SONGFABLE · 2017

Get You

DANIEL CAESAR · 2017

TL;DR: "Get You" ไม่ใช่เพลงจีบสาวหรือเพลงเริ่มต้นความรัก แต่เป็นเพลงของคนที่ได้ครอบครองความรักนั้นแล้วและยังงุนงงกับโชคของตัวเอง เป็นเพลงขอบคุณมากกว่าเพลงขอ
Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

ความจริงที่คนมักเข้าใจผิด

คนไทยจำนวนมากรู้จักเพลงนี้จากคลิปงานแต่ง จากเพลย์ลิสต์ "ฟังตอนขับรถกลางคืน" หรือจากรีลที่มีแสงสีส้ม และมักคิดว่านี่คือเพลงเกี้ยวพาราสี ชื่อเพลงในภาษาอังกฤษฟังดูเหมือนคำสารภาพรักครั้งแรก

แต่จริง ๆ แล้วมันตรงกันข้าม Daniel Caesar ร้องจากจุดที่ความรักเกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่เขาแสดงออกคือความไม่เข้าใจว่าตัวเองทำอะไรถูกถึงได้คนแบบนี้มา มันคือน้ำเสียงของคนที่มองคนข้าง ๆ ตอนตีสองแล้วรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควร ความอ่อนโยนของเพลงจึงไม่ได้มาจากความหวาน แต่มาจากความรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ

ชีวิตของชายที่หนีออกจากบ้านเพื่อร้องเพลงรัก

Daniel Caesar ชื่อจริงคือ Ashton Simmonds เกิดปี 1995 ที่เมือง Oshawa ชานเมือง Toronto ประเทศแคนาดา ในครอบครัวคริสเตียนเชื้อสายจาเมกาที่เคร่งครัดมาก พ่อของเขาเคยเป็นนักร้องเพลงกอสเปล เสียงร้องแบบที่ได้ยินใน "Get You" จึงไม่ได้มาจากไหนไกล มันคือเสียงที่ถูกฝึกในโบสถ์ตั้งแต่เด็ก

มีการเล่าว่าเขาถูกไล่ออกจากโรงเรียนคริสเตียนประจำ และช่วงวัยรุ่นตอนปลายเขาย้ายเข้า Toronto ใช้ชีวิตแบบไร้ที่อยู่เป็นหลักแหล่ง นอนตามโซฟาเพื่อน บางช่วงว่ากันว่าถึงขั้นนอนในสวนสาธารณะ เพื่อไล่ตามงานดนตรี เพลงนี้อยู่ในอัลบั้ม Freudian ที่ออกปี 2017 ซึ่งเขาปล่อยแบบอิสระ ไม่มีค่ายใหญ่หนุนหลัง แล้วอัลบั้มนั้นก็พาเขาไปถึงเวที Grammy

จุดที่คนไทยน่าจะรู้สึกใกล้: โครงสร้างเพลงแบบนี้ วนช้า ๆ คอร์ดนุ่ม เสียงร้องแทบกระซิบ คือ DNA เดียวกับที่วงไทยยุคหลังอย่าง Phum Viphurit, Numcha หรือสาย R&B บ้านเราหยิบไปใช้ ช่วงปี 2017-2019 เพลย์ลิสต์คาเฟ่ในกรุงเทพฯ แทบทุกร้านมีเพลงนี้ปนอยู่ มันกลายเป็นเสียงพื้นหลังของยุคหนึ่งไปโดยปริยาย

ถอดความหมาย: เพลงของคนที่กลัวจะทำของดีหล่น

เนื้อหาของเพลงเดินอยู่บนความรู้สึกสองอย่างที่ขัดกัน ด้านหนึ่งคือความสุขที่ล้นจนพูดไม่ถูก อีกด้านคือความหวาดหวั่นว่าตัวเองอาจไม่ดีพอ ผู้ร้องบรรยายถึงคนรักในแบบที่เกือบจะเป็นภาษาศาสนา ใช้ภาพความมหัศจรรย์ ความศักดิ์สิทธิ์ ราวกับกำลังพูดถึงสิ่งที่เหนือกว่ามนุษย์ธรรมดา ซึ่งเป็นร่องรอยชัดเจนของการโตมากับเพลงในโบสถ์

ท่อนที่คนจำได้มากที่สุดไม่ได้พูดถึงความปรารถนาทางกาย แต่พูดถึงความโชคดี เป็นการตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำอะไรมาถึงได้รางวัลชิ้นนี้ นักฟังหลายคนตีความว่านี่คือความรู้สึก impostor ในความรัก คือรักอยู่แต่ไม่กล้าเชื่อว่ามันเป็นของเรา

มีการเสริมเสียงร้องจาก Kali Uchis ในเพลงนี้ ซึ่งทำให้บทสนทนาไม่ได้เป็นการพูดฝ่ายเดียว เสียงของเธอเข้ามาเหมือนคำตอบที่เบาแต่ยืนยัน เปลี่ยนเพลงจากคำสารภาพเดี่ยว ๆ ให้กลายเป็นภาพความสัมพันธ์ที่มีสองคนจริง ๆ

บริบทและมรดกที่เพลงทิ้งไว้

ปี 2017 คือช่วงที่ R&B กำลังเปลี่ยนทิศ กระแสหลักเต็มไปด้วยเสียงสังเคราะห์ จังหวะแทร็ปและเนื้อหาที่แข็งกร้าว การที่ศิลปินอิสระคนหนึ่งกล้าปล่อยเพลงช้า อบอุ่น มีกลิ่นกอสเปลและโซลยุค 70 แล้วมันติดหูคนทั้งโลก ถือเป็นการสวนกระแสที่ได้ผล

Freudian ได้เข้าชิง Grammy สาขา Best R&B Album และทำให้ Toronto ถูกพูดถึงในฐานะแหล่งผลิตเสียง R&B ที่ไม่ได้มีแค่ The Weeknd หรือ Drake ศิลปินรุ่นหลังอย่าง Giveon, Snoh Aalegra หรือแม้แต่สาย bedroom soul ทั่วเอเชียล้วนเดินตามช่องทางที่เพลงแบบนี้เปิดไว้ คือพิสูจน์ว่าความเปราะบางขายได้โดยไม่ต้องมีงบโปรโมตมหาศาล

ทำไมยังฟังแล้วโดนในวันนี้

เพราะความรู้สึก "ไม่คู่ควร" ไม่เคยหมดอายุ ในยุคที่ทุกคนเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับฟีดของคนอื่นตลอดเวลา ความรู้สึกว่าเราโชคดีเกินไปจนกลัวว่าจะเสียมันไปกลายเป็นอารมณ์สากล

และในทางดนตรี เพลงนี้เว้นที่ว่างไว้เยอะมาก ไม่ยัดเครื่องดนตรี ไม่เร่งจังหวะ ช่องว่างเหล่านั้นเปิดให้ผู้ฟังเอาความทรงจำของตัวเองใส่ลงไป นั่นคือเหตุผลที่มันยังถูกเปิดในงานแต่งงาน ในรถตอนกลับบ้านดึก ๆ และในหูฟังของคนที่กำลังคิดถึงใครสักคนอยู่เงียบ ๆ


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 จมดิ่งไปกับเสียง

📚 ตามรอยเรื่องราว

🌍 ไปเยือนสถานที่จริง

🎸 ลองทำเองดู


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 ถามต่อ
Tags
10s