SONGFABLE · 1972

Perfect Day

LOU REED · 1972 · NEW YORK CITY, USA

TL;DR: เพลงที่ฟังเผินๆ เหมือนบัลลาดรักแสนหวานเกี่ยวกับวันเดทที่สมบูรณ์แบบ แท้จริงแล้วซ่อนความมืดมนเอาไว้ — หลายคนตีความว่ามันคือเพลงรักที่ Lou Reed เขียนถึงทั้งคนรัก ความเปราะบางของตัวเอง และ (ตามทฤษฎียอดนิยม) เฮโรอีนที่ทำให้เขา "ลืมตัวเองได้หนึ่งวัน"
Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

วันที่สมบูรณ์แบบ...ที่ไม่มีอะไรสมบูรณ์เลย

ถ้าคุณเคยได้ยิน Perfect Day ในงานแต่งงานหรือโฆษณา คุณอาจคิดว่ามันคือเพลงรักธรรมดา แต่แฟนเพลงตะวันตกรู้กันดีว่านี่คือหนึ่งในเพลงที่ "หลอกหู" ที่สุดในประวัติศาสตร์ร็อก เสียงเปียโนนุ่มๆ และการเรียบเรียงเครื่องสายอันงดงามของ Mick Ronson ห่อหุ้มเนื้อหาที่ขมขื่น — ความรู้สึกของคนที่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังพังทลาย และต้องพึ่งพา "บางสิ่ง" เพื่อให้ผ่านวันธรรมดาไปได้เหมือนคนปกติ ท่อนจบของเพลงที่พูดถึงการ "เก็บเกี่ยวสิ่งที่ตัวเองหว่านลงไป" คือเข็มที่ทิ่มฟองสบู่แห่งความหวานทั้งหมดก่อนหน้า

จากนิวยอร์กผู้มืดหม่น สู่อ้อมแขนของ David Bowie

ปี 1972 Lou Reed เพิ่งออกจากวง The Velvet Underground วงที่ตอนนั้นขายไม่ออกแต่ภายหลังถูกยกย่องว่าเปลี่ยนโลกดนตรี เขาอยู่ในจุดต่ำสุดของชีวิต กลับไปอาศัยกับพ่อแม่ที่ Long Island และทำงานเป็นพนักงานพิมพ์ดีดในบริษัทของพ่อ — ลองนึกภาพศิลปินที่อิทธิพลมหาศาลขนาดนั้นต้องนั่งพิมพ์เอกสารดูสิ

คนที่ดึงเขากลับมาคือ David Bowie แฟนตัวยงของ Velvet Underground ที่ตอนนั้นกำลังดังระเบิดจาก Ziggy Stardust Bowie กับมือกีตาร์คู่ใจ Mick Ronson อาสาโปรดิวซ์อัลบั้ม Transformer ให้ และ Perfect Day คือเพชรเม็ดงามที่สุดเม็ดหนึ่งในนั้น ว่ากันว่าเพลงนี้ได้แรงบันดาลใจจากวันเดทจริงๆ ของ Reed กับ Bettye Kronstad คู่หมั้นของเขาในตอนนั้น ที่ Central Park กลางนิวยอร์ก — ดื่มแซงเกรีย เดินดูสวนสัตว์ ดูหนัง — ภาพที่คนไทยอาจนึกถึงวันชิลล์ๆ ที่สวนลุมหรือเดทดูหนังที่สยามนั่นแหละ ความธรรมดาที่กลายเป็นสิ่งล้ำค่าเมื่อชีวิตข้างในกำลังลุกเป็นไฟ

ถอดรหัส: รักแท้ ยาเสพติด หรือกระจกสะท้อนตัวเอง?

เนื้อเพลงเล่าภาพวันสบายๆ ในสวนสาธารณะกับคนที่ทำให้ผู้เล่าลืมปัญหาทั้งหมดได้ ฟังดูโรแมนติก แต่จุดพลิกอยู่ที่ประโยคซ้ำๆ ที่ผู้เล่าบอกว่าคนคนนั้น "ทำให้เขาเกาะเกี่ยวชีวิตต่อไปได้" — นั่นไม่ใช่คำพูดของคนที่มีความสุข แต่เป็นคำพูดของคนที่กำลังจมน้ำ

การตีความแบ่งเป็นสามสาย สายแรกมองว่ามันคือเพลงรักตรงไปตรงมา ถึง Bettye ผู้เป็นแสงสว่างชั่วคราว สายที่สองซึ่งโด่งดังที่สุดมองว่า "เธอ" ในเพลงคือเฮโรอีน เพราะ Reed มีประวัติการใช้ยาและเคยเขียนเพลงเกี่ยวกับมันอย่างโจ่งแจ้งสมัย Velvet Underground การตีความนี้ระเบิดขึ้นเมื่อหนัง Trainspotting (1996) ใช้เพลงนี้ประกอบฉากโอเวอร์โดสอันโด่งดัง สายที่สามลึกที่สุด: ท่อนที่ผู้เล่าบอกว่าวันนี้ทำให้เขาคิดว่าตัวเอง "เป็นคนอื่น คนที่ดีกว่านี้" บ่งบอกว่าศัตรูตัวจริงไม่ใช่ยาหรือความรัก แต่คือความเกลียดตัวเองของ Reed เอง ตัว Reed เองปฏิเสธตลอดชีวิตว่าเพลงนี้ไม่ใช่เพลงยา แต่เขาก็เป็นคนที่ชอบให้คำตอบกำกวมเสมอ

จากเพลงนอกกระแส สู่เพลงชาติของ BBC

ความย้อนแย้งที่สนุกที่สุดคือชะตากรรมของเพลงนี้ ปี 1997 BBC นำ Perfect Day มาทำเวอร์ชันการกุศลระดมทุนให้ Children in Need โดยให้ศิลปินกว่า 25 คนร้องคนละท่อน ตั้งแต่ Bowie, Elton John, Bono ไปจนถึง Pavarotti กลายเป็นซิงเกิลอันดับ 1 ของสหราชอาณาจักรและระดมทุนได้กว่า 2 ล้านปอนด์ — เพลงที่คนเชื่อว่าเกี่ยวกับเฮโรอีนกลายเป็นเพลงเพื่อเด็กๆ Reed เองรายงานว่าพอใจมากกับเวอร์ชันนี้ และมันทำให้เพลงที่เคยเป็นแค่ B-side ของ Walk on the Wild Side กลายเป็นมรดกที่คนทั้งโลกรู้จัก

ทำไมวันนี้เรายังต้องการ Perfect Day

ในยุคที่ทุกคนโพสต์ภาพ "ชีวิตเพอร์เฟกต์" ลง Instagram ทั้งที่ข้างในอาจกำลังพัง เพลงนี้ยิ่งแทงใจกว่าเดิม Perfect Day คือเพลงของคนที่รู้ว่าความสุขของตัวเองเป็นของยืม และวันดีๆ หนึ่งวันไม่ได้แปลว่าชีวิตหายป่วย มันคือบทเพลงแห่งความเปราะบางที่ซื่อสัตย์อย่างโหดร้าย — และนั่นคือเหตุผลที่ห้าสิบกว่าปีผ่านไป เรายังกดฟังซ้ำในคืนที่เหงาที่สุดอยู่ดี


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 ดื่มด่ำกับเสียงเพลง

📚 ตามรอยเรื่องราว

🌍 เยือนสถานที่จริง

🎸 ลองสัมผัสด้วยตัวเอง


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 [ถามต่อได้เลย]:

Tags
70s