SONGFABLE · 1961

Sukiyaki (Ue o Muite Arukou)

KYU SAKAMOTO · 1961 · TOKYO, JAPAN

Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

Sukiyaki (Ue o Muite Arukou) - Kyu Sakamoto (1961)

TL;DR: เพลงฟังดูร่าเริงสดใส แต่จริง ๆ แล้วเป็นเพลงเกี่ยวกับการเดินหน้ามองฟ้าเพื่อไม่ให้น้ำตาไหล และที่ฝรั่งตั้งชื่อให้ว่า "Sukiyaki" ก็เพราะออกเสียงชื่อญี่ปุ่นจริงไม่ได้ ทั้งที่ในเพลงไม่มีอาหารสุกี้ยากี้แม้แต่คำเดียว

ความจริงที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้

ลองนึกภาพเพลงที่คนทั่วโลกร้องตามทำนองได้ ทั้งที่ฟังภาษาไม่ออกสักคำ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ "Sukiyaki" ในปี 1963 เมื่อมันกลายเป็นเพลงภาษาญี่ปุ่นเพลงแรกและเพลงเดียวจนถึงทุกวันนี้ที่ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard Hot 100 ของอเมริกา

แต่ความจริงที่ขมขื่นคือ ชื่อ "Sukiyaki" ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเนื้อหาเพลงเลย ชื่อจริงคือ "Ue o Muite Arukou" แปลว่า "ฉันจะเดินไปโดยเงยหน้ามองฟ้า" ว่ากันว่าค่ายเพลงในอังกฤษเลือกใช้คำว่า "Sukiyaki" เพราะมันเป็นคำญี่ปุ่นที่คนตะวันตกออกเสียงได้และจำง่าย ก็แค่นั้น มีคนเปรียบเปรยภายหลังว่ามันเหมือนการตั้งชื่อเพลงรักภาษาอังกฤษว่า "Beef Stew" (สตูเนื้อ) นั่นแหละ

เบื้องหลังศิลปินกับยุคสมัย

คิว ซากาโมโตะ (Kyu Sakamoto) เป็นนักร้องหนุ่มชาวญี่ปุ่นที่บันทึกเพลงนี้ตอนอายุเพียง 19-20 ปี เนื้อร้องเขียนโดยรกุสุเกะ เออิ (Rokusuke Ei) และทำนองโดยฮาจิได นากามูระ (Hachidai Nakamura) ว่ากันว่าผู้แต่งเนื้อเขียนเพลงนี้หลังกลับจากการประท้วงต่อต้านสนธิสัญญาความมั่นคงระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐ ด้วยความรู้สึกผิดหวังและเศร้า เขาจึงเขียนถึงคนที่เงยหน้าขึ้นเพื่อไม่ให้คนอื่นเห็นน้ำตา

นี่คือญี่ปุ่นยุคหลังสงครามที่กำลังลุกขึ้นใหม่ ความรู้สึกของการ "ฝืนยิ้มทั้งที่ในใจร้องไห้" จึงสะท้อนอารมณ์ของคนทั้งชาติได้อย่างลึกซึ้ง สำหรับแฟนเพลงชาวไทย ความรู้สึกแบบนี้น่าจะคุ้นเคยไม่น้อย เพราะวัฒนธรรมเอเชียของเราก็มักสอนให้เก็บความเศร้าไว้ข้างใน เดินหน้าต่อด้วยรอยยิ้ม ไม่ต่างจากที่คนญี่ปุ่นเงยหน้ามองฟ้าในเพลงนี้

ถอดความหมายที่ซ่อนอยู่

หากฟังแค่ทำนอง คุณจะคิดว่ามันเป็นเพลงเดินเล่นสบาย ๆ แต่เนื้อหาจริงเล่าถึงคนคนหนึ่งที่ตั้งใจเดินไปโดยแหงนหน้ามองท้องฟ้า เหตุผลที่เขาทำเช่นนั้นไม่ใช่เพราะมีความสุข แต่เพราะเขาไม่อยากให้น้ำตาที่กำลังเอ่อล้นไหลรินลงมา

