SONGFABLE · 1992

Plush

STONE TEMPLE PILOTS · 1992

Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

Plush - Stone Temple Pilots (1992)

TL;DR: หลายคนคิดว่าเป็นเพลงรักหม่นๆ แต่จริงๆ แล้ว "Plush" มีจุดเริ่มจากข่าวหญิงสาวที่หายตัวไปและถูกพบเป็นศพ ก่อนจะถูกขยายให้กลายเป็นภาพความสัมพันธ์ที่กำลังพังทลายอย่างช้าๆ และความรู้สึกผิดที่ตามมาหลอกหลอน

เพลงเศร้าที่ฟังเหมือนเพลงรัก แต่เริ่มจากข่าวฆาตกรรม

ถ้าคุณเคยได้ยิน "Plush" ดังออกมาจากวิทยุ คุณคงจำเสียงร้องทุ้มลึกแหบเสน่ห์ของ Scott Weiland และริฟกีตาร์หนักหน่วงที่ติดหูได้ทันที หลายคนฟังแล้วคิดว่าเป็นเพลงรักที่อกหัก แต่กันว่าแก่นของมันมืดกว่านั้นมาก มีเรื่องเล่าว่า Weiland ได้แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งจากข่าวในหนังสือพิมพ์ San Diego เกี่ยวกับหญิงสาวคนหนึ่งที่หายตัวไปและถูกพบเป็นศพในเวลาต่อมา ความรู้สึกของการตามหาใครสักคนที่ไม่มีวันกลับมา จึงซึมอยู่ในทุกท่อนของเพลงนี้

วงดนตรีจากซานดิเอโกที่โดนกล่าวหาว่า "ลอก" ในยุคทอง

Stone Temple Pilots หรือที่แฟนๆ เรียกสั้นๆ ว่า STP ก่อตั้งขึ้นที่เมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย "Plush" เป็นซิงเกิลจากอัลบั้มเปิดตัว Core (1992) ซึ่งออกมาในช่วงที่กระแส grunge จากเมือง Seattle กำลังครองโลก หลังความสำเร็จของ Nirvana และ Pearl Jam สื่อบางแห่งในยุคนั้นวิจารณ์ว่า STP เป็นเพียงวงเลียนแบบกระแส โดยเฉพาะเสียงร้องของ Weiland ที่ถูกเทียบกับ Eddie Vedder แห่ง Pearl Jam แต่กาลเวลาพิสูจน์แล้วว่าพวกเขามีเอกลักษณ์ของตัวเอง

สำหรับแฟนเพลงชาวไทยที่เติบโตมาในยุค 90s นี่คือช่วงเวลาเดียวกับที่เพลงร็อกตะวันตกหลั่งไหลเข้าสู่คลื่นวิทยุอย่าง 104.5 Fat Radio และร้านเทปแถวสยามสแควร์ เพลงสไตล์ alternative rock อย่าง "Plush" จึงเป็นเสียงประกอบความทรงจำของวัยรุ่นไทยยุคนั้นโดยไม่รู้ตัว แม้หลายคนจะร้องตามท่อนฮุกได้โดยไม่เข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ก็ตาม

ถอดความหมาย: การตามหา ความรู้สึกผิด และความสัมพันธ์ที่กำลังจม

แทนที่จะเป็นเพลงรักตรงไปตรงมา เนื้อหาของ "Plush" วาดภาพคนคนหนึ่งที่กำลังครุ่นคิดถึงอีกคนที่หายไป มีบรรยากาศของความไม่แน่นอน เหมือนตัวละครกำลังถามตัวเองว่าจะรับมืออย่างไรหากอีกฝ่ายไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกัน หรือหากความจริงกลายเป็นสิ่งที่เลวร้ายกว่าที่คิด

Weiland เคยเล่าว่าเนื้อเพลงของเขามักไม่มีความหมายตายตัว แต่เป็นการปล่อยให้อารมณ์และภาพในหัวไหลออกมาเป็นคำ ความคลุมเครือนี้เองที่ทำให้เพลงทรงพลัง เพราะมันเปิดช่องให้คนฟังเติมความเจ็บปวดของตัวเองลงไป บ้างได้ยินเป็นเรื่องความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ตายลง บ้างได้ยินเป็นเรื่องความรู้สึกผิดที่หาทางออกไม่ได้ และนั่นคือเสน่ห์ของการเขียนเพลงแบบเปิดกว้าง

บริบททางวัฒนธรรมและมรดกที่ทิ้งไว้

"Plush" คว้ารางวัล Grammy สาขา Best Hard Rock Performance ในปี 1994 และกลายเป็นหนึ่งในเพลงที่นิยามยุค alternative rock ต้นทศวรรษ 90s เวอร์ชันแสดงสดแบบอะคูสติกของวงก็เป็นที่ชื่นชม เพราะเผยให้เห็นว่าเนื้อแท้ของเพลงนั้นแข็งแรงพอจะยืนได้แม้ปราศจากกำแพงเสียงกีตาร์ไฟฟ้า

น่าเศร้าที่ Scott Weiland เสียชีวิตในปี 2015 ทำให้ผลงานของเขาถูกฟังด้วยสายตาที่แตกต่างไป เรื่องราวการต่อสู้กับยาเสพติดและความปวดร้าวภายในของเขา ทำให้เพลงที่พูดถึงความสูญเสียและความรู้สึกผิดอย่าง "Plush" ยิ่งดูจริงและหนักหน่วงขึ้นในความรู้สึกของแฟนๆ

ทำไมยังกินใจคนฟังจนถึงวันนี้

เพราะ "Plush" ไม่ได้บอกตรงๆ ว่ามันพูดถึงอะไร มันจึงเป็นเพลงที่โตไปพร้อมกับคนฟัง วันที่เรายังเด็ก เราอาจได้ยินเป็นเพลงเท่ๆ ที่ริฟกีตาร์มันส์ พอโตขึ้นและเคยสูญเสียใครสักคน เราถึงเข้าใจว่าทำไมเสียงของ Weiland ถึงฟังเหมือนคนที่กำลังกลั้นน้ำตา ความคลุมเครือกลายเป็นกระจกสะท้อนความเจ็บปวดของแต่ละคน และนั่นคือเหตุผลที่เพลงอายุกว่าสามทศวรรษนี้ยังไม่เคยฟังเก่าเลย


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 ดื่มด่ำไปกับเสียงดนตรี

📚 ติดตามเรื่องราว

🌍 เยือนสถานที่จริง

🎸 ลองสัมผัสด้วยตัวเอง


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 ถามต่อได้อีก:

Tags
90s