SONGFABLE · 1973

Search and Destroy

THE STOOGES · 1973 · DETROIT, USA

TL;DR: ชื่อเพลงหยิบยืมมาจากศัพท์ทหารในสงครามเวียดนาม และเสียงที่ฟังดูดิบเถื่อนนี้ แท้จริงคือเสียงของหนุ่มสาวรุ่นหนึ่งที่รู้สึกว่าตัวเองเป็น "ลูกหลานของระเบิดนาปาล์ม" ต้องเอาตัวรอดในโลกที่พังทลาย
Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

เพลงพังก์ก่อนที่คำว่าพังก์จะมีอยู่

หลายคนคิดว่าดนตรีพังก์เริ่มที่ Sex Pistols หรือ Ramones ราวปี 1976-77 แต่ความจริงที่ทำให้คอเพลงตะลึงคือ "Search and Destroy" ออกมาตั้งแต่ปี 1973 ก่อนหน้านั้นหลายปี Iggy Pop กับวง The Stooges วางแม่แบบของความดิบ ความก้าวร้าว และท่าทีต่อต้านทุกอย่างเอาไว้เรียบร้อยแล้ว มันคือเพลงที่นักดนตรีพังก์รุ่นหลังพากันยกให้เป็นต้นตำรับ ทั้งที่ตอนออกจำหน่ายจริง ๆ กลับขายแทบไม่ได้เลย

เดโทรอิต ความเสื่อมของเมืองรถยนต์ และลอนดอนที่มาช่วยชุบชีวิต

The Stooges ถือกำเนิดที่เมืองเดโทรอิต รัฐมิชิแกน เมืองอุตสาหกรรมรถยนต์ที่กำลังเข้าสู่ยุคเสื่อมถอย บรรยากาศของโรงงาน ความว่างเปล่า และความรุนแรงในเมืองหล่อหลอมเสียงของวงให้หยาบกระด้าง อัลบั้ม Raw Power ที่บรรจุเพลงนี้ ว่ากันว่าบันทึกเสียงที่กรุงลอนดอน โดยมี David Bowie ซึ่งขณะนั้นเป็นซูเปอร์สตาร์ยุค glam rock เข้ามาช่วยมิกซ์เสียงให้ เพราะ Bowie ชื่นชม Iggy Pop อย่างมากและอยากประคองวงที่กำลังจะแตกสลายเอาไว้

สำหรับแฟนเพลงไทยที่คุ้นเคยกับวงร็อกไทยยุค 90 อย่างที่ชอบเสียงกีตาร์แตกพร่าและอารมณ์กบฏ นี่คือหนึ่งในรากเหง้าที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด เมื่อวงพังก์และอัลเทอร์เนทีฟทั่วโลก รวมถึงในเมืองไทย หันมาเล่นดนตรีเสียงดิบ ๆ พวกเขากำลังสืบทอดจิตวิญญาณที่ Iggy Pop จุดไว้ตั้งแต่แผ่นนี้

เมื่อ "ลูกหลานของนาปาล์ม" ออกตามล่าหัวใจ

เนื้อหาของเพลงเปิดฉากด้วยการที่ตัวละครประกาศตัวว่าเป็นเหมือนลูกที่เกิดจากไฟสงคราม เป็นภาพเปรียบที่โยงตรงไปยังสงครามเวียดนามซึ่งกำลังหลอกหลอนคนอเมริกันในยุคนั้น ตัวเอกของเพลงเคลื่อนไหวไปในโลกด้วยความเดือดดาล เหมือนทหารที่ถูกส่งไปในภารกิจ "ค้นหาและทำลาย" แต่สิ่งที่เขาออกตามล่ากลับกลายเป็นบางอย่างที่นุ่มนวลกว่า นั่นคือหัวใจและความรัก

จุดที่ทำให้เพลงนี้ทรงพลังคือความย้อนแย้งระหว่างเปลือกนอกที่ก้าวร้าวรุนแรง กับแก่นที่โหยหาการเชื่อมโยงกับใครสักคน มันไม่ใช่เพลงที่เชิดชูสงคราม แต่เป็นเสียงของคนรุ่นหนึ่งที่รู้สึกถูกทอดทิ้งให้เติบโตท่ามกลางความรุนแรง แล้วยังพยายามหาความหมายของการมีชีวิตอยู่ ท่ามกลางเสียงกีตาร์ที่กรีดร้องราวกับไซเรน

มรดกที่ส่งต่อข้ามยุค

แม้ตอนออกจำหน่าย Raw Power จะไม่ประสบความสำเร็จเชิงพาณิชย์ แต่กาลเวลาพิสูจน์คุณค่าของมัน นักวิจารณ์และนักดนตรียกให้ "Search and Destroy" เป็นหนึ่งในเพลงร็อกที่สำคัญที่สุดตลอดกาล มีศิลปินมากมายนำไปคัฟเวอร์และอ้างอิงถึง กล่าวกันว่า Kurt Cobain แห่ง Nirvana ยกให้ Raw Power เป็นอัลบั้มโปรดของเขา ซึ่งบ่งบอกว่าอิทธิพลของเพลงนี้ไหลผ่านไปถึงยุคกรันจ์ในทศวรรษ 1990 อย่างชัดเจน

ทำไมยังสั่นสะเทือนใจคนฟังวันนี้

ความรู้สึกของการเป็นคนหนุ่มสาวที่โกรธเกรี้ยว รู้สึกว่าโลกพังทลาย แต่ยังอยากมีใครสักคนให้ยึดเหนี่ยว เป็นอารมณ์ที่ไม่มีวันหมดอายุ ในยุคที่ข่าวสงคราม วิกฤต และความไม่แน่นอนยังท่วมหน้าจอทุกวัน เสียงดิบเถื่อนแต่ซ่อนความเปราะบางของเพลงนี้ยังพูดแทนใจคนที่รู้สึกว่าต้องต่อสู้เพื่อเอาตัวรอด ในขณะเดียวกันก็ยังไขว่คว้าหาความอบอุ่นในโลกที่ดูเย็นชา


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 ดื่มด่ำกับเสียงดนตรี

📚 ตามรอยเรื่องราว

🌍 เยือนสถานที่จริง

🎸 ลองสัมผัสด้วยตัวเอง


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 ถามเพิ่มเติม
Tags
70s