SONGFABLE · 1966

California Dreamin'

THE MAMAS & THE PAPAS · 1966 · LOS ANGELES, USA

TL;DR: เพลงที่ฟังดูเหมือนแดดอุ่น ๆ ของแคลิฟอร์เนีย แท้จริงแล้วถูกเขียนขึ้นกลางฤดูหนาวอันหนาวเหน็บของนิวยอร์ก โดยคนจนสองคนที่คิดถึงบ้านจนแทบขาดใจ — มันคือเพลงแห่ง "ความโหยหา" ไม่ใช่เพลงแห่ง "การไปถึง"
Listen elsewhere

We couldn't link a Spotify track for this story. Try searching the title on song.link to find it on your preferred service.

เพลงฤดูร้อนที่เกิดในฤดูหนาว

ความจริงที่น่าประหลาดใจที่สุดของ "California Dreamin'" คือ มันไม่ได้ถูกเขียนที่แคลิฟอร์เนียเลยแม้แต่นิดเดียว John Phillips และ Michelle Phillips สามีภรรยานักดนตรี เขียนเพลงนี้ในอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ที่นิวยอร์กซิตี้ ช่วงฤดูหนาวปี 1963 ขณะที่ทั้งคู่แทบไม่มีเงินติดตัว ว่ากันว่า John ตื่นขึ้นมากลางดึกพร้อมทำนองในหัว แล้วปลุก Michelle ให้ช่วยแต่งเนื้อต่อ Michelle ซึ่งเป็นสาวแคลิฟอร์เนียโดยกำเนิด กำลังเบื่อหน่ายความหนาวของฝั่งตะวันออกอย่างถึงที่สุด ภาพใบไม้สีน้ำตาลและท้องฟ้าสีเทาในเพลง จึงไม่ใช่จินตนาการ แต่คือสิ่งที่เธอเห็นอยู่ทุกวันนอกหน้าต่าง

กว่าจะมาเป็น The Mamas & the Papas

ก่อนจะดังระเบิด วงนี้ผ่านชีวิตเร่ร่อนแบบนักดนตรีโฟล์กยุค 60s เต็มรูปแบบ — เคยไปอาศัยอยู่ที่หมู่เกาะเวอร์จินแบบไม่มีเงิน ก่อนจะตัดสินใจมุ่งหน้าสู่ลอสแอนเจลิสเพื่อเสี่ยงโชคครั้งสุดท้าย ที่นั่นพวกเขาได้เจอโปรดิวเซอร์ Lou Adler และเพลงนี้ก็ถูกปล่อยออกมาช่วงปลายปี 1965 ก่อนจะค่อย ๆ ไต่ชาร์ตจนติดท็อป 5 ของอเมริกาในปี 1966

มีเกร็ดสนุก ๆ ว่าเดิมทีเพลงนี้ถูกมอบให้นักร้องโฟล์กชื่อ Barry McGuire บันทึกเสียงก่อน แต่เวอร์ชันของ The Mamas & the Papas ที่ใช้แบ็กกิ้งแทร็กเดียวกัน กลับกลายเป็นตำนาน ส่วนท่อนโซโลที่หลายคนจำได้ติดหู ไม่ใช่กีตาร์หรือแซกโซโฟน แต่เป็น "ฟลูต" — เลือกใช้แบบด้นสดในห้องอัด และกลายเป็นหนึ่งในโซโลฟลูตที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์เพลงป็อป

สำหรับแฟนเพลงไทย ความรู้สึกนี้อาจคุ้นเคยกว่าที่คิด — มันคืออารมณ์เดียวกับเพลงลูกทุ่งคิดถึงบ้านของคนอีสานที่มาทำงานในกรุงเทพฯ ความโหยหาแผ่นดินเกิดท่ามกลางเมืองใหญ่ที่เย็นชา เป็นภาษาสากลที่คนไทยเข้าใจดีไม่แพ้ชาติใด

