SONGFABLE · 1986

Final Countdown

EUROPE · 1986

Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

Final Countdown - Europe (1986)

TL;DR: ริฟฟ์คีย์บอร์ดในตำนานที่ดังก้องไปทั่วโลกนี้ จริง ๆ แล้วเป็นเพลงเกี่ยวกับมนุษย์ที่ตัดสินใจทิ้งโลกเพื่อมุ่งหน้าไปยังดาวศุกร์ ไม่ใช่เพลงปลุกใจในสนามกีฬาอย่างที่หลายคนเข้าใจ

เสียงที่ทุกคนรู้จัก แต่ความหมายที่แทบไม่มีใครรู้

ลองนึกถึงเสียงสังเคราะห์ที่ดังขึ้นมาในงานแข่งกีฬา งานเปิดตัวสินค้า หรือฉากตลกในหนัง แค่ได้ยินไม่กี่โน้ตแรกก็จำได้ทันที นั่นคือ "The Final Countdown" ของวง Europe จากสวีเดน แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ เพลงที่ฟังเหมือนเพลงเชียร์ปลุกพลังนี้ แท้จริงแล้วเล่าเรื่องการอำลาโลกใบนี้ไปตลอดกาล มนุษย์กำลังจะขึ้นยานออกจากโลกเพื่อบินไปยังดาวศุกร์ และนับถอยหลังก่อนการจากลาที่ไม่มีวันหวนกลับ

วงร็อกจากแดนหิมะที่บังเอิญสร้างริฟฟ์อมตะ

Europe เป็นวงฮาร์ดร็อกจากสวีเดน นำโดยนักร้องเสียงสูง Joey Tempest ในยุค 80s ที่วงการเฮฟวีเมทัลและกลามเมทัลกำลังเฟื่องฟู ว่ากันว่า Tempest ได้แรงบันดาลใจริฟฟ์คีย์บอร์ดนี้มาจากเครื่องซินธิไซเซอร์ที่เพื่อนร่วมวง Mic Michaeli ยืมมาตั้งแต่หลายปีก่อนหน้า เขาเก็บไอเดียนั้นไว้นานก่อนจะนำมาปัดฝุ่นใหม่ ส่วนแรงบันดาลใจด้านเนื้อหานั้น เล่ากันว่ามาจากเพลง "Space Oddity" ของ David Bowie ที่พูดถึงการเดินทางสู่อวกาศเช่นกัน

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับคนไทยคือ เพลงนี้กลายเป็นเหมือน "เพลงสากลประจำงานอีเวนต์" ที่แม้แต่ในเมืองไทยก็ได้ยินบ่อยมาก ทั้งในงานคอนเสิร์ต งานวิ่งมาราธอน งานเปิดตัวรถ หรือแม้แต่เสียงเรียกเข้ามือถือยุคหนึ่ง หลายคนคุ้นหูชนิดร้องตามท่อนซินธ์ได้ทั้งที่ไม่เคยรู้เลยว่าวงนี้ชื่ออะไร หรือเพลงนี้พูดเรื่องอะไรกันแน่

เมื่อนับถอยหลังคือการบอกลาโลก

หากตีความเนื้อหา เพลงนี้วาดภาพช่วงเวลาก่อนยานอวกาศจะทะยานขึ้น ผู้คนกำลังจะออกเดินทางไกลโพ้นไปสู่ดาวศุกร์ และตระหนักว่าจะไม่มีวันได้กลับมาเห็นโลกอีก น้ำเสียงในเพลงเต็มไปด้วยความรู้สึกผสมปนเป ทั้งความตื่นเต้นต่อสิ่งที่ไม่รู้ และความเศร้าของการพรากจากบ้านเกิด มีคำถามค้างคาว่าคนที่ยังอยู่บนโลกจะคิดถึงพวกเขาไหม และทุกอย่างจะเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อพวกเขาจากไปแล้ว

ความย้อนแย้งจึงอยู่ตรงนี้ ดนตรีฟังดูยิ่งใหญ่ ฮึกเหิม เหมือนชัยชนะ แต่เนื้อหากลับเป็นการลาจากที่หม่นเศร้า นี่อาจเป็นเหตุผลที่เพลงทรงพลังนัก เพราะมันจับความรู้สึกของ "การก้าวเข้าสู่สิ่งใหม่ที่ยิ่งใหญ่ แต่ต้องแลกด้วยการทิ้งบางอย่างไว้ข้างหลัง"

จากเพลงเปิดคอนเสิร์ตสู่วัฒนธรรมป็อป

ตอนแรก Europe ตั้งใจให้เพลงนี้เป็นแค่เพลงเปิดการแสดงสด ไม่ได้คาดว่าจะเป็นซิงเกิล แต่มันกลับขึ้นอันดับหนึ่งในชาร์ตหลายสิบประเทศ และกลายเป็นเพลงประจำตัวของวงไปโดยปริยาย เมื่อเวลาผ่านไป ริฟฟ์ของมันถูกนำไปใช้ในวัฒนธรรมป็อปนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งในรายการตลก การ์ตูน โฆษณา และมีมต่าง ๆ จนบางครั้งคนรุ่นใหม่รู้จักริฟฟ์มากกว่ารู้จักตัววงเสียอีก

ทำไมยังก้องอยู่ในหูจนถึงวันนี้

เพราะ "The Final Countdown" จับช่วงเวลาสากลที่มนุษย์ทุกคนต้องเจอ นั่นคือช่วงก่อน "ก้าวกระโดด" ครั้งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นวันก่อนสอบ ก่อนเริ่มงานใหม่ ก่อนแต่งงาน หรือก่อนย้ายไปอยู่ที่ไกลบ้าน ความรู้สึกตื่นเต้นปนหวั่นใจนั้นไร้กาลเวลา เสียงซินธ์ที่นับถอยหลังจึงไม่เคยเก่า มันยังคงเป็นเสียงของการเริ่มต้นบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่เสมอ


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 ดื่มด่ำกับเสียงดนตรี

📚 ติดตามเรื่องราว

🌍 เยือนสถานที่จริง

🎸 ลองเล่นเอง


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 ถามต่อได้เลย:

Tags
80s