เนื้อเพลงพูดถึงค่ำคืนที่เดินอย่างเดียวดาย นับดวงดาวพร่ามัวผ่านม่านน้ำตา ความสุขที่เคยมีนั้นอยู่ไกลเกินเอื้อม เหนือก้อนเมฆไปแล้ว ความเศร้าก็เช่นกัน มันซ่อนอยู่ในเงาของดวงดาวและดวงจันทร์ เป็นภาพของคนที่สูญเสียบางสิ่งบางอย่างไป อาจเป็นความรักหรือความหวัง แล้วพยายามอย่างยิ่งที่จะก้าวต่อไปทั้งที่หัวใจแหลกสลาย ความขัดแย้งระหว่างทำนองที่เบิกบานกับเนื้อหาที่ปวดร้าวนี่เอง คือเสน่ห์ที่ทำให้เพลงนี้ทรงพลังเหนือกาลเวลา

บริบททางวัฒนธรรมและมรดกที่ทิ้งไว้

ความสำเร็จของ "Sukiyaki" ในอเมริกาถือเป็นปรากฏการณ์ มันพิสูจน์ว่าดนตรีข้ามกำแพงภาษาได้จริง เพลงนี้ถูกนำไปคัฟเวอร์และดัดแปลงนับครั้งไม่ถ้วน เช่น วง A Taste of Honey ในปี 1981 และวง 4 P.M. ในปี 1994 ที่ใส่เนื้อภาษาอังกฤษใหม่เข้าไป

ที่น่าเศร้าคือชะตากรรมของคิว ซากาโมโตะเอง เขาเสียชีวิตในอุบัติเหตุเครื่องบิน Japan Airlines เที่ยวบิน 123 ตกในปี 1985 ซึ่งเป็นหนึ่งในโศกนาฏกรรมการบินครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ เขาจากไปตอนอายุเพียง 43 ปี ทำให้เพลง "เงยหน้ามองฟ้า" ของเขายิ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ที่ชวนใจหายเมื่อนึกถึงปลายทางชีวิตของเขา

ทำไมเพลงนี้ยังกินใจคนจนถึงวันนี้

เพราะความรู้สึกของการ "ฝืนเข้มแข็งทั้งที่อยากร้องไห้" เป็นสิ่งสากลที่ไม่มีวันล้าสมัย ไม่ว่าจะอกหัก สูญเสียคนรัก หรือเจอวันที่โลกทั้งใบดูมืดมน ทุกคนเคยต้องเงยหน้าขึ้นเพื่อกลั้นน้ำตาเอาไว้

หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่ในญี่ปุ่นปี 2011 เพลงนี้ถูกนำกลับมาร้องอีกครั้งในฐานะเพลงปลอบประโลมและให้กำลังใจคนทั้งชาติ มันจึงไม่ใช่แค่เพลงเก่าฮิตในอดีต แต่เป็นบทเพลงแห่งความหวังที่บอกเราว่า ต่อให้เจ็บปวดแค่ไหน ก็ยังเดินหน้าต่อไปได้ ขอแค่เงยหน้าขึ้นมอง


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 ดื่มด่ำไปกับเสียงดนตรี

ลองหาฟังเพลงต้นฉบับเสียงคิว ซากาโมโตะ เพื่อสัมผัสน้ำเสียงอ่อนโยนที่แฝงความเศร้าไว้อย่างแนบเนียน

📚 ติดตามเรื่องราว

ทำความเข้าใจเบื้องหลังเพลงและยุคสมัยของญี่ปุ่นหลังสงคราม จะทำให้คุณฟังเพลงนี้ด้วยหัวใจที่ต่างไป

🌍 ไปเยือนสถานที่จริง

ตามรอยญี่ปุ่นยุค 1960s ที่หล่อหลอมเพลงนี้ขึ้นมา

🎸 ลองสัมผัสด้วยตัวเอง

อยากร้องหรือเล่นเพลงนี้เองไหม มาเริ่มกันเลย


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 ถามต่อได้เลย:

Tags
60s