เพลงนี้พูดถึงอะไรกันแน่

เปลือกนอกของเพลงเรียบง่ายมาก: ผู้เล่าเดินอยู่ในวันฤดูหนาวที่หม่นหมอง มองใบไม้แห้งและท้องฟ้าสีเทา แล้วฝันถึงแคลิฟอร์เนียที่อบอุ่นและปลอดภัย ถึงขั้นแวะเข้าไปในโบสถ์เพื่อหลบหนาว แสร้งทำเป็นสวดมนต์ทั้งที่ใจไม่ได้อยู่ตรงนั้น — ท่อนโบสถ์นี้ว่ากันว่ามาจากประสบการณ์จริงของ John และ Michelle ที่เคยแวะเข้าโบสถ์ St. Patrick ในนิวยอร์กจริง ๆ (John ซึ่งโตมากับโรงเรียนคาทอลิกไม่อยากใส่ท่อนนี้ แต่ Michelle ยืนยัน และเธอคิดถูก)

แต่แก่นแท้ลึกกว่านั้น เพลงนี้ไม่เคยพาเราไปถึงแคลิฟอร์เนียเลย — ทั้งเพลงคือการ "ฝันถึง" ไม่ใช่การ "ไปถึง" ผู้เล่ายอมรับเองว่าถ้าไม่บอกใครก็คงออกเดินทางได้วันนี้เลย แต่เขาก็ไม่ไป แคลิฟอร์เนียในเพลงจึงไม่ใช่รัฐบนแผนที่ แต่เป็นสัญลักษณ์ของชีวิตที่ดีกว่า อิสรภาพ ความอบอุ่น และความเป็นไปได้ — สวรรค์ที่เรามองเห็นแต่ยังไปไม่ถึง ความตึงเครียดระหว่างความฝันกับความเป็นจริงนี่เอง ที่ทำให้เพลงมีพลังข้ามกาลเวลา

มรดกทางวัฒนธรรม

"California Dreamin'" กลายเป็นเพลงประกาศศักราชของขบวนการเคาน์เตอร์คัลเจอร์ฝั่งตะวันตก ก่อนยุค Summer of Love ปี 1967 เสียด้วยซ้ำ มันช่วยนิยามสิ่งที่เรียกว่า "California Sound" และทำให้คนหนุ่มสาวทั่วอเมริกา (และทั่วโลก) มองแคลิฟอร์เนียเป็นดินแดนแห่งพันธสัญญา John Phillips ยังเป็นผู้ร่วมจัดงาน Monterey Pop Festival ในปี 1967 ซึ่งเปิดตัว Jimi Hendrix และ Janis Joplin สู่โลกกว้าง

เพลงนี้ถูกนำไปคัฟเวอร์นับร้อยเวอร์ชัน ตั้งแต่เวอร์ชันโซลจัดเต็มของ Bobby Womack ไปจนถึงเวอร์ชันไซเคเดลิกของ José Feliciano ที่ผู้กำกับ Wong Kar-wai นำไปใช้ในหนัง "Chungking Express" (1994) — ฉากที่ Faye Wong เปิดเพลงนี้ดัง ๆ ในร้านอาหารฮ่องกง ทำให้เพลงกลับมาดังในเอเชียอีกครั้ง และเป็นช่องทางที่แฟนหนังชาวไทยจำนวนมากรู้จักเพลงนี้เป็นครั้งแรก

ทำไมวันนี้ยังฟังแล้วจุก

เพราะทุกคนมี "แคลิฟอร์เนีย" ของตัวเอง — อาจเป็นบ้านเกิดที่จากมา งานในฝันที่ยังไม่กล้าลาออกไปทำ หรือชีวิตอีกแบบที่เราเก็บไว้ในลิ้นชักใจ เพลงนี้ไม่ได้บอกให้เราออกเดินทาง มันแค่ยอมรับอย่างซื่อสัตย์ว่าความโหยหานั้นมีอยู่จริงและเจ็บจริง ในยุคที่ผู้คนย้ายเมือง ย้ายประเทศ ทำงานไกลบ้านกันมากกว่าที่เคย เสียงประสานหลอน ๆ และฟลูตเหงา ๆ ของเพลงอายุหกสิบปีนี้ จึงยังพูดแทนใจคนฟังได้เสมอ — ไม่ว่าฤดูหนาวของคุณจะอยู่ที่นิวยอร์ก โตเกียว หรือกรุงเทพฯ ในวันฝนตกรถติด


วิธีดำดิ่งลึกขึ้น

🎧 ดื่มด่ำกับเสียงเพลง

📚 ตามรอยเรื่องราว

🌍 เยือนสถานที่จริง

🎸 ลองสัมผัสด้วยตัวเอง


🎵 ฟังเพลงนี้

🤖 ถามต่อได้เลย:

Tags
60s