SONGFABLE · 1991

Give In to Me

MICHAEL JACKSON · 1991

TL;DR: "Give In to Me" ไม่ใช่เพลงรักหวานซึ้ง แต่เป็นเพลงร็อกบัลลาดที่เล่าถึงความปรารถนาที่ถูกปฏิเสธจนกลายเป็นความขมขื่น เป็นด้านมืดที่ไมเคิล แจ็กสันแทบไม่เคยเปิดให้ใครเห็นมาก่อน
Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

ไมเคิลคนที่คุณไม่เคยรู้จัก

ถ้าพูดถึงไมเคิล แจ็กสัน หลายคนจะนึกถึงท่ามูนวอล์ก ถุงมือข้างเดียว และจังหวะป๊อปที่ทำให้ทั้งโลกลุกขึ้นเต้น แต่ในอัลบั้ม Dangerous มีเพลงหนึ่งที่ฟังแล้วแทบไม่เหมือนไมเคิลเลย เสียงร้องของเขาในเพลงนี้แหบ ต่ำ และเต็มไปด้วยความอัดอั้น ราวกับชายที่ถูกผลักไสจนถึงขีดสุด เสียงกีตาร์ที่ครวญครางอยู่เบื้องหลังก็ไม่ใช่ของนักดนตรีแบ็กอัปธรรมดา แต่เป็นของ Slash มือกีตาร์ในตำนานแห่ง Guns N' Roses

เบื้องหลังการสร้าง

อัลบั้ม Dangerous ออกวางจำหน่ายปลายปี 1991 ในช่วงที่ไมเคิลต้องการพิสูจน์ว่าเขายังเป็นราชาแห่งเพลงป๊อป ท่ามกลางกระแสกรันจ์และฮิปฮอปที่กำลังมาแรง เขาจับมือกับ Teddy Riley เพื่อสร้างซาวด์ New Jack Swing ขณะเดียวกันก็ร่วมงานกับ Bill Bottrell โปรดิวเซอร์ที่ถนัดงานแนวร็อก ว่ากันว่า "Give In to Me" เกิดจากการทำงานร่วมกับ Bottrell นี่เอง

ไมเคิลเคยใช้กีตาร์ร็อกได้ผลมาแล้วใน "Beat It" ที่มี Eddie Van Halen และ "Dirty Diana" ที่มี Steve Stevens ครั้งนี้เขาจึงชวน Slash มาเติมโซโลที่ดิบและเจ็บปวด เพลงนี้ถูกปล่อยเป็นซิงเกิลในปี 1993 เฉพาะบางตลาด เช่น ยุโรปและออสเตรเลีย โดยไม่ได้ออกเป็นซิงเกิลในอเมริกา แต่กลับไต่ขึ้นไปถึงอันดับ 2 ในชาร์ตอังกฤษ

สำหรับแฟนเพลงชาวไทย ปี 1993 มีความหมายพิเศษ เพราะเป็นปีเดียวกับที่ทัวร์คอนเสิร์ต Dangerous World Tour เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ในเดือนสิงหาคม ณ สนามศุภชลาศัย มีรายงานว่าผู้ชมแน่นขนัดทั้งสองรอบ และหลายคนยังจดจำค่ำคืนนั้นได้ไม่ลืมจนถึงวันนี้

ความหมายที่ซ่อนอยู่

เนื้อหาของเพลงเล่าถึงชายคนหนึ่งที่ทุ่มเทความรู้สึกให้ผู้หญิง แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความเย็นชาและการเล่นเกมทางอารมณ์ เขาไม่ได้อ้อนวอนอย่างอ่อนโยน หากแต่เรียกร้องด้วยความโกรธ เขาบอกว่าเขาไม่สนใจว่าเธอจะคิดอย่างไร เขาหมดความอดทนกับการถูกปั่นหัว และท้าทายให้เธอยอมจำนนต่อความรู้สึกที่มีอยู่จริงระหว่างทั้งสอง

สิ่งที่น่าสนใจคือ เพลงไม่ได้วาดภาพผู้ชายเป็นฮีโร่ แต่เผยให้เห็นอารมณ์ที่ปั่นป่วน ทั้งความหลงใหล ความเจ็บใจ และความหมกมุ่น นักวิจารณ์บางคนมองว่าเพลงนี้สะท้อนความอึดอัดของไมเคิลต่อชื่อเสียงและสื่อ ซึ่งมักตีความชีวิตรักของเขาอย่างผิด ๆ เพลงจึงเป็นเหมือนช่องระบายอารมณ์ดิบที่เขาเก็บกดไว้

บริบททางวัฒนธรรมและมรดก

มิวสิกวิดีโอของเพลงนี้ ว่ากันว่าถ่ายทำในเยอรมนีช่วงทัวร์ Dangerous เป็นภาพคอนเสิร์ตสไตล์ร็อกที่เต็มไปด้วยพลังงาน มีไมเคิลร้องท่ามกลางแสงไฟและควันร่วมกับ Slash และ Gilby Clarke บนเวที ช่วงท้ายมีภาพประกายไฟฟ้าที่ทำให้ฉากดูเหมือนเวทีกำลังจะระเบิด วิดีโอนี้ทำลายภาพลักษณ์ป๊อปสตาร์ที่สะอาดสะอ้านของเขาไปโดยสิ้นเชิง

ในแง่ประวัติศาสตร์ดนตรี เพลงนี้เป็นหลักฐานว่าไมเคิลกล้าข้ามเส้นแบ่งแนวเพลงในยุคที่ดนตรีร็อกและป๊อปยังแยกกันชัดเจน และช่วยเปิดทางให้ศิลปินป๊อปรุ่นหลังกล้าผสมกีตาร์หนัก ๆ เข้ากับเพลงของตัวเอง

ทำไมเพลงนี้ยังโดนใจในวันนี้

ในยุคที่คนพูดถึงความสัมพันธ์ที่เป็นพิษอย่างเปิดเผย "Give In to Me" ฟังแล้วยิ่งทันสมัย มันจับอารมณ์ของคนที่รักจนเจ็บ และติดอยู่ในวังวนของการเรียกร้องกับการถูกปฏิเสธได้อย่างตรงไปตรงมา ขณะเดียวกันโซโลกีตาร์ของ Slash ก็ยังเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่แฟนร็อกหยิบมาพูดถึงเสมอ เพลงนี้จึงเป็นประตูบานพิเศษที่ทำให้คนฟังเห็นไมเคิลในแบบที่เป็นมนุษย์ธรรมดามากที่สุด


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 ดื่มด่ำกับเสียงเพลง

📚 ตามรอยเรื่องราว

🌍 เยือนสถานที่จริง

🎸 สัมผัสด้วยตัวเอง


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 ถามเพิ่มเติม
Tags
90s