบน Lazada
ฟังเพลงนี้ใน platform ของคุณ: song.link/somebody-to-love-queen
🤖
- ถ้าคาราบาวจะ cover เพลงนี้เป็นเพลงเพื่อชีวิตในภาษาไทย เนื้อหาจะเปลี่ยนไปอย่างไรเพื่อให้สะท้อนสังคมไทย?
- เพลง Queen เพลงไหนอีกที่ Freddie ใส่ "วิกฤตศรัทธา" ส่วนตัวลงไป และเขาใช้เครื่องมือทางดนตรีอะไรในการซ่อนความเจ็บปวด?
- ทำไมเสียงประสานเสียงแบบ gospel ถึงสะเทือนใจคนข้ามวัฒนธรรมได้ — และมีศิลปินไทยคนไหนใช้เทคนิคนี้ได้น่าสนใจที่สุด?