SONGFABLE · 1979

Highway to Hell

AC/DC · 1979

Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

Highway to Hell - AC/DC (1979)

TL;DR: ทั้งที่ชื่อเพลงฟังดูเหมือนชวนคนลงนรก แต่จริง ๆ แล้วมันคือเสียงบ่นแบบขำ ๆ ของวงร็อกที่เหนื่อยจากการตระเวนทัวร์ไม่หยุดหย่อน "ถนนสู่ขุมนรก" คือชีวิตบนถนนของนักดนตรีที่เล่นโชว์คืนแล้วคืนเล่าจนแทบขาดใจนั่นเอง

เพลงปีศาจที่ไม่ได้พูดถึงปีศาจเลย

หลายคนได้ยินชื่อ "Highway to Hell" แล้วนึกภาพไฟนรก เขาควาย กลิ่นกำมะถัน และในยุค 80 กลุ่มศาสนาในอเมริกาก็พากันกล่าวหาว่า AC/DC บูชาซาตานจริง ๆ แต่ความจริงกลับธรรมดากว่านั้นมาก คำว่า "highway to hell" ที่ Bon Scott นักร้องนำเขียนขึ้น เล่ากันว่ามาจากชีวิตบนถนนอันโหดร้ายของการออกทัวร์ การนั่งรถ นั่งเครื่องบินข้ามเมืองข้ามประเทศ เล่นคอนเสิร์ตติดต่อกันจนร่างกายพังทลาย เมื่อมีคนถามว่าการทัวร์เป็นยังไง Bon ตอบประมาณว่ามันก็เหมือนถนนที่มุ่งหน้าสู่ขุมนรกนั่นแหละ ประโยคติดตลกขมขื่นกลายเป็นเพลงร็อกที่อมตะที่สุดเพลงหนึ่งของโลก

วงพี่น้องจากสกอตแลนด์ที่โตในออสเตรเลีย

AC/DC ก่อตั้งโดยสองพี่น้อง Malcolm และ Angus Young ที่อพยพจากสกอตแลนด์มาอยู่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย Angus กลายเป็นภาพจำของวงด้วยการแต่งชุดนักเรียนขึ้นเวที กระโดดโลดเต้นเล่นกีตาร์อย่างบ้าคลั่ง ส่วน Bon Scott นักร้องเสียงแหบเสน่ห์ คือหัวใจของวงในยุคแรก อัลบั้ม Highway to Hell ปี 1979 คืองานที่ผลิตโดย Mutt Lange โปรดิวเซอร์ผู้ขัดเกลาเสียงดิบ ๆ ของวงให้กลายเป็นร็อกที่ติดหูคนหมู่มาก มันคืออัลบั้มที่ทำให้ AC/DC ทะลุเข้าสู่ตลาดอเมริกาได้สำเร็จเป็นครั้งแรก

สำหรับแฟนเพลงไทย หลายคนน่าจะคุ้นริฟฟ์เปิดเพลงนี้จากร้านเหล้า ผับร็อก หรือคอนเสิร์ตวงไทยที่ชอบหยิบมาคัฟเวอร์ เสียงกีตาร์ที่กระแทกเป็นจังหวะ "ดัม-ดัม-ดัม" นั้นง่ายพอที่มือกีตาร์มือใหม่ในเมืองไทยจำนวนนับไม่ถ้วนใช้เป็นเพลงฝึกซ้อมบทแรก ๆ

ถอดความหมาย: เสรีภาพที่ต้องแลกด้วยความเหนื่อยล้า

เนื้อเพลงเล่าจากมุมของคนที่ใช้ชีวิตแบบไม่มีกฎเกณฑ์ ไม่มีใครมาคอยห้าม ไม่มีป้ายจำกัดความเร็ว เขาเลือกทางของตัวเองและไม่สนใจว่าปลายทางจะเป็นยังไง มันคือการประกาศอิสรภาพแบบขบถ คนที่ใช้ชีวิตเต็มที่ เมาหัวราน้ำ สนุกกับเพื่อนฝูง และยอมรับว่าวิถีชีวิตแบบนี้อาจพาตัวเองไปสู่จุดจบ แต่ก็ไม่เสียดาย

แทนที่จะกลัวคำว่า "นรก" เสียงร้องของ Bon กลับเหมือนกำลังหัวเราะเยาะมัน เขาบอกว่ากำลังเดินทางอยู่บนถนนสายนั้น และชวนทุกคนขึ้นรถไปด้วยกัน มันไม่ใช่เพลงสิ้นหวัง แต่เป็นเพลงของคนที่เลือกใช้ชีวิตตามใจตัวเองอย่างไม่ขอโทษใคร แม้รู้ว่าราคาที่ต้องจ่ายอาจสูงลิ่ว

ความหมายที่กลายเป็นคำสาปอันน่าขนลุก

เรื่องที่ทำให้เพลงนี้ติดตรึงใจคนทั้งโลกคือ หลังออกอัลบั้มได้ไม่นาน Bon Scott ก็เสียชีวิตในเดือนกุมภาพันธ์ปี 1980 ด้วยวัยเพียง 33 ปี ว่ากันว่าเขาดื่มหนักจนหมดสติในรถและจากไป ทำให้คนจำนวนมากรู้สึกว่าเพลง "Highway to Hell" กลายเป็นคำทำนายชะตากรรมของเขาเองอย่างน่าขนลุก

แต่แทนที่วงจะล่มสลาย AC/DC กลับหานักร้องใหม่ Brian Johnson แล้วออกอัลบั้ม Back in Black ที่กลายเป็นหนึ่งในอัลบั้มขายดีที่สุดตลอดกาลเพื่อเป็นการคารวะแด่ Bon ส่วน Highway to Hell ก็ยังคงเป็นเพลงประจำตัวที่วงเปิดในทุกคอนเสิร์ตจนถึงทุกวันนี้

ทำไมมันยังกระแทกใจคนยุคนี้

เพราะริฟฟ์มันเรียบง่ายแต่ทรงพลังจนเป็นอมตะ และเพราะข้อความเบื้องหลังมันสากล ใครก็ตามที่เคยรู้สึกอยากหลุดพ้นจากกรอบ อยากใช้ชีวิตตามแบบของตัวเอง ย่อมเข้าใจอารมณ์ของเพลงนี้ทันที มันถูกหยิบไปใช้ในหนัง โฆษณา เกม และงานกีฬานับไม่ถ้วน เด็กรุ่นใหม่ที่ไม่เคยรู้จัก Bon Scott ก็ยังร้องตามท่อนฮุกได้ มันคือเพลงร็อกที่พิสูจน์ว่าความจริงใจแบบดิบ ๆ ไม่มีวันตกยุค


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 ดื่มด่ำไปกับเสียงดนตรี

📚 ตามรอยเรื่องราว

🌍 เยือนสถานที่จริง

🎸 ลองสัมผัสด้วยตัวเอง


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 ถามต่อได้เลย:

Tags
70s